บทที่ 9 เอ็นดู

“ทำงานกับมีวันหยุดให้เธอวันอาทิตย์หนึ่งวันนะ เธอจะไปไหนก็ได้ จะกลับไปนอนที่บ้านตั้งแต่คืนวันเสาร์ฉันก็ไม่ว่าอะไรแต่ขอแค่เช้าวันจันทร์ฉันมีข้าวกินก่อนไปทำงานแค่นั้นแหละ” เขาอธิบายอย่างชัดเจน

“หมอคะถ้าหนูไม่ออกไปไหนแต่ขออ่านหนังสืออยู่ที่นี่ได้ไหม”

“ได้สิ ฉันให้อิสระกับเธอเต็มที่อยากจะทำอะไรก็ทำไปเลย”

“ขอบคุณค่ะหมอคีรินทร์หนูไม่คิดเลยว่าจะมีเลยว่าจะเจอคนที่ใจดีแบบนี้”

“อย่าเพิ่งชมฉันเลยนะเฟิร์น คนเราไม่ได้ดีไปหมดหรอกฉันเองก็มีมุมที่แย่เหมือนกันเพียงแต่ตอนนี้เธอยังมองไม่เห็นก็แค่นั้น”

“หนูนึกไม่ออกเลยค่ะว่ามุมไหนของหมอที่จะดูแย่” ขวัญนภัสนึกไม่ออกเลยว่าคนอย่างหมอคีรินทร์จะเป็นคนไม่ดีได้ยังไง

“เธอบอกว่าจะเข้ามหาวิทยาลัย แล้วได้ไปติวหรือเรียนพิเศษกับคนอื่นบ้างไหมล่ะ”

“ไม่ค่ะ หนูใช้วิธีอ่านเองแล้วก็ดูจากยูธูปค่ะ”

“ดูด้วยมือถือเครื่องเก่าๆ ของเธอน่ะเหรอ” เขามองโทรศัพท์มือถือของหญิงสาวที่บริเวณขอบจอมันร้าวแล้วก็ถอนหายใจ

“ไม่หรอกค่ะ บางครั้งหนูก็ไปใช้คอมพิวเตอร์ที่โรงเรียนในการเรียน”

“นี่เธอไม่มีคอมพิวเตอร์ใช้เหรอไม่ค่ะ แต่ที่โรงเรียนเขามีให้ยืมใช้แต่หนูไม่ได้ทำเรื่องยืมค่ะกลัวเอามาบ้านแล้วน้องจะแย่งเล่นพังขึ้นมาไม่มีเงินไปใช้เขาอีก”

“เดี๋ยวฉันจะหาคอมพิวเตอร์ให้เธอใช้สักเครื่องดีไหม”

“ไม่เป็นไรค่ะหมอมันไม่จำเป็นสำหรับหนูเท่าไหร่”

“แต่มันจำเป็นสำหรับการเรียนนะ”

“แต่หนูไปใช้ที่โรงเรียนก็ได้ค่ะ”

“เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ถ้าเธอไม่อยากได้คอมพิวเตอร์ฉันมีแท็บเล็ตอยู่เครื่องหนึ่งไม่ได้ใช้งานเดี๋ยวฉันจะให้เธอนะ” คีรินทร์บอกอย่างใจดี

“ไม่เป็นไรค่ะหมอหนูเกรงใจ”

“เอาน่าถือว่าฉันสนับสนุนเด็กก็แล้วกันแท็บเล็ตเครื่องนั้นฉันได้มาจากตัวแทนยาน่ะ ยังไม่ได้ใช้เลยเก็บไว้ในลิ้นชักก็เสียดายเปล่าๆ”

“คุณหมอจะหักจากเงินเดือนหนูก็ได้นะคะ”

“ฉันก็ได้มาฟรีๆ จะมาหักเงินเธอได้ยังไงล่ะ รออยู่ตรงนี้เดี๋ยวฉันไปเอามาให้นะ” คุณหมอเดินเข้าไปในห้องทำงานของก่อนจะเดินถึงแท็บเล็ตยี่ห้อดังออกมาแล้วยื่นให้กับขวัญนภัส

“หวังว่ามันคงมีประโยชน์กับเธอมากกว่านอนอยู่ในลิ้นชักนะ”

“หมอคะแต่ราคามันแพงมาก”

“ก็บอกแล้วว่าไม่ได้ซื้อมา”

“ทำไมหมอไม่เอาเครื่องนี้ใช้คะ แล้วเอาเครื่องเก่าของหมอให้หนูใช้”

“ได้ยังไงล่ะเครื่องเก่าของฉันข้อมูลอยู่ในนั้นเยอะแยะไปหมดเธอเอาเครื่องใหม่ไปใช้นั่นแหละดีแล้ว ส่วนมือถือเดี๋ยวฉันจะหามาเปลี่ยนให้นะ”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะมือถือของหนูมันยังใช้ได้อยู่”

“แต่เวลาเธอถ่ายรูปแมวส่งให้ฉันรูปมันเบลอมากๆ เลยฉันไม่ชอบตกลงตามนี้ ทีนี้จะไปพักผ่อนหรือจะไปทำอะไรก็ได้เจอกันอีกทีเช้าวันจันทร์ก็แล้วกันนะ”

“แต่นี่มันเพิ่งบ่ายเองนะคะเย็นนี้หมอจะกินข้าวกับอะไรเดี๋ยวหนูทำให้”

“ไม่เป็นไรฉันว่าจะออกไปกินข้าวกับเพื่อนน่ะ เธอเองก็หาอะไรกินด้วยของสดในตู้ถ้าหมดแล้วก็อย่าลืมไปซื้อล่ะ เงินที่ฉันโอนให้ค่ากับข้าวแยกกับเงินเดือนถ้าไม่พอหรือขาดเหลือต้องรีบบอกนะ”

“ค่ะคุณหมอขอบคุณมากค่ะถ้าอย่างนั้นงั้นหนูขอไปบ้านบิวนะคะ”

“อือ ไปเถอะเดี๋ยวฉันก็จะออกไปเหมือนกัน”

หมอคีรินทร์ออกจากบ้านไปตั้งแต่บ่ายวันเสาร์และกลับเข้ามาที่บ้านอีกครั้งในช่วงบ่ายของวันอาทิตย์เขาค่อนข้างแปลกใจมากเมื่อเปิดประตูบ้านเข้ามาแล้วเจ้านุ่มนิ่มแมวสีส้มตัวอ้วนกลมของเขาไม่ออกมาต้อนรับเหมือนกับทุกครั้ง

เขาเดินตามหาไปทั่วบ้านก่อนจะเจอว่าตอนนี้แมวของเขากำลังนอนหลับอยู่กับแม่บ้านคนใหม่บนเสื่อใต้ต้นไม้หลังบ้าน ดูท่าทางแล้วทั้งคนทั้งแมวน่าจะหลับอย่างมีความสุข

คุณหมออดยิ้มไม่ได้กับภาพตรงหน้าดูเหมือนว่าตอนนี้เจ้านุ่มนิ่มจะตามติดขวัญนภัสมากกว่าตัวเขามากเลยทีเดียวตั้งแต่เธอมาทำงานหนึ่งสัปดาห์เจ้านุ่มนิ่มก็เดินตามเธอต้อยๆ เพราะแบบนี้เลยทำให้คุณหมอรู้สึกวางใจเป็นอย่างมากถ้าหากตนเองจะต้องไปเรียนต่อและฝากแมวตัวนี้ให้ขวัญนภัสดูแล เดิมทีคีรินทร์วางแผนเอาไว้ว่าตอนที่ตัวเองไม่อยู่บ้านจะปิดตายบ้านหลังนี้และให้แมวของตนเองไปอยู่ที่บ้านของปริณดา

แต่เมื่อเห็นแบบนี้แล้วก็คิดว่าจะให้ขวัญนภัสอยู่ที่นี่ระหว่างที่ตนเองไปเรียนให้เธอช่วยดูแลบ้านดูแลแมวและจ่ายเงินเดือนให้กับเธออย่างเดิม

คีรินทร์ปิดประตูหลังบ้านก่อนจะกลับขึ้นไปบนห้องของตนเองและเมื่อลงมาจากด้านบนอีกครั้งในเวลาค่ำก็เห็นว่าตอนนี้บนโต๊ะอาหารมีอาหารวางอยู่เรียบร้อยแล้ว

“หนูไม่รู้ว่าหมอจะกินข้าวที่บ้านหรือเปล่า แต่หนูทำอาหารไว้ให้แล้วค่ะ” ขวัญนภัสรีบบอก

“ขอบใจนะเฟิร์น อันที่จริงเย็นวันอาทิตย์เธอไม่ต้องทำก็ได้วันนี้เป็นวันหยุดของเธอนะ”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะหมอ หนูเห็นว่าหมออยู่บ้านแล้วหนูก็หยุดมาทั้งวันแล้ว”

“ฉันเห็นเมื่อกี้เธอนอนหลับอยู่หลังบ้านกับเจ้านุ่มนิ่ม”

“หนูตั้งใจจะเอาหนังสือออกไปอ่านแต่ด้านหลังบ้านบรรยากาศมันดีมากก็เลยเผลอหลับ”

“วันนี้ฉันพอมีเวลาว่างสองชั่วโมงเธออยากให้ฉันติววิชาไหนเป็นพิเศษบ้างหรือเปล่าล่ะ” เขาถามอย่างใจดีเพราะรู้ว่าขวัญนภัสไม่ได้ไปเรียนพิเศษที่ไหนเลยกังวลว่าเธออาจจะทำคะแนนได้ไม่ดี

“คุณหมอจะติวให้หนูได้เหรอคะ” เธอถามอย่างไม่แน่ใจ

“ทำไมถามแบบนั้นล่ะ เหมือนเธอกำลังดูถูกกันเลยนะ”

“เปล่าค่ะหนูก็แค่คิดว่า หมอเรียนจบมานานแล้ว”

“ถึงฉันจะเรียนจบมานานแต่ฉันก็ไม่ได้คืนวิชาความรู้ครูไปหมดหรอกนะ” คีรินทร์หัวเราะอย่างอารมณ์ดี

บทก่อนหน้า
บทถัดไป