บทที่ 4 รอวันทิ้ง

บทที่ 3

รอวันทิ้ง

นานแค่ไหนไม่รู้ที่มุทิตาหมดสติไป เปลือกตาค่อย ๆ เปิดปรือขึ้นรับแสงที่สอดผ่านเข้ามาในม่านตาของตนเอง เธอสำรวจพื้นที่โดยรอบ และพยายามทบทวนความคิดว่าที่นี่คือที่ไหน และมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ก่อนจะสามารถ

เรียบเรียงลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดได้ในที่สุด

แอรอน...

แอรอนทิ้งเธอไว้ข้างทาง ก่อนผู้ชายที่เธอเจอเมื่อคืนจะมาพบเข้า จากนั้นก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย หญิงสาวรีบรุดลุกจากเตียงกว้างตรงไปยังประตูห้องที่ถูกปิดเอาไว้ แล้วพบคนที่เธอเห็นเขาเป็นคนสุดท้ายก่อนที่จะหมดสติไปไม่รู้เรื่องรู้ราว

“ตื่นแล้วเหรอ?” ใบหน้าหล่อผละออกจากกองเอกสารตรงหน้า

หันไปมองคนที่เพิ่งเปิดประตูออกมา ใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นยังดูซีดเซียว

อิดโรยอยู่บ้าง แต่มันก็ยังดีกว่าตอนแรกที่ได้พบกัน

“เป็นยังไงบ้าง” ฟิลลิปถามไถ่อาการ แต่มองด้วยตาแล้วก็อาจต้องพักผ่อนอีกสักหน่อย “เดี๋ยวสักพัก เสื้อผ้าเธอก็จะมีคนเอามาให้แล้ว รอหน่อยแล้วกัน”

ชั่ววินาทีหลังจากที่ได้ยินประโยคนั้น หญิงสาวรีบก้มมองเสื้อผ้าของตัวเองก็พบว่ามันไม่ใช่ชุดเดิมที่เคยใส่... ก่อนจะส่งสายตาคาดโทษไปให้คนตัวโต

ที่นั่งอยู่ และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจในสิ่งที่เธอคิดจึงรีบออกปากแก้ตัว

อย่างเร็วไว

“ไม่ใช่ฉัน ฉันให้แม่บ้านมาเปลี่ยนให้ อย่าเพิ่งเข้าใจผิด” มุทิตารู้สึกโล่งใจได้ทันที หลังจากได้ยินแบบนั้น

“ตอนนี้กี่โมงแล้วคะ” เธอไม่รู้ว่าตอนนี้มันกี่โมงแล้ว ไม่รู้ว่าการที่เธอหลับไปมันเนิ่นนานแค่ไหน

“อีกสิบนาทีก็จะสี่โมงเย็น” มองดูนาฬิกาในข้อมือ

“ที่นี่ที่ไหน”

“โรงแรมฉัน” เสียงเรียบบอก ก่อนจะก้มตาดูเอกสารของตัวเองต่อ

“ขอบคุณนะคะที่ช่วยไว้” เธอเอ่ยขอบคุณเขาอีกรอบ ถ้าไม่มีเขาเข้ามายื่นมือช่วยในตอนนั้น ตอนนี้เธอก็คงจะนอนหลับอยู่กลางถนนหรือไม่มันก็อาจจะร้ายแรงมากกว่านั้น

ฟิลลิปพยักหน้ารับ ที่เขาช่วยเหลือมุทิตาก็เพราะความเป็นเพื่อนมนุษย์จริง ๆ ไม่ได้อยากทำให้แอรอนมันหัวเสียหรืออะไรอย่างที่เหมันต์เข้าใจ

“แต่ว่าฉันต้องรีบไปแล้ว ขอตัวนะคะ” เธอไม่อยากจะอยู่ที่นี่นานเพราะแค่นี้ก็เกรงใจเขามากเกินพอแล้ว

“เดี๋ยวสิ เพิ่งจะลุกขึ้นมาได้แปบเดียว มีแรงจะเดินไปแล้วเหรอ?”

“คือฉัน...”

“นั่งพักอีกสักหน่อยเถอะ ให้อาการมันคงตัวก่อน เดี๋ยวฉันจะหาอะไรมาให้กิน” เขาบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“ขอบคุณค่ะ” สุดท้ายเธอก็ปฏิเสธชายหนุ่มไม่ได้ จำยอมทำตามในสิ่งที่เขาบอก

ท้ายที่สุดฟิลลิปก็ให้เมธานินท์ขับรถพามุทิตาไปส่งที่บ้านของเจ้าตัว

ในที่สุด ความจริงหากเจ้าตัวจะพักผ่อนต่ออีกสักนิดเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ดูเหมือนมุทิตาจะอยากกลับเต็มทนคงเพราะยังไม่ไว้ใจเขาประจวบกับเกรงใจ ซึ่งเขาก็ไม่ได้ขัดถ้าเธอจะกลับ

ค่ำคืนวันเดียวกันนิศามณียังคงต้องทำหน้าที่ของตัวเอง ทั้ง ๆ ที่วันนี้

เธอไม่ได้มีกระจิตกระใจอยากเจอหน้าฟิลลิปเลยสักนิด จะบอกว่าน้อยใจเขาเรื่องที่มันเกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางวันก็ได้ แต่เธอรู้สถานะของตัวเองเลยรู้ดีว่า สิ่งที่เธอควรทำมันควรไปทิศทางไหน

“จะยืนอยู่ตรงนั้นอีกนานไหม” ไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไร เมื่อนิศามณียังคงเอาแต่ยืนนิ่งไม่รีบถอดเสื้อผ้าแล้วก้าวเท้ามาหาเขาสักที

“หรือคิดจะเล่นตัวอัพราคา”

“เปล่าค่ะ จันทร์แค่รู้สึกว่าอยากอาบน้ำก่อน” จริง ๆ เธอแค่จะถ่วงเวลาเขา แต่มันก็เท่านั้นเพราะอย่างไรแล้ว สุดท้ายเธอก็ต้องไปสยบใต้ร่างเขาอยู่ดี

“งั้นก็ไปซะสิ”

“ขอบคุณค่ะ” น่าแปลกใจ…ที่วันนี้ชายหนุ่มดูว่าง่ายกว่าทุกครั้ง แต่แล้วยังไม่ทันได้คิดชมเชยมากกว่านี้ เสียงเข้มก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง

“ฉันยังไม่เคยลองกับเธอในห้องน้ำสักครั้ง มันน่าตื่นเต้นดี เธอว่าไหม?”

“คะ...คุณฟิลลิป ว้าย!” ยังไม่ทันได้ถอยไปไหน ก็โดนคนตัวโตเดินเข้ามาช้อนร่างขึ้นอุ้ม และเดินดุ่ม ๆ ไปในห้องน้ำที่อยู่ห่างออกไปเพียงหนึ่งเฮือกลมหายใจ

“คุณฟิลลิปคะ จันทร์ว่าจันทร์ออกไปรอข้างนอกดีกว่า” ในนี้มีทั้งกระจกและอะไรต่อมิอะไรที่เธอไม่คุ้นชิน แม้ความสัมพันธ์เขากับเธอมันจะยาวนานมาถึงสามเดือน แต่ประสบการณ์พวกนี้ เธอยังไม่เคยได้ลิ้มลองเลย

“ไหนว่าอยากอาบน้ำ”

“ไม่ใช่แบบนี้” อาบน้ำที่หมายถึงว่า เธออาบน้ำเพียงลำพังไม่ใช่มีเขา

เข้ามาเป็นตัวแถมแบบนี้

“ดูเธอไม่อยากเห็นหน้าฉันนะ” ชายหนุ่มเริ่มจับสังเกตได้ น้ำเสียงเริ่ม

ไม่พอใจเมื่อนิศามณีคล้ายพยายามหาหนทางหลีกหนีเขา

“...”

“หรือเพราะเรื่องเมื่อกลางวัน” ครั้งนี้นิศามณีก็ยังคงเงียบไม่พูด และมันก็เหมือนเป็นคำตอบให้ฟิลลิปไปโดยปริยาย

ชายหนุ่มร้องเหอะออกมา คล้ายสมเพชกับผู้หญิงตรงหน้า นับวันดูเหมือนนิศามณีจะยิ่งสำคัญตัวผิดไปเรื่อย ๆ

“อย่าลืมสถานะของตัวเองสินิศามณี อย่าให้ฉันต้องย้ำเรื่องนี้กับเธอ

บ่อย ๆ” ใบหน้าหล่อยื่นเข้าไปใกล้

มือหนาจับปลายคางมน จ้องมองเข้าไปในแววตาของหญิงสาว ก่อนจะก้มหน้าลงไปฉกชิมกลีบปากนุ่มของหญิงสาวด้วยความกักขฬะ

และดูเหมือนว่าเขาจะสอดแทรกห้วงอารมณ์ของตัวเองเข้ามา พานให้เรียวปากของหญิงสาวระบมช้ำ ชายหนุ่มทั้งดูดทั้งดึงกลีบปากล่างบนของนิศามณี ลิ้นแกร่งสอดประสานตวัดโลมเลียทุกซอกทุกมุมจนอีกฝ่ายแทบรับแรงโหมรันนี้

ไม่ไหว

นิศามณีตกใจกับการกระทำที่จาบจ้วง เธอพยายามดันเขาออก แต่สุดท้ายก็ไม่วายถูกพันธนาการไว้ด้วยมือแข็งแกร่ง หญิงสาวอยากจะร้องไห้ออกมา

แต่กลับร้องไม่ออกไม่รู้ว่าทำไมแต่รู้แค่ว่ามันจุกแน่น จนเธอแทบขาดอากาศและค่อย ๆ แตกไปทีละนิดราวกับกระจกที่มีรอยร้าวรอวันแตกสลาย…

ความรู้สึกของเธอ…ฟิลลิปเปรียบเทียบมันเป็นอะไร?

เป็นแค่ของเล่นชิ้นหนึ่งอย่างนั้นหรือ?

เขาจะพูดและกระทำกับเธออย่างไรก็ได้ใช่ไหม? โดยที่ไม่เคยสนใจ

สักนิดว่า คนเช่นเธอจะสามารถรองรับความรู้สึกพวกนี้ได้มากน้อยแค่ไหน...

เขาไม่เคยถามเธอเลยสักนิด

ฟิลลิปปล่อยให้นิศามณีได้มีโอกาสกอบโกยอากาศเข้าสู่ปอด หลังจากลงโทษทัณฑ์ที่บังอาจลืมกำพืดของตัวเอง แต่มันก็ไม่ได้นานพอให้อีกฝ่ายย่ามใจ คำสั่งประกาศิตก็ดังก้องออกมา

“ถอดเสื้อออกให้หมดทั้งของเธอและของฉัน อย่าทำให้ฉันต้องเสียเวลาไปมากกว่านี้”

คราวนี้นิศามณีว่าง่ายจนฟิลลิปยิ้มออกมา เมื่อหญิงสาวลงมือค่อย ๆ แกะกระดุมเสื้อของเขาออก แต่มันกลับไม่ใช่รอยยิ้มที่เขาเคยให้คนอื่น มันเป็นรอยยิ้มที่เจือปนไปด้วยความน่าสังเวชที่มีให้แก่เธอ

เพียงแค่ชั่วหนึ่งของลมหายใจ สองคนก็เปลือยเปล่าต่อหน้ากันและกัน และฟิลลิปก็ไม่รีรอให้เสียเวลาอย่างที่เขาเคยพูด ชายหนุ่มจับหญิงสาวพลิกกายหันหลัง มือบางค้ำยันกับอ่างล้างหน้าเอาไว้ ใบหน้าหวานสะท้อนในกระจกความรู้สึกเขินอายเริ่มเข้ามาแทรกแซง เมื่อตอนนี้กระจกเบื้องหน้าส่องเห็น

ทุกสัดส่วนชัดเจนไปหมด

มือหนาเริ่มตะบมจับคลึงเคล้ากับอกอวบอิ่มของนิศามณี เขาไม่ได้เบามือแต่ก็ไม่ได้รุนแรง นิศามณีสั่นผวาเมื่อจู่ ๆ เธอก็สัมผัสได้ว่ามีมือข้างหน้าของ

ฟิลลิปล้วงลงไปถึงเบื้องล่าง กลีบดอกไม้ของเธอ...

มันกำลังถูกเขารุกล้ำเข้ามา

“อ๊ะ! คุณฟิลลิปคะ” ความเสียวซ่านแทนที่ ฟิลลิปส่งนิ้วเรียวทักทายกับแพรไหมก่อนจะค่อย ๆ ชำแรกเข้าไปด้านในทีละนิด ทีละนิด

จากหนึ่งนิ้ว ฟิลลิปก็เพิ่มมันขึ้นมาอีกหนึ่งเป็นสอง กลีบดอกไม้ฉ่ำหวานพรั่งพร้อมจนฟิลลิปอดพอใจกับมันไม่ได้ ขณะที่มืออีกข้างของเขาก็ยังคงฟ้อนเฟ้นเค้นคลึงอยู่กับทรวงอกตูมของนิศามณีไม่มีหยุด จมูกโด่งสันและริมฝีปากร้าย กำลังสูดดมหาความหอมหวานจากซอกคอของสาวเจ้าไปด้วย

ยิ่งเนิ่นนานเท่าไร ร่างกายของนิศามณีก็เริ่มจะอ่อนระทวยเข้าไปทุกที สะโพกผายรับรู้ได้ถึงบางอย่างที่มันกำลังแข็งโด่และร้อนผ่าวชนกับแก้มก้น

ของเธอ ไม่ต้องเดาก็พอจะรู้ว่ามันคืออะไร

“เธอแม่งโคตรน่าเอาเลยนิศามณี” เสียงเข้มแหบซ่านกระซิบลงข้างใบหู ทั้งยังขบเม้มและกดมันจนร่างสาวสะดุ้งโหย่ง

“อย่าแกล้งจันทร์ได้ไหมคะ” เธอรู้ว่าฟิลลิปกำลังแกล้งตนเองอยู่

ไม่อยากนั้นเขาคงไม่แกล้งขบเม้มที่ใบหูแบบนั้นหรอก แล้วไหนจะ...

“อย่าทำรอยที่คอนะคะ” ออกปากห้าม ก่อนที่คนตัวโตจะทำอย่างที่เธอว่า

“ทำไม กลัวใครเห็น?”

“เยอะแยะไปค่ะ” จะมีสักประโยคไหมที่จะไม่ทะเลาะกับเธอ

“กลัวจะไปร่านใส่คนอื่นไม่ได้งั้นสิ?”

“ก็ประมาณนั้นค่ะ”

“ปากดี”

“ก็เหมือนคุณฟิลลิป”

“เหอะ! ฉันจะรอฟังเสียงจากคนปากดี”

“อื้อ! คุณฟิลลิปตรงนั้นอย่านะคะ” ฟิลลิปรู้จุดอ่อนของเธอดีว่ามันอยู่ตรงไหน นั่นยิ่งทำให้เธอรู้สึกคิดผิดที่ไปต่อปากต่อคำกับเขา ก็เพราะลืมว่าตอนนี้ตัวเองกำลังอยู่ในสถานการณ์แบบไหน จะมาคิดได้ก็สายไปเสียแล้ว

“เธอยังช้ากว่าฉันหลายก้าวนิศามณี”

และเหมือนว่าคราวนี้มันจะถึงทีของจริงสักที เมื่อฟิลลิปจับดึงดัน

แกนกายของดันถูไถกับร่องสาวจากด้านหลัง เขาทำแบบนั้นวนซ้ำจนนิศามณีเริ่มต้านทานความรู้สึกและสัญชาตญาณของตัวเองไม่ได้ เช่นเดียวกับฟิลลิปเขาก็ทรมานไม่ต่างกัน แต่เพราะอยากอยู่เหนือหญิงสาว เลยต้องวางเชิงเสียก่อน

“คุณฟิลลิป”

“อ้อนวอนฉันก่อนสิ” คนตัวโตได้ใจ ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริง เขาน่ะอยาก จะสอดแทรกแล้วกระแทกกระทั้นให้มันสิ้นเรื่อง

“ทำไมถึงต้องรังแกจันทร์ด้วย”

“ก็คนอย่างเธอมันน่าแกล้ง จะเอายังไง” เขาตั้งคำถาม แล้วก็ส่งนิ้วเรียวของตัวเองบดขยี้กลีบดอกไม้ของนิศามณีซ้ำอีกครั้ง คราวนี้สาวเจ้าแทบล้มทั้งยืน แต่ยังโชคดีที่เขาสามารถไขว่คว้าเอาไว้ได้ทัน

สถานการณ์ของนิศามณีเริ่มน่าหนักใจขึ้นเรื่อย ๆ แต่ถ้าจะอยู่แบบนี้

ก็แสนทรมาน แล้วเมื่อลองถ่วงดุลน้ำหนักของความเป็นไปได้ที่ว่าจะล้มเลิกเรื่องที่เกิดขึ้นมันยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ ไม่เข้าใจฟิลลิปเลยสักนิด ทำไมเขาถึงได้เอาแต่ใจตัวเองแบบนี้

“ขะ...เข้ามา เข้ามาเถอะนะคะ” ยิ่งพูดยิ่งน่าอาย เนื้อตัวเธอเห่อร้อนแดงราวกับลูกตำลึงสุก

“อ๊ะ!”

รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมเย้ยยันออกมา เขาดูพอใจกับคำขอร้องของอีกฝ่าย แล้วจับเนื้อกายขึงขังถูไถกับเนื้อสาวอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ดันมันเข้าไป

จนสุดลำ การกระทำของฟิลลิปไม่มีคำว่าอ่อนโยน จะมีก็แต่ความหยาบกระด้าง

ที่นิศามณีรับรู้ได้

ฟิลลิปแทบแดดิ้น ทันทีที่เขาสอดประสานเข้าไปภายในร่างสาว

ความคับแน่นมันบีบรัดจนเขาแทบปริแตกออกมา ไม่ว่าจะกี่ครั้งสัมผัสของ

นิศามณีก็ยังเป็นที่น่าโปรดปราณอยู่เสมอ หรือนี่เป็นเหตุผลที่เขายอมเสี่ยงเอาเงินจำนวนมากไปแลก

ถ้าคำนวณความคุ้มค่า มันอาจได้ผลตอบแทนไม่มากเท่ากับการเสียไป ถึงราคาจะมากกว่าการไปซื้อกินตามคลับตามบาร์ แต่มันก็แลกมาพร้อม

ความปลอดภัยในระดับหนึ่ง ไหนจะพรหมจรรย์ที่คร่ามาในครั้งแรก อ้า...

เขาเห็นข้อดีของนิศามณีแล้ว

“ฉันคิดไม่ผิดจริง ๆ ที่ยอมลงทุนกับเธอมากขนาดนี้”

นิศามณีสะอึกในคำพูดของชายหนุ่ม แต่เลือกปัดมันทิ้ง เธอไม่อยากใส่ใจให้มากกว่านี้ เพราะอย่างไรทุก ๆ ครั้งมันก็ต้องมีคำพูดมาทับถมเธออยู่เรื่อย ๆ ฉะนั้นทำตัวให้ชินกับมันซะ จะได้รู้สึกเจ็บน้อยลง

“ขอบคุณนะคะ ที่ยังเห็นว่าการลงทุนกับจันทร์ มันยังมีประโยชน์” ทุกคำพูดเสียดแทงลงลึกไปในหัวใจ แต่ยังคงปั้นหน้าว่าเธอไม่เป็นอะไร

“หึ! แต่อย่าได้ใจไป เพราะฉันอาจจะเบื่อเธอตอนไหนก็ได้” เขาจะเขี่ยผู้หญิงคนนี้ทิ้งไปตอนไหนก็ได้ ตามที่ใจเขาต้องการ หรือจะไขว่คว้ามาตอกตรึงยังไงก็ได้ เพราะเขาจ่ายหนัก

“...” เขาจะบอกเธอกี่ครั้งกัน วันวันหนึ่ง เขาจะตอกย้ำเธอมันทุกช่วงเวลาเลยหรือ? รู้หรอกว่าเธอเป็นลูกไก่ในกำมือเขา จะบีบก็ตาย ถึงจะคลายสุดท้าย

ก็ตายเหมือนเดิม

“คนอย่างเธอ ถ้าไม่มีฉันสักคนจะทำอะไรได้” ทุกถ้อยคำของฟิลลิป

ช่างเจ็บแสบเกินจะหาสิ่งใดมาเทียบ

นิศามณีสูดลมหายใจลึกก่อนจะตอบเสียงเรียบ “จันทร์รู้ดีค่ะว่าตัวเอง

ไม่มีค่าอะไรในสายตาคุณฟิลลิป” เธอหันมาสบตาเขา

“จันทร์ไม่ใช่คนที่เข้มแข็งพอจะต่อสู้กับคุณ แต่ก็ไม่ใช่คนที่จะทนให้ใครมากดขี่ตลอดไปหรอกค่ะ”

เธอกลั้นใจพูดต่อ “ถ้าคุณฟิลลิปเบื่อเมื่อไหร่ จันทร์ก็พร้อมจะไปเพราะถึงเวลานั้น จันทร์ก็ไม่เหลืออะไรที่ต้องเสียแล้ว”

“งั้นก็ดี จำคำพูดของเธอเอาไว้ให้ดีแล้วกัน ถึงวันนั้นอย่ามาอ้อนวอนฉัน” เก่งสินะ เก่งให้มันได้ตลอดไปเถอะ เขาจะรอดูน้ำหน้าคนเก่ง

“ค่ะ” เพียงคำสั้น ๆ ที่นิศามณีตอบรับ หากถึงวันนั้นจริง ๆ เธอสัญญาเลยว่าจะยอมก้าวเท้าออกไปแต่โดยดี จะไม่เข้ามาวุ่นวายในชีวิตเขาอีก จนถึงตอนนั้นเธอก็หวังว่าเงินที่เอาไว้รักษาน้องมันจะมากเกินพอ...

แล้วดูเหมือนว่าการปะทะฝีปากเมื่อครู่นี้ มันเพิ่มความเกรี้ยวกราดให้กับฟิลลิปเหลือล้ำ เมื่อเขากระแทกกระทั้นสวนสะโพกสอบบดขยี้เข้ามามากขึ้นกว่าเก่า มือหนาข้างหนึ่งบีบขย้ำทรวงอกอวบจนเกิดรอยแดง นิศามณีต้องค้ำยันตัวเองเอาไว้ให้ได้ ในขณะที่ตอนนี้ฟิลลิปไม่ได้สนใจอะไรเลย นอกจากตัวเขาเอง...

หญิงสาวพยายามเก็บกลั้นเสียงของตัวเองเอาไว้ ให้ได้มากที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้ แต่มันกลับไม่ง่าย ยิ่งต่อต้านเขามากเท่าไร ชายหนุ่มก็ยิ่งเพิ่มแรงกระตุ้นมากกว่าเดิม ฟิลลิปเอื้อมมือมาสัมผัสลงบนเนินเนื้อและส่งนิ้วเข้าไปเพิ่มความเสียวกระสันให้ร่างสาว

“เธอจะทนได้แค่ไหนกันเชียว?” เขาไม่ชอบความถือดีของนิศามณี

ยิ่งแสดงออกมามากเท่าไร เขายิ่งรู้สึกอยากเอาคืนให้มากกว่าเดิม

ทำให้รู้ว่าระหว่างเขากับเธอ มันคนละชั้นกัน

“จันทร์จะทน” ใบหน้าหล่อมองมาที่เธอผ่านกระจก นิศามณีก็จ้องเขม่งสู้กลับคืนไป

“ฉันจะรอดู”

ว่าแล้วก็ส่งตัวตนให้ตอดลึกเข้าไป จับสะโพกผายของหญิงสาวเป็นหลักยึด กระแทกไม่มีพัก ขณะที่ยังคงบีบขย้ำและซุกไซ้ซอกคอหญิงสาวเอาไว้ และจับดวงหน้าของเจ้าหล่อนให้จ้องมองไปยังกระจกบานใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้า

แม้นิศามณีจะทำอย่างที่พูดคือไม่ส่งเสียงอะไรออกมา ทว่าเขารู้ดีว่า

อีกฝ่ายกำลังสะกดกลั้นความเสียวกระสันไว้มากแค่ไหน ดูจากการที่พยายาม

กัดริมฝีปากของตัวเองเอาไว้แบบนั้น เสียงหึเกิดขึ้นในลำคอของฟิลลิปส่งผ่านถึงโสตประสาทหูของนิศามณี

“ปากไม่ร้อง แต่เธอเด้งสะโพกรับฉันไม่หยุด”

“...”

นิศามณีไม่ตอบ เพราะเธอเหนื่อยจะสาวความยาว ว่าความยืดกับเขา แต่ฟิลลิปกลับไม่ยอมลดละง่าย ๆ เขาจับใบหน้าของนิศามณีให้มองเข้าไป

ที่กระจก ขณะยังสวนสะโพกเข้ามาไม่หยุดอยู่นั้น

“มองสิ มองดูว่าเธอมันง่ายขนาดไหน” เขาฝืนดวงหน้าของนิศามณี

ให้มองไปที่กระจก ทว่าหญิงสาวกลับเบือนหน้าหนี แต่ฟิลลิปบีบปลายคางของเจ้าหล่อนเอาไว้แน่น บังคับให้มอง

“มะ...ไม่ค่ะ” เขาจะกลั่นแกล้งเธอให้มันได้อะไรขึ้นมา ต้องเห็นเธอ

อับอายรึไงถึงจะพอใจ

“ยอมพูดแล้วเหรอ นึกว่าเป็นใบ้?”

“...” เธอมองเขา แต่ไม่ตอบอะไรออกไป

“นิศามณี” คราวนี้ฟิลลิปกดเสียงไม่พอใจ ได้...ในเมื่ออยากลองดี

เขาก็จะจัดให้

ก่อนจะจับพลิกให้นิศามณีหันมาเผชิญหน้า ทั้ง ๆ ที่จุดประสานยังคง

ต่อติดกันอยู่ วินาทีหนึ่งชายหนุ่มก้มหน้าไปมองดู นั่นยิ่งเพิ่มแรงกระตุ้นให้

ความป่าเถื่อนก่อตัว อยากกระเสือกกระสนเข้าไปให้มากกว่านี้

กลีบดอกไม้นิศามณีแดงช้ำ เพราะแรงที่เสียดสีกันกับเนื้อกายของ

ชายหนุ่ม สาดกระหน่ำความเร่าร้อนและแรงขึงขังให้อีกฝ่ายจนแทบนับครั้งไม่ถ้วน จากอ่างล้างหน้าถูกแปรเปลี่ยนไปในอ่างกุชชี่ราคาแพง แม้มันจะมีปริมาณน้ำอยู่มาก แต่ไม่สามารถดับความร้อนที่ก่อตัวขึ้นราวกับไฟที่ลุกโหมได้เลย

ฟิลลิปใช้เวลาในห้องน้ำไปกับร่างแน่งน้อยของนิศามณี จนอีกฝ่ายแทบสิ้นเรี่ยวแรง ทว่ากลับไม่จบลงแค่นั้นเมื่อเตียงกว้างคือเป้าหมายสุดท้าย

เขาวางเธอลงไม่เบามือนัก และกระโจนจู่โจม ส่งตัวตนแทรกแซงเข้าไปไม่รีรอให้สาวเจ้าพรั่งพร้อม

การกระทำแสนหยาบกร้านและเอาแต่ใจของฟิลลิปส่งให้นิศามณีแสนระทม ความเหนื่อยเริ่มเข้ามาแทนที่จวนจะหลับเข้าไปทุกที คนตัวโตรับรู้ถึงความอ่อนล้าของหญิงสาวแต่ทำไมต้องสนใจ ในเมื่อผู้หญิงคนนี้เขาซื้อมาด้วยเงิน ไม่ได้มาให้นอนเอากันฟรี ๆ

เก่งขนาดนั้นก็ต้องทนให้ได้สิ กับอีเรื่องแค่นี้จะเป็นจะตายเลยรึไง?

“ลุกขึ้นไปใส่เสื้อผ้าของเธอซะนิศามณี” กายแกร่งผลักกายออกทิ้งตัวลงนอนข้างกายหญิงสาว หลังจากเสร็จสมจนพอใจ แต่ก็ไม่วายออกปากไล่ให้อีกฝ่ายเร่งออกไปจากที่นี่เสีย

นิศามณีหูตาพร่ามัวไม่รู้ว่าตอนนี้มันเป็นช่วงเวลากี่โมง แต่พอจะคาดเดาได้ว่ามันคงจะนานพอควร ฟิลลิปตักตวงอย่างเอาแต่ใจและผละออกไปราวกับเธอเป็นของไร้ค่า เขาแสดงออกถึงความรังเกียจเดียดฉันท์ผ่านสายตา

เธอต้องพยายามฝืนตัวเองลุกขึ้นตามเขาบอก เพราะรู้ดีว่าถ้าเธอยังชักช้ามากกว่านี้ ฟิลลิปคงไม่วายเข้ามากระชากเธอให้ปลิดปลิวราวกับใบไม้แห้งที่ล่องลอยไปตามสายลมออกไปจากอาณาเขตเขา

“เรื่องยาคุม เธอคงไม่ลืม?” เสียงเข้มถามขึ้น

“เรื่องพวกนั้น จันทร์ไม่ลืมหรอกค่ะ” มันเป็นเรื่องสำคัญ เธอไม่เคยลืมและเคร่งครัดกับมันเสมอ เธอไม่อยากพูดว่าเขาโยนภาระทั้งหมดมาให้เธอ ในขณะที่เขาเพียงแค่ลงมือทำ แต่ไม่คิดแก้ไขปัญหาที่จะตามมา

“งั้นก็ดี เพราะเธอก็น่าจะรู้ ว่าฉันไม่อยากให้เลือดเนื้อของฉัน ไปเกิดกับคนอย่างเธอ”

คนอย่างเธอเหรอ?

คนอย่างเธอมันน่าขยะแขยงมากขนาดนั้นเลยรึไง?

“คนอย่างจันทร์มันทำไมคะ?”

“ต่ำ” ต้องให้เขาขยายความมากว่านี้อีกไหม? แต่คิดว่าแค่นี้มันก็มากเกินพอแล้ว ถ้านิศามณีไม่โง่เกินไปก็คงจะรู้ความหมาย

“ขนาดจันทร์ต่ำ แต่คุณฟิลลิปก็เรียกใช้ไม่เว้นแต่ละวัน รสนิยมของคุณไม่สมกับฐานะและการศึกษาเอาซะเลยนี่คะ” เธอเชิดหน้าตอบ ขณะที่ในใจเจ็บปวด ถ้าคำพูดของเขาทำให้เธอกระอักออกมาเป็นเลือดได้ ตอนนี้เธอก็คงจะตายไปแล้ว

“ฉันไม่ได้ใช้เรื่องอย่างว่ามาคัดแม่ของลูก คนมีสมองน่าจะคิดได้แล้วคงไม่ถือดีแบบเธอ” นิศามณีกำลังคิดอะไร หรือคิดหวังจะมาเป็นแม่ของลูกเขาเหรอ หญิงสาวตีค่าตีราคาตัวเองผิดไปรึเปล่า

“...”

“แต่ก็เข้าใจเธอนะ คนโง่ก็คงคิดได้แค่นี้ ถ้ามาตรฐานไม่ต่ำชีวิตเธอก็คงมีราคามากกว่านี้จริงไหม?”

“คุณพูดกับจันทร์เกินไปแล้วจริง ๆ จันทร์ทำอะไรให้คุณเกลียดขนาดนั้นเหรอคะ” จะมีสักครั้งไหมที่คำพูดดี ๆ มันจะหลุดออกมาจากปากเขา จะมีสักครั้งไหมที่เขาไม่ดูแคลนเธอ

“เกลียดคือเกลียด” เขาไม่จำเป็นต้องปั่นหน้ายินดี หรือโกหกความรู้สึกตัวเอง

“ถ้างั้นคราวหลังกรุณาอยู่ห่างจากคนต่ำ ๆ ที่คุณเกลียดนักเกลียดหนาด้วยนะคะ เดี๋ยวจะแปดเปื้อนเอาเสียเปล่า ๆ”

“เผอิญฉันต้องถอนทุนน่ะ แล้วเธอก็แก้ขัดได้ดี” ขึ้นชื่อว่าเป็นนักธุรกิจ เขาไม่ยอมให้ตัวเองต้องขาดทุนอยู่ฝ่ายเดียวหรอก ยิ่งลงทุนไปมากเท่าไรก็ต้องต้องถอนทุนคืน ให้มากเป็นสองเท่า

“...” นิศามณีไปไม่เป็น เธอไม่รู้ว่าตัวเองควรรู้สึกจุกกับคำพูดไหนของเขาดี เพราะทุกคำที่ฟิลลิปเอื้อนเอ่ยออกมา มันแดกดันเธอได้ทุกคำ

ยิ่งเห็นท่าทางของนิศามณีแล้วฟิลลิปยิ่งได้ใจ ยิ้มยียวนปนความน่าสมเพชออกมา

“แต่ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะทิ้งเธอแน่นอน ของเล่นมันมีเวลาหมดอายุ

อยู่แล้ว” คนอย่างนิศามณี เป็นได้มากที่สุดคงเป็นได้แค่ของเล่นที่รอวันทิ้งแค่นั้น

“รีบไสหัวออกไปได้แล้ว น้องสุดที่รักคงชะเง้อคอรอพี่สาวอยู่” เขาพูด ก่อนจะไล่สายตามองสารรูปนิศามณี แล้วพูดต่อ “ได้ข่าวว่ารอพี่สาว กลับมาจากทำงานเสริมที่ร้านอาหาร”

“คุณฟิลลิป” มือที่กำลังจะเปิดประตูออกไปชะงักค้าง นิศามณีหันมองเขาตาขุ่นตาเขียว ความไม่พอใจแสดงออกมาชัดเจน

“ฉันอยากรู้เหลือเกิน ถ้าน้องเธอรู้ความจริง มันจะเป็นยังไง”

มันไม่น่าแปลกใจที่ฟิลลิปจะรู้เรื่องนี้ เพราะบางครั้งผกายรัตน์โทรศัพท์ถามไถ่นิศามณีเป็นอย่างไรอยู่บ้าง ตอนนั้นฟิลลิป คงจะเผลอได้ยินเข้า

“คุณมันเลวกว่าที่จันทร์คิดเอาไว้มากจริง ๆ”

นัยน์ตาหญิงสาวจ้องมองเขาด้วยแววตาน่าผิดหวัง มือทั้งสองข้างกำเอาไว้แน่น จนแทบทะลุเข้าเนื้อตัวเองพยายามเก็บซ่อนความขมระทมเอาไว้

ไม่ว่าจะช่วงเวลาไหนฟิลลิปก็ทำให้เธอชอกช้ำได้ตลอดสินะ

เขายังมีความเป็นคนอยู่รึเปล่า คิดว่าจะพูดและจะทำยังไงกับเธอก็ได้

ใช่ไหม เขาไม่เคยคิดเลยหรือว่าเธอก็มีหัวใจเหมือนกัน ร้องไห้ได้...

และเจ็บเป็นเหมือนกับคนอื่น

เธอมันไม่มีค่าเพียงพอ ให้เขากระทำกับเธอเยี่ยงเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเลยใช่ไหม?

“ก็สมกับเธอดี”

แต่คำพูดนั้นมันไม่ได้ทำให้นิศามณีเจ็บไปมากกว่าที่รู้สึกอยู่ เธอยิ้มออกมาคล้ายสมเพช ก่อนจะพูด

“จันทร์เคยได้ยินมาว่า คนที่มีนิสัยเหมือนกัน มักจะดึงดูดเข้าหากัน

แต่ก่อนจันทร์ไม่เคยเชื่อเลยนะคะ จนมาเจอเข้ากับตัวเอง” เธอยิ้ม แต่แววตากลับเศร้าหมอง

ก็ในเมื่อเขาบอกว่าเธอต่ำ เขาเองมันก็เลวไม่ได้ต่างไปจากเธอเท่าไรหรอก

“นิศามณี!” ความกรุ่นโกรธเริ่มปะทุในอก จนแทบอยากกระโจนเข้าไปบีบคอหญิงสาวให้แหลกคามือ หากอีกฝ่ายรีบเปิดประตูแล้วเดินออกไปจากห้อง

ทันทีที่พ้นอาณาเขตของคนใจร้าย นิศามณีก็แทบทรุดตัวลงไปกอง

อยู่ที่พื้น หยดน้ำตาไหลอาบสองข้างแก้ม เธอปวดหนึบที่หัวใจ ยิ่งเผชิญหน้ากับเขามากเท่าไร เธอยิ่งขมขื่น แต่ก็ยังเฝ้าบอกให้ตัวเองอดทน อดทนเพื่อชีวิตของน้อง แม้ว่าต่อจากนี้เธอจะต้องเจออะไรที่มันทรมานมากกว่าเดิม เธอก็ต้องทนให้ได้

กลั้นใจเข้าไว้นิศามณี...

เพื่อน้อง เธอต้องทำมันให้ได้

แต่ก่อนฟิลลิปแม้จะเย็นชา แต่ชายหนุ่มเป็นคนดีมากกว่านี้ นิศามณีทำงานที่โรงแรมของเขามานานราว ๆ เกือบสองปี เพราะใบหน้าที่หล่อเหลาและเสน่ห์ที่ดึงดูดเพศตรงข้าม หลายครั้งที่มอบรอยยิ้มให้ ชายหนุ่มจะมอบมันคืน กลับมาถึงจะเป็นรอยยิ้มธรรมดา แต่มันก็สร้างความหวั่นไหวในหัวใจดวงน้อย

ครั้งหนึ่งเธอเกือบโดนรถชน ก็เป็นเขาที่เข้ามาช่วยไว้โดยบังเอิญ ยามนั้นจำได้ว่าเขาเหมือนวีรบุรุษที่เข้ามาฉุดรั้งเธอให้รอดพ้นจากความตาย…

เธอเข้าใจแล้วว่า

วินาทีตกหลุมรัก มันเป็นอย่างไร

กระทั่งทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไป อาการป่วยของผกายรัตน์เริ่มน่าเป็นห่วงต้องกินยา และฉีดยาบ่อยขึ้นจำนวนเงินที่ใช้ก็มากขึ้นตาม เงินที่เก็บสะสมไว้

หมดไปกับการรักษาน้อง สุดท้ายสิ่งที่เธอเลือกและคิดว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุด

ณ ช่วงเวลานั้น คงไม่พ้นงานที่ได้เงินดี

เธอจำยอมฝืนใจของตัวเองหางานเสริมทำ และก้าวเท้าเข้าไปในวังวนของวงการงานกลางคืน ที่เอาตัวเข้าแลกกับเงินก้อนโต จำได้ดีว่าคืนแรกที่เธอไป

ที่นั่น ความกลัว และความกังวลมันเกาะกุมที่หัวใจเต็มไปหมด

เธอไม่กล้า...

ไม่กล้าพอที่จะเผชิญหน้ากับเรื่องนั้น จนกระทั่งเจอเข้ากับฟิลลิป

เขาจำเธอไม่ได้ แต่เธอจำเขาได้ในเพียงเสี้ยววินาที ค่ำคืนนั้นทั้งเขาและเธอ

มันเร่าร้อนไปด้วยกันทั้งคู่ ถึงจะมีเรื่องน่าแปลกใจเรื่องครั้งแรกของเธอไปบ้าง

แต่โดยรวมเธอกับเขาเข้ากันได้ดี

เช้าวันใหม่นิศามณีฝืนมาทำงานอย่างเช่นทุกวัน แต่ก็ไม่คิดเลยสักนิดว่าคนที่เคยไร้ตัวตน ฟิลลิปจะจดจำได้และเรียกเข้าไปพบ เขามีท่าทางแปลกใจ

ที่เห็นเธออยู่ที่นี่แถมยังอยู่ในฐานะพนักงานในโรงแรมของเขาด้วย นั่นคล้ายเป็น

ตัวจุดประกายให้เกิดความคลางแคลงในใจคนตัวโต

ว่าแท้จริงแล้วนิศามณีหวังจะทำอะไร แต่สาวเจ้าก็อธิบายเหตุและผลของตัวเองให้เขาได้รู้ นิศามณีรู้ดีว่าเธอต้องหาทางออกอย่างเร่งด่วน ความกังวลเกี่ยวกับอาการของน้องสาวทำให้เธอตัดสินใจเดินเข้าไปหาฟิลลิปอย่างไม่ลังเล เธอกลั้นใจร้องขอเขาทั้งน้ำตา

แน่นอนว่าสิ่งแรกที่ชายหนุ่มให้กลับคืนมา มันคือความเย้ยหยันที่

หญิงสาวยอมขายศักดิ์ศรีของตัวเองอย่างน่าสมเพช กระนั้นชายหนุ่มกลับคิดว่ามันอาจจะน่าสนุกหากเขามีของเล่นชิ้นใหม่

“ก็ดีเหมือนกัน ฉันจะได้มีของเล่นเอามาไว้เล่นแก้เบื่อ”

ถ้อยคำครั้งนั้น ยังตราตรึงในใจ แต่เพราะเธอเป็นคนเลือกเอง ก็ต้องยอมรับความจริงในข้อนี้ให้ได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป