บทที่ 7 ถูกใจ

บทที่ 7

ถูกใจ

"เชี้ยแล้วไอ้เชน" 

พอเดินลงจากเวทีเพื่อนที่สนิทมาทำงานที่บาร์โฮสต์ด้วยกันก็รีบมาดักทางทันที เพราะรู้ใจกันดีว่าราเชนต้องไม่ชอบสิ่งนี้

"อะไรของมึงไอ้เล้ง"

คนเดินลงมาถามด้วยสีหน้างุนงง อยู่บนนั้นเขาดื่มไปเยอะเหมือนกันอาการตอนนี้ก็ออกจะมึนหน่อยๆ ต้องเอนเตอร์เทนลูกค้า ยังนึกแปลกใจเลยว่าปกติเวลานี้จะต้องมีเด็กมาบอกให้ไปนั่งตามโต๊ะต่างๆที่ซื้อดริ้งก์ลากเขาไปนั่งให้บริการแล้ว แต่ทำไมคืนนี้มันเงียบผิดปกติ หรือว่าตัวเองมีเสน่ห์ดึงดูดใจไม่พอ แต่ก็ไม่น่าจะใช่เพราะตอนอยู่บนเวทีแทบจะโดนฉุดลงมาจากเวทีอยู่รอมร่อ

ในแต่ละวันของการทำงานจะต้องพบปะพูดคุยกับลูกค้าทั้งหญิงและชาย สังสรรค์กินดื่มร้องเต้นเขาก็ทำมาหมด หรือว่าให้ร่วมกิจกรรมละเล่นโชว์ในรูปแบบต่าง ๆ เขาก็ทำมาแล้วทั้งนั้น แม้จะทำงานได้เพียงไม่กี่วันก็ทำให้ได้รับเงินเป็นกอบเป็นกำ เพียงแค่ทำตัวเองให้หล่อรูปร่างฟิตเฟิร์มอยู่เสมอ บวกกับหน้าตาดีมีชัยไปกว่าครึ่ง แต่งตัวเท่ห์ อัธยาศัยดีคอยให้บริการพูดคุยเอาอกเอาใจสร้างความสุขให้กับลูกค้าเท่านั้นเอง ยิ่งมาพักหลังได้กินอาหารเสริมดูแลตัวเองจากเจ๊ยี่หวาก็ยิ่งทำให้เขาดูออร่ามากกว่าที่ผ่านมามากทีเดียว

"คืนนี้มีคนเหมามึงรู้ยัง"

"เดี๋ยวนะเหมากูทั้งคืน...คือ" คนถามเลิกคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย 

"เขาก็จะพามึงไปแดกนอกสถานที่นะสิครับคุณเชน"

"จริงดิ" 

ใบหน้าหล่อขมวดคิ้วยุ่งด้วยความไม่พอใจ ถ้าเป็นเรื่องนั้นเขาคิดว่าเคยตกลงพูดคุยกับเจ๊ยี่หวาก่อนจะเข้ามาทำงานไปแล้วว่าไม่รับแขกนอกสถานที่ แต่ถ้าให้นั่งดื่มกันโต้รุ่งเขาก็ไม่ติด

"เออดิวะ รู้เปล่ากูได้ข่าวว่าเขาโครตหล่อ ผู้ดีสุดๆ แถมยังรวยระเบิดระเบ้อเลยนะโว้ย เห็นพวกรุ่นพี่เขาพูดกัน และกูก็แอบเห็นเจ๊แกตัวสั่นเลย ค่าตัวมึงคงแพงน่าดู" 

"......" 

คนฟังเม้มปากสนิท เดินไปตู้ล็อกเกอร์เตรียมเปลี่ยนชุด เพราะตั้งแต่ลงจากเวทีเขาก็โดนกีดกั้นให้มารออยู่ด้านหลัง ยังนึกสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น เพิ่งจะเข้าใจก็ตอนที่เพื่อนวิ่งหน้าตาตื่นมาบอกนี่แหละ

"ว่าไงมึงจะไปหรือเปล่า เจ๊ให้กูมาตามมึงขึ้นไปบนชั้นไฮเอนด์" เล้งเดินมาตอแยต่อ อีกไม่นานเจ๊ยี่หวาก็คงมาตามหากยังไม่ออกไป

"ไปก็เหี้ยแล้วสัส! เรียกให้กูไปนั่งดื่มจะกี่ดริ้งก์กูก็ไม่หวั่น แต่จะมาบอกว่าเหมากูไปอึ้บ...อย่านะครับ กูบอกเจตนารมณ์ที่มาทำงานที่นี่ตั้งแต่วันแรกที่ตามมึงมาสมัครงานแล้วนะโว้ย ว่ากูไม่ขายตูด!"

คนถูกทาบทามโวยวายขึ้นมาทันที ต่อให้เงินเป็นแสนเป็นล้านอย่างที่รุ่นพี่คนอื่นได้กัน คนอย่างราเชนก็ไม่ทำโว้ย ให้เขาเสียบพอว่าแต่นี่ต้องโดนเสียบเขาไม่มีทางยอมแน่นอน

"แต่เจ๊แกดีลกับเขาไปแล้วนะโว้ย ถ้ามึงไม่ไปได้ชิบหายหมดนี่แน่ อย่างน้อยออกไปก่อนแล้วเราค่อยว่ากันอีกที มึงไม่เสียดายความหล่อความรวยของเฮียแกหรือไง"

"กูไม่ไปเด็ดขาด มึงก็รู้ว่ากูไม่ใช่แบบนั้น... ถ้ามึงอยากไปให้เขาเสียบตูดมึงนัก มึงก็ไปแทนกู"

"ไอ้เหี้ยเชน! ของแบบนี้ให้เสียบแทนกันได้หรือไง เขาสนใจมึงไม่ใช่กู" 

"แต่แกต้องไปไอ้เชนเชื่อเจ๊ คนๆ นี้เขารวยล้นฟ้ามีอิทธิพลมาก ต่อให้แกไม่อยากไปเขาก็เอาตัวแกไปนาบอยู่ดี" 

เจ๊ยี่หวาเดินเข้ามาหลังจากที่แอบฟังมาสักพัก นี่เป็นโอกาสทองของราเชน มีคนหล่อรวยโปรไฟล์เลิศมาสนใจ หากไม่ไปก็ไม่รู้ว่าวันไหนจะลืมตาอ้าปากได้สักที

"ไม่มีทาง!!"

"....!" 

พอเห็นว่าตัวเองตะคอกใส่เจ้าของร้าน ราเชนจึงยกมือลูบหน้าเลียริมฝีปากที่แห้งผากแล้วเดินเข้าไปหาเจ๊คนสวยที่เป็นเจ้าของบาร์โฮสต์ พร้อมกับขยับไปพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลง เมื่อเห็นว่าเจ้าของบาร์ยืนกอดอกหันข้างให้ด้วยอาการแง่งอน 

"เจ๊ครับ...จะให้ผมดื่มกี่ดริ้งก์นั่งกินอยู่ที่นี่จนโต้รุ่งผมก็ไหวเจ๊ แต่ให้ไปกระดกตูดให้เขาเสียบอะไรแบบนั้นไม่มีทาง" 

คนปฏิเสธส่ายหน้าไม่เอาด้วย หากคบหาเป็นแฟนกันแล้วก็ว่าไปอย่าง จะให้เสียบหรือว่าถูกเสียบเขาก็ไม่เกี่ยง โลกทุกวันนี้เปิดกว้างความหลากหลายทางเพศ ความรักเองก็มีหลากหลายรูปแบบข้อนี้เขารู้ดี

"แต่นี่มันงานนะเชน การที่แกมาทำงานเป็นโฮสต์สักวันหนึ่งแกก็ต้องทำเปล่าวะ เชื่อเจ๊ แกจะมีกินมีใช้ไม่ขาดมือ ยายแกก็จะได้สบายสักที แค่ขับวินมอไซต์หน้าปากซอย เป็นเด็กเสิร์ฟตามร้านบาร์ตามคลับมันจะพอยาไส้อะไร ไหนแกก็ต้องจ่ายค่าเทอมอีก ไหนเงินเก็บไว้รักษายายอีกล่ะ ทุกวันนี้แกแทบจะทำงานติดลบ ได้มาเยอะแค่ไหนแกก็ต้องเอาไปใช้หนี้เขา ดอกรายวันก็ตามติดราวกับเป็นหนี้มันเป็นล้าน" 

ราเชนชะงักนิ่งไปใช่ว่าไม่รู้ ทำงานได้เงินเป็นกอบเป็นกำก็จริงแต่ก็ต้องเจียดไปใช้หนี้นอกระบบที่ทบต้นทบดอกไปแล้ว อีกส่วนก็เก็บไว้ค่าเทอมค่ารักษายาย ไหนจะค่ากินค่าใช้จ่ายรายวันอีกจิปาถะ ที่หามาแทบจะไม่ได้ใช้ส่วนตัวเลยด้วยซ้ำ หากไม่ได้เจ๊ยี่หวากับไอ้เล้งมันช่วยเอาไว้ เขาก็คงลำบากเช่นกัน

"แต่อีกเดี๋ยวผมก็จะเรียนจบแล้ว ชีวิตก็คงดีกว่านี้" 

"คนเรียนจบตกงานเดินเตะฝุ่นก็ตั้งแยะ ตอนนี้มีโอกาสก็คว้าเอาไว้ก่อน เชื่อเจ๊นะ...แล้วชีวิตแกจะสบายไปทั้งชาติ"

"......" 

ที่แบกความหน้าหนามาทำงานก็เพื่อให้ได้เงินเป็นค่าตอบแทน ให้เดินไปมาให้สาวๆหนุ่มลูบคลำก็พอรับได้ ใช่ว่าเขาจะไม่เกิดกิเลสตัณหาเวลาพวกคนเหล่านั้นมาจูบมาลูบคลำโดนจุดยุทธศาสตร์หรือจุดที่ไวต่อความรู้สึกบ้างซึ่งอาจจะเกิดจากความตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจ แต่มันก็แข็งเป็นเรื่องปกติ เขาก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีความต้องการทางเพศไม่ต่างจากคนอื่น แต่ก็มีวิธีช่วยตัวเองลดความอยากให้ทุเลาลงได้ 

คำว่า 'แฟน' ตั้งแต่เกิดมาเขายังไม่เคยคบใครเป็นแฟนแบบจริงจังเลยสักครั้ง อาจเพราะไม่ได้เปิดใจให้ใคร แค่ตัวคนเดียวกับยายที่ต้องดูแลก็เหนื่อยสาหัสมากพอแล้ว อย่าให้ต้องไปเอาอนาคตคนอื่นมาทิ้งไว้ที่เขาเลย ไม่อยากเป็นคนที่เห็นแก่ตัว วันใดวันหนึ่งที่เขาลืมตาอ้าปากได้วันนั้นเขาถึงจะเริ่มเปิดใจให้ใครสักคน

"ว่าแต่ไอ้คนที่มันอยากจะเคลมผม ชื่อว่าอะไร"

"เจ้าขุน หรือ ขุนพล วนารมย์ หรือเรียกกันสั้นๆที่เขารู้จักกันทั่วไปว่า 'เฮียขุน' " 

"เดช" 

"ครับเฮีย"

"มึงไปดูสิเกิดอะไรขึ้น ทำไมป่านนี้ยังไม่โผล่หัวกันมาอีก" 

เจ้าขุนเริ่มนั่งไม่ติด เมื่อเจ้าของบาร์โฮสต์ไม่กลับมาสักที แค่ไปตามกันมาทำไมต้องให้รอนานขนาดนี้ คนที่ไม่พร้อมจะอดทนรอใครนาน ๆ มีแต่คนอื่นมานั่งรอเริ่มหงุดหงิดงุ่นง่าน จนต้องเรียกลูกน้องคนสนิทไปจัดการ

เดชเห็นคนเป็นนายดูกระวนกระวายร้อนใจอย่างที่ไม่เคยเป็น จึงรีบค่อมศีรษะรับคำสั่ง พร้อมกับเปิดดูรูปคนที่นายส่งให้ในโทรศัพท์แล้วรีบไปทำตามคำสั่งทันที ไม่ลืมเดินไปสั่งลูกน้องของตัวเองให้ดูแลความปลอดภัยเจ้านายให้ดี แต่ยังทันจะก้าวเดินออกไป เจ๊เจ้าของร้านก็หน้าตาตื่นวิ่งมาทางนี้พอดี

"ว่าไง" 

คนนั่งกระสับกระส่ายเลิกคิ้วถาม พลางเอียงตัวมองไปด้านหลังไม่มีแม้เงาของคนที่เขาต้องการพบ มีแต่หนุ่มหล่อสูงโปร่ง ผิวขาวสะอาดสะอ้าน บอกเลยว่าหล่อมากแต่ก็ไม่ใช่คนที่เขาต้องการอยู่ดี

"ไอ้เชนมันหนีออกไปทางด้านหลังแล้ว ฮึกๆๆฮือๆๆ เจ๊ขอโทษจริงๆนะคะเฮียขุน เด็กมันไม่รู้ความ เจ๊เลยหาคนมาแทนเผื่อว่าเฮียจะถูกใจ" 

คนตอบรีบคุกเข่าลง ใบหน้าสวยด้วยศัลยกรรมมีน้ำตาไหลเป็นสายทางกลัวว่าจะถูกอีกฝ่ายลงโทษที่ไม่สามารถนำเด็กที่ต้องการมาให้ได้

เจ้าขุนกระตุกริมฝีปากเล็กน้อย แม้สีหน้าท่าทางจะไม่พอใจเจ้าของบาร์หรูอยู่ไม่น้อย แต่ในใจกลับนึกสนุกจะมีสักกี่คนกันที่วิ่งหนีคนอย่างเขาไปแบบไอ้เด็กนั่น นับว่าเป็นครั้งที่สองที่มันทำตัวผลักไสไล่ส่งเขาอีกครั้ง...ให้มันได้อย่างนี้สิ 

"เด็กนั่นชื่อเชนเหรอ"

"ค่ะ...มันชื่อราเชนมาทำงานได้ครบอาทิตย์พอดี บ้านมันอยู่ในสลัมไม่ไกลจากที่นี่เท่าไหร่ ไอ้เด็กคนนี้มันขยันปากกัดตีนถีบให้ทำอะไรก็ทำหมด เจ๊เห็นหน้าตาดีเลยให้เพื่อนมันชวนมาทำงานด้วย เฮียอย่าไปถือสาเอาความมันเลยนะคะ มันยังเด็กนิสัยห่าม ๆ ไม่ค่อยสนหัวใคร ปากจัดก็ที่หนึ่ง เรียกตีนชาวบ้านตลอด" 

ที่พูดมาดี ๆ ทั้งนั้นแต่มันทำให้เจ้าขุนยกมุมปากอย่างถูกใจ

"ส่งรูปให้คนของเราไปสะกดรอยตาม และไปสืบดูว่ามีคนอื่นสะกดรอยตามมันด้วยหรือเปล่า" 

สั่งลูกน้องคนสนิท แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายอยู่ในชุมชนแออัดแต่เขาก็แทบจะจำไม่ได้ว่าอยู่หลังไหน เพราะมันเหมือนกันไปหมด เลยมาดักรอที่บาร์โฮสต์ เพราะคืนเกิดเรื่องเขาสังเกตเห็นโลโก้บนเสื้อสีขาวของสถานบริการแห่งนี้ปักอยู่จึงลองเสี่ยงดวงดู ไม่นึกว่าจะเป็นจริงอย่างที่คิด ตอนแรกเขาเองก็ไม่อยากจะเชื่อด้วยซ้ำว่าคนที่เห็นเรื่องศักดิ์ศรีเป็นใหญ่ไม่ยอมรับนาฬิกาเรือนเจ็ดหลักอย่างมันจะมาทำงานเป็นโฮสต์ 

คนอื่นเขาไม่รู้ แต่ส่วนใหญ่พวกพ้องก็เหมารอบมาค้างคืนก็บ่อย จ้างไปเป็นเพื่อนนอนเป็นฟิลแฟน หรือจะมากกว่านั้นก็ทำได้ แล้วทำไมคนอวดดื้อถือดีศักดิ์ศรีค้ำคออย่างเด็กคนนั้นถึงมาทำงานที่นี่...

แต่พอเจ้าของบาร์โฮสต์มาร้องห่มร้องไห้แล้วบอกว่า 'ไอ้เชนหนีไปแล้ว' มันก็ทำให้หัวใจเขาเต้นแรงมากขึ้นกว่าเดิม 

"เด็กคนนี้ ใครเหรอครับนาย" 

เดชโน้มตัวลงถาม แม้จะรู้ว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสมที่ละลาบละล้วงเรื่องของเจ้านาย แต่ด้วยหน้าที่และความปลอดภัยเขาเองก็ย่อมอยากจะรู้ว่าเด็กคนนี้จะเป็นภัยกับเจ้านายหรือเปล่า เหตุใดคนที่ไม่เคยสนใจใครอย่างเจ้านายตนถึงให้ความสนใจเป็นพิเศษ 

เจ้าขุนกระตุกมุมปากเบา ๆ เป็นใครนะเหรอ...ก็เป็นคนที่วิ่งวุ่นอยู่ในหัวตอนนี้ และยังเป็นคนที่ทำให้เขาอารมณ์แปรปรวนยิ่งกว่าไบโพลาร์อย่างไม่ทราบสาเหตุยังไงล่ะ

"รู้แค่ว่า ให้คนของเราสะกดรอยตามเด็กนั่นไปก็พอ"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป