บทที่ 8 ถูกจับตัว

บทที่ 8

ถูกจับตัว

"ใครจะไปโง่ อยู่ให้มันเอาคืนวะ" 

เปลี่ยนชุดเสร็จแล้วก็รีบหนีออกมาหลังร้าน ครั้งที่แล้วเล่นเขาไว้เยอะ พอรู้ว่าเจ้าของนามบัตรนั่นตั้งใจจะมาเหมาเขาเอาไปยำทั้งคืน ราเชนจึงรีบชิ่งหนีทันทีโดยให้เล้งเป็นต้นทางให้

โครกครากๆๆๆ

เสียงร้องโครกครากเพราะว่าหิวจนแสบท้อง

"หิวก็หิว แม่งก็ดันจะมาเล่นกูวันนี้ บ้าชะมัด!" ชายหนุ่มสบถ

วันนี้ทั้งวันทำโปรเจคกับเพื่อนเร่งงานส่งอาจารย์จนไม่ได้พักกินข้าว พอเสร็จก็มืดพอดีแล้วเล้งก็ขับรถมารับเพื่อไปที่บาร์โฮสต์ต่อ สรุปตั้งแต่เช้าจรดเย็นจนกระทั่งตอนนี้ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องยกเว้นน้ำเปล่ากรอกปากเท่านั้น ปกติจะอิ่มจากที่ทำงาน กินข้าวหลังร้านกับเพื่อนร่วมงานเสร็จแล้วจึงจะแยกย้ายกันกลับบ้าน คืนนี้คงต้องฝากท้องไว้กับร้านสะดวกซื้ออีกตามเคย 

"เพราะไอ้มาเฟียนั่นคนเดียวเลย"

เดินไปบ่นไป จากบาร์โฮสต์เดินไปหน้าปากซอยไม่ไกลนัก ระยะทางประมาณหกถึงเจ็ดร้อยเมตร บางคนอาจจะคิดว่าไกล แล้วทำไมไม่นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างจากหน้าบาร์โฮสต์ไปหน้าปากซอยเข้าบ้านเลยจะได้ไม่เสียเวลา แต่สำหรับคนที่เดินจนชินติดเป็นนิสัยอย่างราเชนมองว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา น้อยครั้งที่เขาจะเรียกใช้บริการเพราะต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย 

ในระหว่างทางเดินไปปากซอย ชายหนุ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ใบหน้าหล่อเหลียวกลับหลังอย่างระแวดระวัง แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติอย่างที่คิด 

"หรือว่ากูจะหลอนไปเอง" พูดบ่นคนเดียว แต่พอเดินต่อไปอีกสักพักก็รู้สึกเหมือนเดิม เหมือนมีใครสะกดรอยตามจึงรีบเร่งฝีเท้าเดินให้เร็วที่สุด...

ตึก!!

สองสามวันที่ผ่านมานั้น เหมือนมีคนสะกดรอยตามเขาอยู่ตลอดเวลา แต่พอดีว่าไอ้เล้งอาสาขับรถมาส่งถึงหน้าปากซอยเข้าชุมชนทุกคืน ราเชนจึงใช้ความชำนาญทางในพื้นที่สับขาหลอกจนกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยทุกครั้ง

แต่ทว่าคืนนี้ไม่มีไอ้เล้งมาส่งเหมือนเก่า เพราะแอบหนีหน้าใครบางคนกลับบ้านมาก่อนนั่นเอง!!

นึกสงสัยอยู่เหมือนกันว่าไม่ได้มีศัตรูที่ไหน แค่ชกต่อยแลกมัดกันก็จบ หากเป็นไอ้อาร์มที่โดนมันไล่กวดกันคราวก่อน ตอนนี้เรื่องก็จางไปแล้ว มันกับผู้หญิงคนนั้นเลิกกัน เหตุเพราะแอบจับได้ว่าเธอไปยุ่งกับผู้ชายคนอื่นอีก ก็อย่างว่าคนรักกันแบบทิ้งๆขว้างๆอีกฝ่ายก็เหงา พอคันมากหน่อยเลยไปคว้าคนใกล้ตัวทำผัวแทน เคยเตือนบอกมันแล้วว่าอย่าจริงจังกับผู้หญิงคนนี้นักแต่มันก็หาว่าเขาจะเก็บไว้เคลมเอง แม้จะไม่ได้เป็นเพื่อน แต่อย่างน้อยก็รู้จักกันมาตั้งแต่แก้ผ้ากระโดดน้ำคลองด้วยกัน 

"หรือว่าอาจจะเป็นเฮียขุนที่ให้ลูกน้องของมันมาตามจับเราวะ" 

เดินไปก็คิดวิเคราะห์ไปต่าง ๆ นา ๆอาจเป็นมาเฟียที่ชื่อเฮียขุนก็ได้ที่ต้องการตัวเขา ข้อหาหมั่นไส้ที่ไปพูดจาไม่ดีทำตัวไม่เหมาะสม ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว ท้องก็หิวจนไส้กิ่วแล้ว 

"เจอหน้ามันทีไร ทำไมแม่งมีแต่เรื่องทุกที" สองเท้าเร่งรีบเดินแกมวิ่งเพื่อให้ถึงที่หมายโดยเร็ว ในใจก็นึกบ่นด่าว่าไปเรื่อย

กึก!!!

ราเชนถึงกลับเบรคจนแทบหัวทิ่ม เมื่อเจอกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนสามคนกระโดดเข้ามาขวางทางด้านหน้าเขาไว้ อีกเพียงนิดเดียวก็จะถึงปากซอยอยู่แล้ว พวกมันอำพรางใบหน้าหมด พอหันหลังกลับก็เจอกับชายฉกรรจ์อีกสองคนที่ปิดบังใบหน้าไว้เช่นกัน 

"พวกมึงเป็นใครวะ" 

ราเชนถามเสียงเครียด ดวงตาคมเบิกกว้าง เมื่อเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์กำลังสาวเท้าเข้ามาอย่างช้าๆอย่างไม่ประสงค์ดี 

"ไปเอาตัวมันมา" หนึ่งในสามคนที่ยืนขวางทางเอ่ยบอก

ราเชนจึงรีบถอยฉากตั้งหลักจนแผ่นหลังติดผนังกำแพง เรื่องต่อสู้ประชิดตัวเขาก็พอจะมีวิชาป้องกันตัวอยู่บ้าง หากพวกมันไม่เล่นตุกติกหรือไม่มีอาวุธปืนแค่ห้าคนก็น่าจะเอาตัวรอดได้ 

"พวกมึงจำคนผิดหรือเปล่า" 

จากที่พวกมันพูดไม่น่าจะใช่การชิงทรัพย์เพราะเครื่องประดับสักอย่างในตัวก็ไม่มี ทั้งเนื้อทั้งตัวมีไม่กี่ร้อยแล้วทำไมพวกนี่ต้องจับตัวเขาด้วยนะ

"ไม่ผิดตัวแน่ นายกูแค่อยากมาเชิญตัวมึงไปพบ ไปกับพวกกูดีๆ" 

จากการแต่งกายของพวกมันคนละแบบกับกลุ่มคนในคืนนั้นทำให้ราเชนเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าจะเป็นลูกน้องคนที่เขาคิดหรือเปล่า...

"กูจะไม่ไปไหนกับใครทั้งนั้นและไม่อยากไปพบนายของพวกมึงด้วย ไม่ต้องมาเชิญ!" 

เสียงเข้มตวาดกลับ พยายามสอดสายตาหาช่องทางหลบหนีและมองหาอาวุธพอที่จะรับมือกับพวกมัน 

"นั่นมันเรื่องของมึง แต่นายกูอยากพบ!"

"......"

"อย่าดื้อเลยน่า นายกูสั่งให้พวกกูเชิญมึงไปพบดีๆ มึงก็อย่าขัดใจสิวะถ้าไม่อยากเจ็บตัว" 

ชายร่างสูงใหญ่น่าจะเป็นลูกพี่เอ่ยขึ้นมาเสียงเข้มดวงตาน่ากลัวไร้ความรู้สึก

"นายของพวกมึง! ไม่เกี่ยวกับกู เพราะงั้นหลีกไป!" 

พอพูดจบ จะก้าวขาเดินออกไป แต่พวกมันไม่ยอมหลบ ตรงกันข้ามมันยิ่งขยับตัวเข้ามาโอบล้อมเอาไว้ ท่าทางราวกับสัตว์ร้ายที่รอขย้ำเหยื่อ 

"กูจะพูดอีกเป็นครั้งสุดท้าย ยอมให้พวกกูจับตัวไปดี ๆ" 

เสียงแหบแห้งพูดย้ำอีกรอบ ทำให้คนเป็นลูกน้องก้าวเท้าเข้ามาใกล้ๆกว่าเดิม พร้อมกับชักมีดสั้นออกมาจากเอว 

"อยากจับ มึงก็เข้ามาสิ" 

ราเชนท้า เขาไม่ได้หวาดกลัวแต่อย่างใด กลับรู้สึกถึงอะดรีนาลีนที่สูบฉีดพลุ่งพล่านในร่างกายมากกว่า มันเป็นความรู้สึกที่เขาคุ้นเคยดีเมื่อต้องเผชิญหน้ากับอันตรายแบบประชิดตัว

"ปากเก่งนี่ อย่างอื่นจะเก่งเหมือนปากไหมไอ้น้อง" 

คนพูดแสยะยิ้มร้าย มิน่าคืนนั้นจึงล่อหลอกพวกมือปืนจนหนีไปได้ และสุดท้ายมือปืนก็ถูกคนของเจ้าขุน เก็บกวาดไปหมด

"พวกมึงคิดว่าจะจับกูได้ง่าย ๆ เหรอ ไม่มีทาง!" 

ราเชนเอ่ยเสียงเย็น เรื่องชกต่อยขอให้บอก เพราะเขายืนหนึ่งเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่หากเอาปืนไล่ยิงเขาก็ไม่ค่อยถนัดที่จะคุยกับลูกตะกั่วซักเท่าไหร่

"รีบไปจับตัวมันมา" 

"ครับลูกพี่"

พลั่ก!!

"สั่งเก่งดีนักเอาหมัดกูไปแดกก่อนเพื่อนเลยล่ะกัน มึงอ่ะ" ด้วยความหมั่นไส้จึงจัดการคนสั่งเป็นคนแรก

พลั่วะ!!

เพราะมัวแต่หันไปบอกเพื่อนด้านข้างเลยไม่ทันระวังตัว คนแรกที่โดนราเชนกระโดดถีบจึงเป็นคนที่ชอบสั่ง ตามด้วยหมัดหนัก ๆ ซัดเข้าที่ใบหน้าของมัน แค่เพียงหมัดเดียวก็สอยร่างของมันร่วงไปกองกับพื้น 

"คนเก่งแต่ปากคือมึงต่างหาก"

หลังจากนั้นราเชนก็พุ่งใส่คนร้ายที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดอย่างรวดเร็วจนพวกมันตั้งรับไม่ทัน หมัดหนักๆและการเข้าโจมตีด้วยทักษะที่มี ทำให้คนร้ายที่เหลืออีกสี่คนชะงักไปเล็กน้อย แต่พอตั้งสติได้ก็กรูกันเข้ามารุมทำร้ายเขาพร้อมกัน การตะลุมบอนจึงเกิดขึ้น

ราเชนถูกเตะเข้ากลางลำตัวทั้งยังแลกหมัดกันตั้งหลายหน ลืมตัวใช้มือเปล่าปัดป้องมีดที่พุ่งเข้ามาตรงหน้าจนเกิดรอยบาด แต่ใช้ความเร็วที่มีกว่าเตะขาของคนร้ายจนล้มลงไปกองกับพื้น

ร่างสูงหมุนตัวหลบหมัดจากคนร้ายอีกคน พร้อมกับใช้ศอกกระทุ้งเขาที่ท้องของมันจนจุกก่อนจะเตะเข้ากลางลำตัวจนมันกระเด็นกระแทกกับผนังกำแพง 

"คิดว่าจะจับกูได้ง่ายๆก็ลองเข้ามาสิ"

พลั่ก!!

