บทที่ 9 ว่าที่คู่หมั้น
“ก็ฆ่าปิดปากไปสิ”
คามาร์เอ่ยออกมาอย่างเลือดเย็น จนคนที่ถูกหมายหัวอย่างเพลงเพลินต้องเบิกตากว้างอย่างตกใจ นอกจากอารมณ์ร้อน ขี้โมโห ปากร้าย แล้วยังจิตใจโหดเหี้ยมอีก คามาร์คนนี้ช่างไม่มีอะไรดีเลย ยามาสรวงไม่ต้องสิ้นชื่อเพราะมีคนอย่างคามาร์เป็นผู้นำหรอกหรือ
07:30 น.
“เวลาอาหารเช้าคือเจ็ดโมงครึ่ง มื้อกลางวันเที่ยงตรง และมื้อค่ำตอนหกโมงสี่สิบห้า”
ภมรยังคงสอนงานเพลงเพลินอย่างต่อเนื่อง ตารางเวลาในชีวิตประจำวันของคามาร์ถูกวางเอาไว้แน่นเอี๊ยด ทั้งฝึกเปียโน ฝึกการต่อสู้ด้วยมือเปล่า ยิงปืน รวมถึงเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการเดินไปยังจุดต่าง ๆ ภายในคฤหาสน์เพื่อให้เกิดความคุ้นเคย
เพลงเพลินสังเกตว่าคามาร์สามารถใช้อุปกรณ์บนโต๊ะอาหารได้อย่างแนบเนียนราวกับเขามองเห็น เมื่อหนุ่มน้อยขมวดคิ้วสงสัย ภมรก็ขยับมากระซิบบอก
“เราจัดวางทุกอย่างไว้ตามบอกซ์ เมนูอาหารเป็นประเภทเดิมในทุกมื้อ ถ้วยซุปอยู่ทางขวามือ อาหารแห้งในจานเปลอยู่ทางซ้าย พวกที่ใส่ชามใหญ่หรือหม้อไฟจะอยู่ตรงกลาง”
“แล้ววันงานล่ะครับ ถ้ามีคนสับเปลี่ยนตำแหน่ง คุณคามจะรู้ได้ยังไง”
“นั่นมันเป็นหน้าที่ของเธอไงล่ะ”
เสียงของสรวงดังแทรกขึ้นมาพร้อมกับสายตาที่ทำให้เพลงเพลินหายใจติดขัด
“เธอมีหน้าที่ดูแลคามอย่างใกล้ชิดในฐานะ…” สรวงมองใบหน้าตื่นตระหนกของเพลงเพลินนิ่ง ก่อนจะเบนสายตาไปหาภมร “ฐานะอะไรดีภมร”
“ว่าที่คู่หมั้นครับคุณท่าน จากการวิเคราะห์ข้อมูลและประเมินผลกระทบ ตำแหน่งนี้เหมาะสมที่สุด ไม่มีใครในยามาสรวงเคยพบเพลงเพลินมาก่อน หากบอกว่าเป็นภรรยาก็จะดูไม่แนบเนียนเท่าไร เป็นคนรักที่เพิ่งศึกษาดูใจกันได้เดือนกว่า ๆ หลังจากที่คุณคามกลับมาจากยุโรปจะดูสมเหตุสมผลกว่าครับ”
“อะ อะไรนะครับ นี่มันมีอยู่ในสัญญาว่าจ้างด้วยเหรอครับ”
“เธอคงไม่ได้อ่านสัญญาในหน้าที่สองย่อหน้าที่สามสินะ” สรวงกระตุกยิ้ม ก่อนจะตักอาหารกินอย่างอารมณ์ดี
เพลงเพลินเริ่มเหงื่อตก ค่าจ้างสูงลิ่ว สวัสดิการดีเลิศ แต่งานยากยิ่งกว่าการเจียระไนหินให้เป็นเพชร หนุ่มน้อยชำเลืองมองคามาร์ที่ใบหน้านิ่งบึ้งตึง แม้หลังจากที่ภมรบอกว่าสรวงเป็นคนเลือกเขามาทำงานนี้แล้วคามาร์จะเลิกไล่และข่มขู่เขาก็ตาม แต่ชายหนุ่มก็ยังคงไม่ให้ความร่วมมือ นี่แหละหินของจริง ชีวิตถูกหล่อหลอมมาแบบไหนเหรอถึงได้เลือดเย็นเฉยชาไร้หัวใจไร้จิตวิญญาณแบบนี้
เพลงเพลินมัวแต่ใช้ความคิดจนเกือบลืมกินข้าว รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่คามาร์รวบช้อนส้อม ส่วนสรวงก็ยกผ้าขึ้นซับมุมปาก บ่งบอกว่าอาหารมื้อเช้ากำลังจะสิ้นสุดลง ภมรส่งสัญญาณให้เพลงเพลินรีบกินเสีย เพราะหลังจากนี้คือการเริ่มงานอย่างจริงจัง
หลังจากพักจนข้าวเรียงเม็ด คามาร์ก็มาซ้อมยิงปืนเป้าบินที่สนามด้านหลังคฤหาสน์ ที่นั่นมีภูเขาหัวโล้นที่น่าจะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำเป็นกำบังสำหรับซ้อมยิงปืน เพลงเพลินมองแผ่นหลังกว้างที่กระตุกตามจังหวะลั่นไกปืนสั้นอย่างรู้สึกทึ่ง เพราะกระสุนทุกนัดเจาะทะลุทุกเป้าบินที่ภมรทำหน้าที่ปล่อยจากเครื่อง
“วันนี้ทำได้ดีมากครับคุณคาม ไม่พลาดสักเป้า”
คามาร์ใช้ประสาทสัมผัสได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าเป้าจะบินมาจากทิศทางไหน เพียงเขาเงี่ยหูฟังนิดเดียวก็สามารถตวัดปลายกระบอกปืนสั้นไปยังทิศทางนั้นได้อย่างรวดเร็ว มิน่าเขาถึงขว้างปาข้าวของใส่หน้าเพลงเพลินได้อย่างเหมาะเหม็ง หากเพลงเพลินไม่มีทักษะในการเคลื่อนไหวพอตัวก็คงหน้าแหกไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว
ช่วงบ่ายเป็นการต่อสู้ด้วยมือเปล่า โดยคู่ต่อสู้ของคามาร์ก็คือภมรนั่นเอง
เพลงเพลินตื่นตาตื่นใจกับลีลาการเคลื่อนไหวของทั้งสองมาก แม้จะดูจริงจัง รุนแรง แต่เพลงเพลินมองว่าเป็นศิลปะอีกแขนงหนึ่งที่น่าหลงใหล โดยเฉพาะมัดกล้ามเนื้อบนร่างกายของคามาร์ มันแข็งแรง และเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วน่ามอง
“คุณภมรเก่งจังเลยครับ”
แต่คำชมจากปากของเพลงเพลินกลับไปตกอยู่ที่คู่ซ้อมวัยสี่สิบอย่างภมรเพียงคนเดียว นั่นจึงเรียกเสียงกระแทกลมหายใจอย่างหงุดหงิดจากชายตาบอดที่อุตส่าห์ตั้งใจโชว์ของให้เด็กมันดูว่าเขาไม่จำเป็นต้องมีคนดูแลเพิ่ม
ปึก!
คามาร์แกล้งเดินชนไหล่เพลงเพลินที่มัวแต่ชื่นชมภมรจนร่างบางเสียหลัก
“เกะกะ!” แถมยังตะคอกใส่อย่างไม่สบอารมณ์อีกด้วย
เพลงเพลินรู้ดีว่าอีกฝ่ายจงใจ เพราะเป็นไปไม่ได้ที่คามาร์จะไม่รู้ว่าเขายืนอยู่ตรงนี้ในเมื่อเขาเพิ่งส่งเสียงชมภมรออกไป แต่หนุ่มน้อยก็ไม่ได้ตอบโต้ ได้แต่นับหนึ่งถึงสิบอยู่ในใจ และนึกถึงเงินค่าจ้างเข้าไว้
“หลังมื้อค่ำก็เป็นหน้าที่ของเธอที่จะซ้อมเปียโนให้คุณคามแล้วนะเพลงเพลิน แล้ววันพรุ่งนี้กับวันมะรืน คุณคามจะหยุดซ้อมยิงปืนและต่อสู้ เพื่อทุ่มเวลาให้กับการซ้อมเปียโนอย่างเดียว”
“ครับ” เพลงเพลินรับคำ เพราะภมรให้ตารางงานเขามาแล้วก่อนหน้า “ว่าแต่… งานวันเกิดคุณท่านจัดที่บ้านนี้เหรอครับ”
“ใช่ วันมะรืนคนจากบริษัทออร์กาไนเซอร์จะเข้ามาจัดสถานที่ อย่าลืมนะว่าอย่าให้ใครเห็นหรือว่าเข้าใกล้คุณคามเด็ดขาด”
“แต่ยังไงวันงานคุณคามก็ต้องออกมาพบทุกคนใช่ไหมครับ”
เพลงเพลินคิดว่าหลานชายเพียงคนเดียวของคุณสรวงคงจะแค่ออกมาโชว์บรรเลงเปียโนแค่เพลงเดียวแล้วเก็บตัวอยู่ในห้องคงไม่ได้ อย่างไรเสียก็ต้องออกมาทักทายแขกเหรื่อ
“วันงานจะมีแต่คนของยามาสรวงเท่านั้น”
“คนของยามาสรวงมีใครบ้างเหรอครับ”
“ฉันเตรียมข้อมูลไว้ในแฟ้มให้เธอแล้วเพลงเพลิน เธอต้องจำให้ได้ทุกคน และวันงาน เธอต้องอยู่เคียงข้างคุณคาม คอยกระซิบบอกเขาว่าใครที่กำลังอยู่ตรงหน้า แต่ไม่ต้องห่วง เธอประกบซ้าย ฉันจะประกบขวา เราสองคนมีหน้าที่กันทุกคนให้อยู่ห่างจากคุณคาม งานง่าย ๆ แค่นี้ หวังว่าเธอจะทำได้”
ถ้ามันง่ายอย่างที่พูดจริงก็ดีน่ะสิคุณภมร แต่มันคงไม่ง่ายอย่างนั้น
