บทที่ 10 ติวเตอร์ส่วนตัว

“แล้วหมอถนัดวิชาไหนมากที่สุดคะ”

“วิชาที่ฉันถนัดเหรอ” เขาทำท่านึกก่อนจะตอบเธอออกไปอย่างมั่นใจ

“ฉันถนัดวิชาชีวะน่ะ เธอต้องใช้วิชานี้สอบด้วยไม่ใช่เหรอ ฉันคิดว่าพอจะช่วยเธอได้นะ”

“ใช่ค่ะ วิชานี้เนื้อหาเยอะมาก บางอย่างก็เข้าใจยากมาก” บางหัวข้อขวัญนภัสอ่านหลายรอบก็ยังไม่เข้าใจ

“เลือกหัวข้อที่ไม่เข้าใจมานะ วันนี้ฉันจะอธิบายให้ฟัง”

“จริงเหรอคะคุณหมอ”

“จริงสิฉันเองก็อยากทบทวนไปในตัวด้วย”

“เดี๋ยวหนูขอไปดูก่อนนะคะว่ามีบทไหนบ้างที่หนูยังไม่ค่อยเข้าใจ” เธอตอบอย่างกระตือรือร้นก่อนจะรีบลุกจากเก้าอี้

“แล้วจะรีบไปไหนไม่กินข้าวก่อนเหรอ”

“ขอโทษนะคะคุณหมอ หนูกินข้าวก่อนคุณหมอไปแล้วค่ะเพราะตอนกลางวันหนูไม่ได้กินข้าว” เธอพูดพร้อมยิ้มแหยๆ อย่างรู้สึกผิดที่กินข้าวก่อนเจ้านาย

“ไม่ต้องขอโทษหรอก ฉันขอเวลากินข้าวก่อนนะอีกครึ่งชั่วโมงเจอกันที่ห้องทำงานของฉันตกลงไหมเอาหนังสือไปด้วยนะ ฉันอยากรู้ว่าเนื้อหาที่จะเรียนมันต่างจากตอนที่ฉันเรียนหรือเปล่า”

“ได้ค่ะคุณหมอ”

เมื่อถึงเวลานัดขวัญนภัสก็ถือหนังสือของตนเองเดินไปยังห้องทำงานของหมอคีรินทร์

การอธิบายของคุณหมอคีรินทร์ทำให้ขวัญนภัสเข้าใจเนื้อหามากขึ้นระยะเวลาสองชั่วโมงเป็นเวลาทองที่เธอเก็บเกี่ยวความรู้ได้อย่างเต็มที่

“ขอบคุณนะคะหมอ หนูเข้าใจขึ้นมากเลย หนูงงอยู่ตั้งนาน”

“มีเรื่องไหนไม่เข้าใจอีกก็เตรียมเนื้อหาไว้ก็แล้วกันนะถ้าวันไหนฉันเลิกงานไม่ดึกมากฉันจะช่วยสอนให้” คีรินทร์เห็นถึงความตั้งใจของเด็กสาวก็เลยอยากจะช่วยติวให้มากขึ้น

“หมอคีรินทร์คะ มันมีวิชาเคมีบางบทที่หนูไม่เข้าใจเหมือนกันหมอจะช่วยอธิบายให้หนูฟังได้ไหมล่ะ” เธอถามอย่างเกรงใจ

“ส่งเนื้อหามาให้ฉันก่อนนะจะลองอ่านดูจะได้อธิบายให้เธอฟังเข้าใจง่ายๆ”

“หมอคะหนูรบกวนหมอมากเกินไปหรือเปล่า หนูมาสมัครเป็นแม่บ้านนะคะ แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าคุณหมอเป็นติวเตอร์ให้หนูแล้ว” เธอยิ้มอย่างอายๆ ที่บังอาจใช้เจ้านายมาเป็นติวเตอร์ให้

“ไม่หรอกฉันเองก็ต้องทบทวนวิชาความรู้อยู่เหมือนกันมีแค่เคมีกับชีวะใช่ไหมที่อยากให้ฉันสอน”

“ค่ะ วิชาอื่นหนูพอเข้าใจ”

“แบบนี้ก็ดีแล้วอีกไม่กี่เดือนก็จะต้องสอบแล้วใช่ไหมล่ะ”

“ใช่ค่ะ”

“มาทำงานที่นี่ทำให้เธอมีเวลาอ่านหนังสือน้อยลงหรือเปล่าเฟิร์น” หมอคีรินทร์รู้สึกเป็นห่วงมากเพราะช่วงนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อและเด็กทุกคนก็ควรมีเวลาอ่านหนังสืออย่างเต็มที่บางคนถึงขั้นไปจ้างติวเตอร์กวดวิชาตัวต่อตัวกันเลยทีเดียว

“ไม่เลยค่ะ หนูอยู่ที่นี่หนูได้อ่านหนังสือเยอะขึ้น” เธอตอบไปตามความจริงเพราะตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ก็มีเวลาอ่านหนังสือและทบทวนบทเรียนได้เยอะกว่าเดิมมาก

“แต่เธอต้องทำงานบ้านด้วยนะมันจะได้อ่านเยอะขึ้นตรงไหนล่ะ” คุณหมอหนุ่มขมวดคิ้วถามด้วยความไม่เข้าใจ

“ก็หนูตื่นเช้าและมีสมาธิอ่านหนังสือ เพราะที่บ้านคุณหมอเงียบค่ะ พอตอนเย็นหนูทำความสะอาดบ้านทำกับข้าวเสร็จแล้วก่อนนอนหนูก็ยังมีเวลาทบทวนอีก”

“แล้วอยู่ที่บ้านไม่ค่อยได้อ่านเหรอ ขอโทษนะที่ฉันต้องถาม”

“บ้านเราหลังเล็กค่ะ ใครพูดคุยอะไรบางครั้งมันก็ได้ยินหมดหนูก็เลยไม่ค่อยมีสมาธิอ่านเท่าไหร่”

“อันที่จริงเธอไม่ต้องทำความสะอาดบ้านทุกวันก็ได้นะ บ้านฉันมันก็ไม่ได้สกปรกอะไร ทำวันเว้นวันก็ได้จะได้เอาเวลานั้นไปอ่านหนังสือ”

“ไม่ได้หรอกค่ะถ้าเราทำความสะอาดทุกวันบ้านมันก็ไม่สกปรกมากใช้เวลาทำความสะอาดไม่นานแต่ถ้าทิ้งไว้มันจะทำใช้เวลานานกว่าค่ะ หมอไม่ต้องห่วงหรอกนะคะหนูแบ่งเวลาได้อย่างแน่นอน”

“คิดหรือเปล่าว่าถ้าหากไม่ได้คณะที่ตัวเองเลือกจะเรียนอะไร”

“ถ้าหนูไม่ได้คณะที่ตัวเองเลือกหนูก็คงจะเรียนพยาบาลหรือไม่ก็พวกเทคนิคการแพทย์ค่ะ”

“ทำไมถึงเลือกเรียนสายสุขภาพล่ะ”

“หนูคิดว่าสายนี้ไม่น่าจะตกงานมั้งคะ แล้วคุณหมอคิดคิดว่ายังไงบ้าง” ขวัญนภัสอยากฟังมุมมองของคนที่ทำงานในสายสุขภาพบ้าง

“มันก็จริงอย่างที่เธอพูด ตอนนี้ประเทศของเราขาดบุคลากรทางด้านนี้เยอะมากแต่การทำงานก็เหนื่อยมากด้วย ทำไมเธอไม่สนใจคิดจะเรียนหมอมั่งล่ะเฟิร์น”

“เรียนหมอมันใช้เวลานานค่ะ ตอนแรกหนูก็อยากเป็นหมอ อยากเป็นเภสัชแต่มันต้องเรียนตั้งหกปี เรียนจบแล้วก็ยังจะต้องเรียนต่ออีกหนูเลยคิดว่าเรียนการทำเครื่องสำอางดีกว่าเพราะคนเราสนใจความสวยความงามกันเยอะขึ้นค่ะ”

“มันก็เป็นความคิดที่ดีเหมือนกันนะ ขนาดฉันที่เป็นผู้ชายบางครั้งก็ยังต้องใช้เครื่องสำอาง นับว่าเธอเป็นคนที่มองการณ์ไกล ดูเหมือนความคิดของเธอจะโตกว่าอายุมากเลยนะ ฉันขอให้เธอประสบความสำเร็จในสิ่งที่หวังนะ”

“ขอบคุณค่ะหมอ”

“คืนนี้ฉันขอไปพักก่อนเธอก็รีบเข้านอนล่ะ ไม่ใช่อ่านหนังสือจนดึกแล้วเช้ามาก็ต้องรีบตื่นแต่เช้าเวลาไปเรียนไม่สดชื่นสมองจะรับความรู้ได้ไม่เต็มที่นะ” เขาเตือนด้วยความหวังดีก่อนจะเดินขึ้นไปบนห้อง

หญิงสาวมองตามแผ่นหลังของคุณหมอหนุ่มไปด้วยความชื่นชมตั้งแต่มาทำงานที่นี่นอกจากเธอจะสบายใจขึ้นมากแล้วยังรู้สึกดีมากๆ ที่ได้เขาเป็นเจ้านายอีกด้วย คุณหมอคีรินทร์ไม่เคยถือตัวเลยว่าตัวเองเป็นเจ้านายเขาปฏิบัติกับเธอเหมือนเธอเป็นน้องสาวเธอรู้สึกอบอุ่นกับการอยู่ที่นี่มากๆ

.....

“หมอคีย์คะบ่ายนี้หนูขอกลับไปที่บ้านนะคะ จะเอาเงินไปให้แม่ค่ะ” ขวัญนภัสบอกกับคุณหมอเจ้าของบ้านหลังจากเขาโอนเงินเดือนให้เธอในช่วงเช้า

“เธอจะค้างกับแม่เลยก็ได้นะ ฉันเองก็จะไม่กลับมาเหมือนกันเจอกันอีกทีก็นู่นแหละเย็นวันอาทิตย์ แล้วเย็นวันอาทิตย์เธอไม่ต้องทำกับข้าวให้ฉันก็ได้นะ ฉันว่าจะกินมาจากข้างนอกเลย”

“ได้ค่ะหมอคีย์ หนูไปก่อนนะคะ” หญิงสาวบอกกับหมอคีรินทร์ก่อนจะเดินไปด้านหลังบ้าน

“แล้วจะไปทำไมหลังบ้านล่ะเฟิร์นประตูมันอยู่ด้านหน้านะ” เขาถามอย่างไม่เข้าใจ

“หนูจะไปบอกนุ่มนิ่มก่อนค่ะ เดี๋ยวคืนนี้นุ่มนิ่มหาหนูไม่เจอแล้วจะตกใจ” เธอบอกก่อนจะเดินไปด้านหลังบ้านเสียงพูดคุยกับแมวส้มดังแว่วมาทำให้คุณหมอหนุ่มอดยิ้มไม่ได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป