บทที่ 2 2.เสียงหัวใจ

“คุณมินตราใช่ไหมคะ วันนี้อาจารย์หมอเกริกเกียรติติดเคสผ่าตัดด่วนค่ะ ท่านมอบหมายให้คุณหมออรัณย์ ลูกศิษย์เอกของท่านที่เพิ่งกลับจากต่างประเทศเป็นผู้ตรวจแทน”

มินตราชะงักเล็กน้อย “เปลี่ยนหมอเหรอคะ”

“ค่ะ แต่ไม่ต้องกังวลนะคะ คุณหมอท่านนี้เป็นศัลยแพทย์หัวใจที่อาจารย์หมอไว้วางใจมากที่สุด”

คำว่า ไม่ต้องกังวล ไม่เคยทำให้เธอกังวลน้อยลงเลย มินตราพยักหน้า แล้วเดินตามพยาบาลไปยังห้องตรวจหมายเลขเก้า เมื่อประตูเปิดออก สิ่งแรกที่เธอรู้สึกไม่ใช่กลิ่นยา แต่เป็นความเย็นจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องที่ลดอุณหภูมิต่ำกว่าปกติ แสงในห้องขาวจัดจนผิวมือของเธอดูซีดลงไปอีก บนโต๊ะทำงานมีแฟ้มประวัติของเธอวางเปิดอยู่ และริมหน้าต่างมีผู้ชายคนหนึ่งยืนหันหลังให้ เขาสวมเสื้อกาวน์สีขาว แผ่นหลังกว้างนิ่งสนิท ราวกับเขายืนอยู่ตรงนั้นมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเข้ามารอคนไข้ มินตราก้าวเข้าไปอย่างระวัง

“สวัสดีค่ะคุณหมอ ดิฉันมินตรา มีนัดตรวจประจำปีค่ะ”

ชายคนนั้นค่อย ๆ หันกลับมา ห้องทั้งห้องเหมือนเงียบลงผิดปกติ เขาเป็นผู้ชายหน้าคม ดวงตาเข้มจัดและนิ่งเกินกว่าจะเรียกว่าเป็นมิตร สายตาของเขาไม่ได้ไล่มองเธออย่างหยาบคาย แต่กลับละเอียด เย็น และแม่นยำเหมือนกำลังอ่านค่าบางอย่างจากร่างกายเธอโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ มินตรารู้สึกถึงอาการเกร็งที่ปลายนิ้วตัวเอง

“เชิญนั่งครับ” เสียงของเขาทุ้ม เรียบ และไม่มีความอ่อนโยนเกินจำเป็น

เธอนั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะตรวจ วางกระเป๋าไว้บนตักโดยไม่รู้ตัวขณะที่แพทย์หนุ่มหยิบแฟ้มประวัติขึ้นมา พลิกหน้ากระดาษช้า ๆ ก่อนหยุดสายตาที่ข้อมูลบางบรรทัด

“มินตรา บดินทร์เทวา” เขาอ่านชื่อเธอเหมือนเคยรู้จักมันมาก่อน “ปลูกถ่ายหัวใจเมื่ออายุสิบสาม”

มินตรานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ย “ค่ะ”

ปลายนิ้วของเขาแตะลงบนหน้ากระดาษเบา ๆ “สิบสองปีแล้วสินะครับ”

เธอไม่ชอบน้ำเสียงนั้น ไม่ใช่เพราะมันหยาบคาย แต่เพราะมันเหมือนมีบางอย่างซ่อนอยู่ใต้ความสุภาพ“ค่ะ สิบสองปีแล้ว”

นายแพทย์เงยหน้าขึ้นมองเธอเต็มตา “หัวใจดวงนี้ทำงานทนกว่าที่คิด”

คำพูดนั้นทำให้ลมหายใจของมินตราสะดุดไปเสี้ยววินาที

เขาปิดแฟ้มลงอย่างช้า ๆ “ผม นพ.อรัณย์ วัฒนเมธากุล จะเป็นคนดูแลคุณแทนอาจารย์หมอเกริกเกียรติในวันนี้”

มินตราพยักหน้ารับ แต่ในอกกลับเต้นแรงขึ้นโดยไม่มีเหตุผล ขณะที่อรัณย์มองเธอนิ่ง นิ่งพอให้เธอเริ่มรู้สึกเหมือนตัวเองไม่ได้เพิ่งเข้ามาในห้องตรวจ แต่เพิ่งเดินเข้ามาในพื้นที่ของใครบางคน พื้นที่ที่เขาเตรียมไว้รอเธออยู่แล้ว

น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของเขาไม่มีความเป็นมิตร แต่มีอำนาจบางอย่างที่ทำให้มินตราขยับไปนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโดยไม่ทันตั้งคำถาม นพ.อรัณย์ไม่ได้มองหน้าเธอทันที เขาก้มลงเปิดแฟ้มประวัติหนาปึกบนโต๊ะ นิ้วยาวเคาะเบา ๆ ตรงบรรทัดที่ระบุวันที่เธอได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจเมื่อสิบสองปีก่อน มินตรามองปลายนิ้วนั้นโดยไม่รู้ตัว เขาอ่านประวัติของเธอช้าเกินไป คล้ายไม่ได้อ่านเพื่อทำความเข้าใจ แต่กำลังทบทวนบางอย่างที่รู้มาก่อนแล้ว

“อาหารสุขภาพที่คุณทำลงเพจดูน่ากินดีนะครับ”

คำพูดนั้นทำให้มินตราเงยหน้าขึ้นทันที

อรัณย์ยังไม่ละสายตาจากแฟ้ม “คนไข้โรคหัวใจหลายคนขอบคุณคุณ บอกว่าคุณทำให้เขารู้สึกว่าการดูแลตัวเองไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ”

เธอขยับตัวเล็กน้อย “คุณหมอทราบได้ยังไงคะ”

คราวนี้เขาเงยหน้าขึ้น แววตาของเขาดูอ่อนลงเพียงชั่วครู่ เหมือนคำชมที่สุภาพและพอดี แต่ความอ่อนนั้นไม่ลึกไปถึงดวงตา “หน้าที่ของผมคือรู้จักคนไข้ของตัวเองให้มากที่สุด โดยเฉพาะคนไข้ที่มีประวัติซับซ้อนแบบคุณ”

คำว่า ซับซ้อน ทำให้มินตรารู้สึกแปลก ๆ ไม่ใช่คำหยาบคาย แต่ก็ไม่ใช่คำที่ทำให้สบายใจ “ฉันไม่ได้ซับซ้อนขนาดนั้นหรอกค่ะ”

มุมปากของเขาขยับนิดเดียว “คนไข้ที่ได้รับการปลูกถ่ายหัวใจตั้งแต่อายุสิบสาม และอยู่กับหัวใจดวงใหม่มาได้สิบสองปี ไม่ใช่เคสธรรมดาครับ”

มินตรานิ่งไป เขาพูดถูกทุกอย่าง แต่เธอไม่ชอบวิธีที่เขาพูด ราวกับชีวิตของเธอเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจมากกว่าจะเป็นชีวิตของคนคนหนึ่ง อรัณย์ปิดแฟ้มลง แล้วหยิบหูฟังแพทย์ขึ้นมาคล้องคอ

“ขึ้นเตียงตรวจครับ ผมจะฟังเสียงหัวใจและตรวจชีพจรเบื้องต้น”

มินตราลุกขึ้นอย่างระวัง ก้าวไปนั่งบนเตียงตรวจสีขาว ความเย็นจากแผ่นรองซึมผ่านเนื้อผ้าจนเธอต้องเกร็งปลายนิ้ว อรัณย์เดินเข้ามาใกล้ ใกล้พอให้เธอได้กลิ่นสะอาดจาง ๆ จากตัวเขา กลิ่นสบู่ กลิ่นแอลกอฮอล์ และกลิ่นห้องผ่าตัดที่เธอไม่เคยชอบ เขายกมือขึ้นแตะไหล่เธอเบา ๆ เพื่อจัดท่านั่ง มินตราสะดุ้งโดยอัตโนมัติ มือของเขาหยุดทันที อรัณย์มองเธอเพียงเสี้ยววินาที ก่อนลดมือลง

“ขอโทษครับ ผมควรบอกก่อน”

คำขอโทษนั้นเรียบมาก จนเธอไม่แน่ใจว่าเขารู้สึกผิดจริงหรือแค่พูดตามมารยาท แต่เขาก็ถอยออกไปครึ่งก้าว

“นั่งตัวตรงได้ไหมครับ”

มินตราพยักหน้า แล้วขยับตัวเองให้หลังตรงขึ้น เขารอจนเธอจัดท่าเสร็จ จึงขยับเข้ามาอีกครั้ง

“ผมจำเป็นต้องฟังเสียงหัวใจให้ชัด ถ้าไม่สะดวก ผมเรียกพยาบาลเข้ามาอยู่ด้วยได้”

คำพูดนั้นทำให้เธอประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนหน้านี้เขาดูเหมือนคนที่ออกคำสั่งมากกว่าจะขออนุญาต แต่ตอนนี้เขากลับเว้นช่องให้เธอเลือก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป