บทที่ 5 5
“ลูกค้าของพี่กำลังมองหา เด็กสาว สักคนเอาไว้ช่วยผ่อนคลายยามเหงา ก็ตามประสาหนุ่มโสดที่ไม่อยากผูกมัดกับใครน่ะและลูกค้าของพี่เขาจ่ายเป็นรายเดือนด้วยนะ จ่ายหนักด้วย น้องเก็บเงินจากงานนี้แค่ไม่กี่เดือนก็ได้ค่าผ่าตัดแล้วนะ”
“พี่จะให้หนูไปขายตัวเหรอคะ!”
เมษารีบสวนขึ้นทันทีหลังจากที่เธอทนฟังอยู่นาน หึ เห็นเธอใส่ชุดนักศึกษาแบบนี้ใช่ว่าเธอจะไม่เข้าใจนะว่าพี่สาวคนนี้ต้องการจะสื่อเรื่องถึงอะไรและถึงเธอจะจนเธอก็ไม่คิดที่จะเอาตัวเองไปทำเรื่องแบบนั้น
“ไม่ใช่แบบนั้นหรอกจ้ะคนสวย งานนี้เราผูกขาดกับคนเพียงแค่คนเดียว จบสัญญาก็แยกย้าย มันก็เหมือนน้องมีแฟนนั่นแหละคล้ายกันเพียงแต่น้องจะไม่มีสถานะที่ชัดเจน สิ่งเดียวที่น้องต้องทำคือมอบความสุขและความพึงพอใจให้เจ้าของสัญญาหรือจะให้พี่พูดให้เห็นภาพชัดเจน งานนี้คือการเป็นเด็กเลี้ยง กินหรู อยู่สบาย”
“มันก็ไม่ต่างกันมากเท่าไหร่หรอกค่ะ เหมือนเป็นเมียน้อยหรือผู้หญิงที่เขาซื้อกิน”
“ซื้อขาดจ้ะและมีสัญญาจ้างงานที่ชัดเจน ส่วนเรื่องเมียน้อยอะไรนั้นพี่ขอพูดเลยนะจ๊ะ ว่าพี่จะไม่ทำเรื่องบ้านเล็กบ้านน้อยแบบนั้น ลูกค้าที่ติดต่อผ่านพี่ทุกคนพี่คัดแล้วและทุกคนคือคนโสดไม่มีพันธะจ้ะ”
“นี่น้องคนสวย พี่จะบอกว่างานนี้บางคนได้เจอรักแท้ด้วยนะ เด็กหลายคนที่ตกลงรับงานของพี่ ตอนนี้มีครอบครัวที่น่ารักมีสามีเลี้ยงดูสบายตัวไปแล้ว น้องไม่อยากเจอแบบนั้นบ้างเหรอ ได้ทั้งเงินรักษาคนสำคัญแล้วอาจจะยังได้เจอความรักดี ๆ ที่เราอาจจะนึกไม่ถึงก็ได้”
“...” เมษาไม่ตอบเพราะไม่ว่าจะคิดยังไงเมษาก็มองว่ามันคือการขายตัวอยู่ดีและต่อให้เธอหมดสิ้นหนทาง เธอก็จะไม่ยอมขายตัวเองเพื่อแลกกับเงินแน่ เงินที่ได้จากงานแบบนั้นมันน่าภูมิใจที่ไหนกัน ต่อให้อดตายเธอก็จะไม่ทำไม่มีทางทำเด็ดขาด
แต่...เมื่อถึงคราวจำเป็นอย่างเช่นตอนนี้ เรื่องที่เธอเคยพูดออกไปเต็มปากของตัวเอง วันนี้เมษาได้กลืนทุกคำพูดของเธอที่พูดไปในวันนั้นลงคอไปหมดแล้ว มันก็แค่เสียศักดิ์ศรีแต่ศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้ ศักดิ์ศรีมันช่วยให้น้ามัชหายป่วยไม่ได้
‘ขอให้เราเลือกถูกด้วยเถอะ ขอให้เขาใจดีกับเรา’ คงมีแต่คำภาวนาเท่านั้นที่เมษาจะให้กำลังใจตัวเองได้ ในเมื่อเธอเลือกไปแล้วตัดสินใจไปแล้วเมษาก็จะต้องสู้
“น้องเมษาจ๊ะ ลูกค้าของพี่พร้อมแล้วค่ะ”
เมษารีบลุกขึ้นและจัดระเบียบชุดเดรสผ้าชีฟองสีขาวของตัวเองให้เรียบร้อย วันนี้เธอเลือกใส่เดรสเปิดไหล่แขนยาวและความยาวของเดรสเลยหัวเข่าขึ้นมาเล็กน้อย มองแล้วยังคงสุภาพและน่ารัก เมษารู้ว่าเธอมาอยู่ตรงนี้ด้วยงานแบบไหนแต่เธอก็ยังอยากแต่งตัวเป็นตัวของตัวเองไม่ได้อยากจะแต่งตัวเอาใจคนแก่ (?)
“พี่เมนี่บอกข้อมูลของลูกค้าคนนี้ให้หนูรู้สักนิดไม่ได้เลยเหรอคะ” ระหว่างรอประตูลิฟต์เปิดออกเพื่อที่เธอกับเมนี่จะได้เข้าไปและขึ้นไปยังชั้นที่ลูกค้าคนนั้นอาศัยอยู่
“บอกไม่ได้จ้ะ”
“แบบรูปร่าง หน้าตา อายุ ก็บอกไม่ได้เหรอคะ”
“ใช่จ้ะ มันเป็นข้อตกลงของลูกค้าแต่พี่รับรองได้ว่าลูกค้าคนนี้ งานดีกว่าที่น้องเมษาจะจินตนาการได้” งานดีจนเมนี่อยากอาสาเป็นเด็กเลี้ยงซะเองแต่เขาดันไม่เอาเธอนะสิ เฮ้อ เสียดายจัง
“...” งานจะดีมากขนาดไหนกันนะ เมษาได้แต่คิดและก็สงสัย ทว่า ในขณะที่เธอกำลังจินตนาการถึงใบหน้าในความหมายของคำว่า งานดี ของเมนี่อยู่นั้น ประตูลิฟต์ได้เปิดออกเผยให้เห็นผู้ชายคนหนึ่งที่เมษาตกตะลึงในความรูปงามของเขา
‘หล่อมาก แบบนี้เรียกว่างานดีได้ไหมนะ’
สองสายตาสบประสานกันอยู่อย่างนั้นไม่มีใครยอมหลบสายตาของใคร ทั้งสองจ้องมองกันราวกับว่าตกอยู่ในภวังค์หากแต่สายตาคมเข้มที่มองผ่านแว่นตาเลนส์ใสนั้น เมษาไม่สามารถเดาได้เลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ เธอรู้สึกเหมือนถูกชายหนุ่มรูปงามคนนี้ประเมินด้วยสายตาอย่างไรอย่างนั้น
แต่ก่อนที่เด็กสาวจะได้ค้นหาความหมายที่ซุกซ่อนอยู่ในดวงตาสีนิลที่ชวนหลงใหลคู่นั้น ชายหนุ่มได้เดินออกจากลิฟต์และเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเมษา เขาจงใจเว้นระยะห่างระหว่างเขาและเมษาไว้เพียงแค่หนึ่งก้าว และด้วยระยะห่างที่ใกล้กันขนาดนี้ทำให้เมษารับรู้ได้ว่าผู้ชายคนนี้ตัวสูงมาก ‘น่าจะสูงเกือบ190เซนติเมตรแน่’
เมษาแอบคิดเพราะใบหน้าของเธออยู่แค่ระดับหน้าอกของเอง และนั่นทำให้ผู้หญิงที่สูงแค่160เซนติเมตรอย่างเธอต้องเงยหน้าขึ้นไปมองเขา
อึก จู่ ๆ น้ำลายก็แห้งขึ้นมาเสียอย่างนั้นเมื่อสายตาของเมษาสบกับสายตาของเขาอีกครั้ง ผู้ชายคนนี้มีแรงดึงดูดอย่างน่าประหลาดใจ เมษารู้สึกแบบนั้น แต่เธอเองก็ยังไม่รู้ว่าแรงดึงดูดที่ทำให้เธอเหมือนถูกสายตาของเขาตรึงเอาไว้แบบนั้น มันคือความรู้สึกแบบไหนกันแน่และต้องขอบคุณที่เขาเป็นฝ่ายละสายตาหันไปหาพี่เมนี่ก่อน
ตรงปกดีครับ”
เสียงทุ้มนุ่ม เสียงของเขาน่าฟังมาก ดูสุภาพ ทว่าตัวของเขากลับทำให้เมษารู้สึกกลัวยังไงก็ไม่รู้สิ แต่! คนนี้คือลูกค้าของพี่เมนี่ใช่ไหมแล้วตรงปกคืออะไร
“รูปที่ส่งให้เป็นรูปที่ไม่ผ่านการแต่งเลยค่ะ เพราะเมนี่อยากให้ลูกค้าได้รับความประทับใจที่ไม่ปรุงแต่ง”