อั่ก!!!

พลั่วะ!!

เสียงหมัดกระทบเนื้อ เสียงมีดเสียดสีกลางอากาศพร้อมกับเสียงหอบหายใจของพวกเขาดังระงมไปทั่วบริเวณ 

ในที่สุดพวกมันก็ล้มลงไปนอนหอบหายใจกองกันอยู่บนพื้น ส่วนราเชนที่ยืนอยู่ท่ามกลางคนร้ายทำให้คนที่ยืนดูฝีมือการต่อสู้ของเด็กหนุ่ม ดวงตาที่แน่วแน่และแข็งกร้าวยามที่อยู่ท่ามกลางชายฉกรรจ์ทั้งห้าอย่างไม่ยอมแพ้ มันทำให้เดชที่มาพร้อมกับลูกน้องถึงกับชื่นชมลีลาการต่อสู้

"พวกมึงจำไว้ว่าอย่ามายุ่งกับกูอีก" 

ราเชนเอ่ยเสียงดัง ยกมือเช็ดมุมปากที่มีเลือดไหลซิบจากการแลกหมัด ก่อนจะหันหลังออกไปจากตรงนั้นทิ้งให้พวกมันนอนกองรวมกันอยู่บนพื้น

"เฮ้ย!!"

พรึ่บ!!

ด้วยไม่ทันระวังตัวเพราะคิดว่าตัวเองจัดการพวกคนร้ายได้หมดแล้ว พอหันมาตามเสียง กลิ่นฉุนกึกของสารเคมีลอยเข้าจมูกม่านตาของราเชนค่อยๆเล็กลงเมื่อผ้าสีขาวผืนหนากดแนบสนิทกับใบหน้าก่อนที่สติสัมปชัญญะจะดับวูบลง 

"เอาตัวมันไป"

สายลมยามดึกพัดโชยกลิ่นดอกไม้ในยามราตรีของบ้านสวนที่มีแมกไม้รายล้อม ที่นี่มีพื้นที่หลายสิบไร่เป็นพื้นที่ของคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลวนารมย์ และมีบ้านเรือนไทยหลังเล็กทรงสวยปลูกไว้ทางด้านหลังล้อมรอบด้วยแมกไม้หลากสีให้กลิ่นหอมตลบอบอวล 

ภายในห้องโถงกว้างขวาง ของคฤหาสน์หลังใหญ่ มีร่างของราเชนถูกพันธนาการไว้กับเก้าอี้ ดวงตาคมกริบฉายแววโกรธเคืองจ้องมองไปยังร่างสูง ของชายชุดดำหน้าตาดียืนอยู่เบื้องหน้า ราเชนขมวดคิ้วเพราะคลับคล้ายคลับคลาเหลือเกินว่าเคยเห็นหน้าผู้ชายคนนี้ที่ไหนมาก่อน แต่ก็ยังนึกไม่ออก แต่จากชุดที่สวมใส่มันคือชุดเดียวกันกับคนในคืนนั้น 

พวกมาเฟีย?..

"ปล่อยกูนะไอ้เหี้ย! พวกมึงจับคนผิดแล้ว!" 

ตั้งแต่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาราเชนก็แหกปากตะโกนลั่นบ้านจนเสียงแห้งแหบ ไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหนแล้วใครกันแน่ที่จับตัวเขามา ตามใบหน้าหล่อและลำตัวมีรอยฟกช้ำและรอยแผลจากมีดสั้นจากการเข้าตะลุมบอนก่อนหน้านี้ แต่ก็ไม่ทำให้เขารู้สึกเจ็บจนต้องร้องโอดโอยเพราะโดนแบบนี้มาบ่อยจนชินแล้ว แต่ที่ทำให้เขาโมโหมากจนเกรี้ยวกราดอยู่ในตอนนี้คือมันทั้งเหนื่อยและหิวจนแสบท้องไปหมด....

"กูยังไม่ได้แดกห่าอะไรเลย! อย่างน้อยก็ให้มีอะไรตกถึงท้องก่อน แล้วพวกมึงค่อยจับกูมาก็ได้!"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป