บทที่ 1 EP. 01
รถหรูชั้นนำ ลัมโบกินี กัลป์ลาโด้ สไปเดอร์ สีเหลืองเด่น ขับเข้ามาภายในหมู่บ้านเก่าแก่กว่ายี่สิบปี ด้วยเครื่องเสียงที่ดังกระหึ่มเรียกร้องทุกสายตาให้ต้องหันมอง อีกทั้งราคาหลายสิบล้านซึ่งคนชนชั้นระดับปานกลางหรือล่างไม่มีโอกาสแม้จะเดินเฉี่ยว ยานพาหนะคันหรูถูกบังคับการจากเจ้าของ ทะยานไปจอดที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ก่อนบานกระจกเนื้อหาจะถูกเลื่อนลงจนสุด พลันสายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยว ก็เหลือบมองตัวอักษรสีทองที่ครั้งหนึ่งมันเคยสง่างาม แต่บัดนี้กลับหมดสง่าราศรี เพราะมันเขียวครึ้มไปด้วยตะไคร่น้ำกระดำกระด่าง รอยยิ้มเยาะผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก ก่อนบานกระจกจะถูกปิดลง แล้วรถคู่ใจก็ทะยานเข้าไปภายใน ยามเมื่อประตูรั้วอัลลอยด์เก่าๆ ค่อยๆ เปิดต้อนรับ
ประตูรถถูกเปิดออก พร้อมกับร่างกายกำยำของชายหนุ่มผู้มาเยือนที่ย่างก้าวลงสัมผัสพื้น ทุกสายตาที่ยังอยู่ในบ้านหันมองเป็นทิศทางเดียวกัน ศาสวรรษ หรือ เซบัส ลัว ทายาทมหาเศรษฐีหมื่นล้านดอลล่าร์สหรัฐแห่งเกาะฮ่องกง ชายหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบกาย ครั้งหนึ่งบ้านหลังนี้เคยเป็นของเขา เคยวิ่งเล่น เคยใช้ชีวิตอยู่กับมัน แต่ตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างจบลง ฝ่ามือหนาหยิบแว่นกันแดดแบรนด์เนมสีดำขึ้นสวม เพียงเพราะไม่อยากให้ใครเห็นแวววูบไหวในม่านตา ที่บ่งชัดถึงความอ่อนล้าและอ่อนแรง เมื่อได้กลับมาเยือนสถานที่ในอดีต ศาสวรรษเคยให้คำมั่นกับตัวเอง ตั้งแต่วันที่เขาถูกไล่ออกจากบ้าน วันที่เด็กชายอายุเพียงเก้าขวบไม่เหลือใครสักคน...
สักวันหนึ่งเขาจะกลับมาแก้แค้น คนที่ทรยศหักหลังมารดาและตัวเขา ให้สาสมกับที่เคยทำไว้กับเขาอย่างสาหัสสากรรจ์!
กว่าสิบปีแล้วที่ชายหนุ่มไม่ได้ย่างเหยียบแผ่นดินเกิด แต่ก็คอยติดตามข่าวสารอยู่ตลอดเวลา เป็นความโชคดีของเขา ที่ได้รับการเลี้ยงดูจากเพื่อนของมารดา จนกระทั่งเติบโตถึงทุกวันนี้ เด็กรับใช้วิ่งออกมาหมายจะถาม แต่ก็ต้องตกละลึงกับความหล่อเหลา ด้วยความสูงหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร เรือนผมดกดำ ใบหน้าขาวหมดจด รวมไปถึงผิวพรรณวรรณะสะอาดสะอ้านน่ามอง ไรขนอ่อนสีน้ำตาลจัดโผล่พ้นออกมานอกแขนเสื้อ ที่ถูกพับไว้แค่ครึ่งศอก เพิ่มเสน่ห์ให้ชวนมองมากขึ้นเป็นเท่าตัว ยิ่งริมฝีปากสีชมพูเข้ม และจมูกโด่งเป็นสัน ยิ่งทำให้เด็กสาวที่เพิ่งเข้าสู่วัยรุ่นแทบละลาย ส่วนสายตานั้นเธอมองไม่เห็น เพราะแว่นกันแดดสีดำสนิทบดบังมันไว้ แต่ก็คาดเดาได้ว่ามันคงสมส่วน ราวฟ้าประทานลงมาเกิดยังโลกมนุษย์ สายตาชายหนุ่มจับจ้องมองไปยังเถาไม้เลื้อยชนิดหนึ่ง ซึ่งส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ผลิดอกสีขาวสวยงาม พันประตูซุ้มทางเข้า เขากำลังจะเดินเข้าไปหา แต่ก็ต้องหยุดชะงัก ยามเมื่อเสียงหนึ่งร้องทักตามปกติวิสัยของการพบเจอคนแปลกหน้า
“เอ่อ... คุณมาพบใครไม่ทราบคะ”
“คุณทินกรอยู่ไหม”
น้ำเสียงเข้มดุ ยิ่งทำให้คนฟังถึงกับเคลิ้ม ทุกอย่างมันช่างเหมาะเจาะลงตัว เป็นเทพบุตรในคราบมนุษย์ที่สมบูรณ์พร้อม
“อยู่ค่ะ เชิญทางนี้ค่ะ”
ศาสวรรษเดินตามเด็กสาวเข้าไปด้านใน ข้าวของบางอย่างยังคงจัดวางอยู่ที่เดิม ดวงตาคมกริบกวาดมองถ้วนทั่วทุกสรรพสิ่ง พลางเหยียดรอยยิ้มหยัน เมื่อเขารู้ดีว่าของประดับตกแต่งราคาค่างวดแพงระยับหลายต่อหลายชิ้นสูญหายไป คงหนีไม่พ้นจนตรอกจนต้องเก็บของขายกิน!
“คุณผู้ชายคะ คุณคนนี้เขามาหาค่ะ”
เบื้องหน้าร่างสูงโปร่ง มีเพียงชายสูงวัยที่นั่งหันหลังให้ วาระวัยที่ร่วงโรยชักพาพิษสงรอยกายที่เคยมีแต่ครั้งอดีต ให้ลดน้อยถอยลงจนไม่มีเหลือ ฝ่ามือหนาถอดแว่นตามาถือไว้ ยืนรอเจ้าของบ้านคนปัจจุบันหันกลับมามอง ส่วนเด็กสาวรับใช้เมื่อหมดหน้าที่ก็รีบออกไป แม้ลึกๆ จะรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้อยู่ดูพ่อเทพบุตรรูปงาม
“ใครน่ะ”
ชายสูงวัยหยัดกายลุกขึ้น ก่อนจะหันกลับมามอง เขาดูชราลงมากจากที่เคยเห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์ ศาสวรรษไม่คิดยกมือไหว้ทำความเคารพ เฉกเช่นคนด้อยอาวุโสกว่าพึงกระทำ
“ผมวรรษครับ คุณอาพอจะจำได้ไหม”
คำแนะนำตัวทำให้ชายวัยค่อนหกสิบปี แต่ร่างกายดูทรุดโทรมกว่าที่ควรเป็น เพ่งมองเขาอีกครั้ง ก่อนจะต้องถอยหลังไปสองสามก้าว คล้ายไม่เชื่อสายตาตัวเอง
“วรรษเหรอ!”
“ครับ ผมเอง คุณอาสบายดีไหมครับ”
น้ำเสียงราบเรียบไม่แสดงความรู้สึก หากแต่ใจนั้นกลับเต้นแรง อยากตอกกลับคำพูดให้ร้ายแรงกว่านี้นัก แต่เอาเถอะ... ไม่ต้องรีบร้อน เวลาสำหรับการเอาคืนยังมีอีกมากโข ชนิดที่ชายชราคงจะจดจำเขาไปจนตาย
“ขอบใจที่กลับมาเยี่ยมอา ได้ข่าวว่าเราได้ดิบได้ดี มีคนเลี้ยงดูเป็นถึงมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของเอเชีย อาก็ดีใจที่เห็นเราได้ดี นี่ถ้าแม่เรายังอยู่... ก็คงภูมิใจไปด้วย”
“ไม่หรอกครับ เพราะถ้าแม่ยังอยู่ ผมก็ไม่ต้องไปขออาศัยใครเขาอยู่”
เขาแย้งกลับนุ่มเนิบทว่าแฝงลึกด้วยความเย็นชา จนชายวัยกว่าค่อนคนใบหน้าสลด นึกย้อนกลับไปในอดีต แม้อยากกลับไปแก้ไขในข้อผิดพลาดเท่าไหร่ แต่ในความเป็นจริงมันสายไปแล้ว
... สายจนเกินกว่าจะแก้ไข ดวงตาพร่ามัวเพ่งมองคนตรงหน้าอย่างใช้ความคิด
