บทนำ
บท 1
สีหน้าของหญิงสาวที่ยืนตัวสั่นอยู่กลางห้องพักฟื้นคนไข้แสดงถึงความเจ็บปวดร้าวรานของหัวใจ มือซ้ายของเธอกุมหน้าอกข้างซ้าย ส่วนมือขวากำกระดาษที่มีข้อความเขียนด้วยลายมือแผ่นหนึ่งไว้จนยับย่น เครื่องมือตรวจติดตามสัญญาณชีพพจรส่งเสียงดังถี่ขึ้น ในขณะที่หน้าจอมอนิเตอร์แสดงค่ากราฟคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ค่าความดัน และค่าออกซิเจนในเลือดของมินตรา ปลายเท้าเธอมีแฟ้มสีน้ำตาลตกอยู่ เอกสารในนั้นเป็นเอกสารสำเนาเวชระเบียนเก่าตั้งแต่สิบสองปีก่อน รายชื่อผู้รอปลูกถ่ายหัวใจกับภาพถ่ายของหญิงสาวที่ชื่อเจติญากระจายออกมาเกลื่อนอยู่บนพื้น
‘หัวใจดวงนั้นควรเป็นของเจน ไม่ใช่มินตรา’
ข้อความที่มินตราอ่านมันซ้ำ ๆ เป็นข้อความที่ทำให้หัวใจเธอปวดร้าวไม่ต่างกับถูกโบยตีด้วยความจริงที่หญิงสาวเพิ่งรับรู้ ตัวเธอชาตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ดวงตาหม่นเศร้าหลังม่านน้ำตาไม่ได้ละจากใบหน้าของนายแพทย์ที่ทำการรักษาให้เธอ เขายืนนิ่งราวกับก้อนหินอยู่ตรงหน้าเธอ สีหน้าของเขาเครียดขรึมแต่มินตราเพิ่งเข้าใจในวินาทีนี้เองว่า การนิ่งเงียบของเขาไม่ใช่ความสุขุมของคนที่กุมความเป็นความตายของคนไข้ แต่มันคือความเย็นชาของคนที่วางแผนทำร้ายเธอมาเนิ่นนาน
“มินตรา” เขาใช้โทนเสียงต่ำเอ่ยเตือนให้เธอระงับโทสะ “ใจเย็นก่อนนะ เรามีเรื่องต้องคุยกัน ให้โอกาสผมได้อธิบาย เรามาปรับความเข้าใจกันก่อนเถอะนะ”
เธอสบตาเขาด้วยแววตาเปิดเผยความเจ็บปวด หัวใจเธอเหมือนถูกบดขยี้ มินตรามองหาความจริงใจในดวงตาคู่นั้นทั้งที่เธอรู้ว่ามันไม่เคยมีอยู่เลย เสียงแหบพร่าเอ่ยอย่างสั่นเครือ
“อธิบายอย่างนั้นเหรอ? หรือตั้งใจจะหาคำพูดเพื่อมาหลอกให้ฉันเชื่อเหมือนคนโง่ ในเมื่อความจริงมันปรากฏอยู่ตรงหน้าฉันหมดแล้ว” เธอมองเขาด้วยสายตาของคนหัวใจสลาย “คุณคิดว่าฉันขโมยชีวิตที่ควรเป็นของคุณเจติญา ผู้หญิงที่คุณรักมา…เพราะหัวใจดวงนี้อย่างนั้นสินะ”
อรัณย์กัดฟันกรอด ไม่ได้ตอบโต้และความเงียบของเขากำลังกรีดลึกเข้าไปทำร้ายจิตวิญญาณของมินตรามากกว่าคำตอบเสียอีก เธอหัวเราะหยันตัวเองด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาไหลผ่านแก้มเป็นทางแต่เธอกลับไม่ใยดี
“คุณคิดว่ามันไม่ควรเป็นของฉันตั้งแต่แรก”
น้ำเสียงแสดงความปวดร้าวของเธอดังคลอเสียงการทำงานของเครื่องมอนิเตอร์หัวใจที่ส่งเสียงรัวถี่ขึ้นจนอรัณย์ต้องเหลือบมองค่าหน้าจอทุกหนึ่งนาที เขาเดินไปข้างหน้าอย่างตั้งใจจะเข้าไปคว้าร่างสะท้านเพราะแรงสะอื้นของหญิงสาว
“อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้เลย หัวใจของคุณ...”
“อย่าเข้ามาใกล้ฉันอีกแม้แต่ก้าวเดียว” เสียงสั่นเครือของมินตราตวาดสั่งเขาดังลั่น เธอถอยเท้าไปข้างหลังครึ่งก้าวแทนคำประกาศว่าเธอไม่อยากอยู่ใกล้เขาอีกแม้แต่ก้าวเดียว
อรัณย์ชะงักแล้วเงยหน้าขึ้นมองสบสายตาร้าวรานของเธอด้วยหัวใจเจ็บปวด ร่างบางที่ถอยห่างออกไปทันทีที่เขาขยับเท้าก้าวเข้าหา มือคู่นั้นสั่นเทาจนเห็นได้ชัดทำให้เขาต้องหยุดและยื่นนิ่ง ๆ หวังให้เธอใจเย็น
“ทุกอย่างที่คุณทำ…” นัยน์ตาเจิ่งหยดน้ำทอดมองอย่างต้องการจะถ่ายทอดความรู้สึกพร้อมกับกลืนสะอื้นลงคอแล้วเอ่ยเสียงแหบเครือ “เพื่อให้หัวใจดวงนี้...รักคุณอย่างนั้นเหรอคะ คุณเสแสร้งทำเพื่อให้ฉันรักคุณมากพอที่จะเจ็บปวดเจียนตายในวันที่ฉันจะได้รู้ความจริงอย่างนั้นใช่ไหมคะ”
อรัณย์บดกรามแน่นจนเห็นสันนูน ดวงตาจ้องมองสบสายตาเปิดเผยอารมณ์และความรู้สึกปวดร้าวของคนตรงหน้าอย่างเจ็บปวดแต่ไร้คำพูด
“คุณตั้งใจเข้ามาเพื่อทำลายมัน” เธอยกมือขึ้น ชี้ปลายนิ้วที่สั่นระริกไปทางจอมอนิเตอร์แล้วเอ่ยทั้งสะอื้น “ฟังสิ!” เสียงเต้นของหัวใจที่แสดงผลอยู่บนหน้าจอดังไม่สม่ำเสมอ “คุณฟังเสียงมันให้ชัด ๆ” น้ำตาไหลลงมาตามแก้มของเธอ “สะใจซะให้พอ กับสิ่งที่คุณอยากเห็น ความเจ็บปวดของฉันคนที่ไม่คู่ควรกับหัวใจดวงนี้”
อรัณย์ไม่ได้ตอบโต้ถ้อยคำตัดพ้อกึ่งประชดของเธอ ได้แต่ยืนกำมือแน่นอยู่ข้างลำตัวขณะทอดสายตามองสบตาหญิงสาวที่มองเขาอย่างคนหัวใจสลาย
“ฉันนึกว่า…อย่างน้อยก็คงจะมีสักครั้งหนึ่ง ที่คุณจะหวังดีกับฉันจริง ๆ”เสียงของเธอเบาลง “แค่ในฐานะที่ฉันเป็นคนไข้คนหนึ่งของคุณก็ยังดี”
คำพูดนั้นทำให้แววตาของอรัณย์ไหววูบ แต่เขากดมันไว้ทันที “มินตรา ผมขอร้องกลับไปนั่งที่เตียงก่อนเถอะนะแล้วเราจะค่อย ๆ มานั่งเคลียร์เรื่องนี้กัน”
“ไม่ค่ะ” เธอส่ายหน้า น้ำตาร่วงลงบนเอกสารในมือ “ฉันไม่มีอะไรจะต้องเคลียร์กับคุณ แต่ฉันอยากจะบอกกับคุณไว้อย่างนึงว่าคนอย่างฉันไม่เคยคิดจะแย่งของของใครแต่ฉันย้อนเวลากลับไปแก้ไขเรื่องนี้ไม่ได้ ในวันนั้นฉันไม่มีอำนาจตัดสินความเป็นความตายของตัวเองเสียด้วยซ้ำ และฉันไม่สามารถปฏิเสธหัวใจดวงนี้ในวันที่คนรักของคุณต้องการมันเพราะถ้าฉันมีสิทธิ์เลือก ฉันจะไม่ยอมให้หัวใจดวงนี้เข้ามาอยู่ในตัวฉันเลย”
ใบหน้าของอรัณย์ซีดลงเล็กน้อย “หยุดพูดแบบนั้น”
“คุณคงจะเกลียดฉันมากสินะ” เธอยิ้มทั้งน้ำตา “ต้องอดทนดูแลผู้หญิงที่คุณอยากให้ตายไปตั้งแต่สิบสองปีก่อน ต้องทนเห็นหน้าคนที่คิดว่าแย่งโอกาสรอดชีวิตไปจากคนที่คุณรักมันคงจะทรมานหัวใจของคุณมากเลยสินะ”
เสียงเตือนจากเครื่องมอนิเตอร์ดังแหลมขึ้น ร่างของมินตราเซไปด้านข้างและก่อนที่เธอจะทรุดลงเขาพุ่งตัวเข้ามารับร่างอ่อนแรงของเธอไว้ได้ทันท่วงที
“มินต์! มินตรา!”เขาประคองเธอไว้ในอ้อมแขน มือแตะชีพจรที่ลำคออย่างรวดเร็ว ความนิ่งของศัลยแพทย์ยังอยู่ครบ แต่ปลายนิ้วของเขาเย็นเฉียบ
มินตราฝืนลืมตาขึ้นมองเขา “ไม่ต้องมาช่วยฉัน...ถ้าคุณอยากได้หัวใจดวงนี้คืน…” ลมหายใจของเธอขาดห้วง “ก็เอาคืนไปเถอะค่ะ ฉันไม่ต้องการเจ็บปวดเพราะมันอีกแล้ว”
เส้นกราฟบนหน้าจอมอนิเตอร์แสดงผลการทำงานหัวใจกระตุกผิดจังหวะ อรัณย์กระแทกปุ่มฉุกเฉินที่หัวเตียงรัว ๆ พร้อมกับตะโกนสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดจนแทบไร้อารมณ์
“โค้ดบูล ประกาศเรียกทีมกู้ชีพฉุกเฉินเข้ามาเดี๋ยวนี้ เตรียมยา เครื่องกระตุ้นหัวใจแล้วก็แจ้งไอซียูด้วย” เขาก้มมองหญิงสาวในอ้อมแขน
ไม่มีคำขอโทษ ไม่มีคำสารภาพ ไม่มีคำอธิบาย มีเพียงดวงตาเย็นชาคู่นั้นที่แตกร้าวลงอย่างเงียบงัน
“คุณยังตายไม่ได้” เขาพูดเสียงต่ำ “ผมยังไม่อนุญาต” แต่มินตราไม่ได้ยินเขาแล้ว
ประตูห้องถูกเปิดออก ทีมแพทย์และพยาบาลพากันกรูเข้ามา อรัณย์ส่งร่างเธอขึ้นเตียงด้วยมือที่กลับมานิ่งสนิทอีกครั้ง เขาลงมือทำหน้าที่ของแพทย์ราวกับกลัวว่าหากหยุดแม้แต่วินาทีเดียว ทุกอย่างที่เขาควบคุมไว้จะพังลงต่อหน้าทุกคนก่อนที่บานประตูห้องพักฟื้นถูกผลักเปิดออกอย่างแรงอีกครั้ง ในวินาทีที่เสียงประกาศเรียกทีมกู้ชีพฉุกเฉินดังก้องไปทั่ววอร์ด นงลักษณ์ที่เพิ่งจัดการธุระเสร็จก้าวพรวดเข้ามาในห้องพร้อมกับใบเสร็จในมือ แต่ภาพความโกลาหลตรงหน้าทำเอาพี่เลี้ยงสาวชาวาบไปทั้งตัว
อรัณย์ตัดสินใจเฉียบขาด เขาและทีมแพทย์ช่วยกันย้ายร่างไร้สติของมินตราพร้อมสายน้ำเกลือและเครื่องช่วยหายใจออกจากห้องไปอย่างรวดเร็วทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าเยียบเย็นและกลิ่นอายของความเป็นความตาย
นงลักษณ์วิ่งกระหืดกระหอบออกจากห้องพักฟื้นของมินตราพร้อมเสียงหัวใจที่เต้นระรัวตามแรงขับเคลื่อนของโทสะ ในมือทั้งสองข้างยังคงกำแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลบรรจุเอกสารกับรูปถ่ายเจติญาไว้แน่นแนบอก เสียงประกาศโค้ดบูลที่เพิ่งดังก้องไปทั่วทั้งวอร์ดยังคงสะท้อนอยู่ในโสตประสาท ที่บริเวณโถงทางเดินหน้าลิฟต์วีไอพี ภาคินเพิ่งมาถึงและได้ยินเสียงประกาศฉุกเฉินเช่นกัน ร่างสูงชะงักปลายเท้าที่ก้าวเดินเมื่อเห็นนงลักษณ์วิ่งหน้าตื่นเข้ามาหาพร้อมกับคราบน้ำตาที่เปื้อนใบหน้า
“คุณนง! เกิดอะไรขึ้น เสียงประกาศเมื่อกี้...ยัยมินต์เป็นอะไรอย่างนั้นเหรอ!” ภาคินพุ่งเข้าไปจับไหล่ของนงลักษณ์ น้ำเสียงทุ้มตวัดถามด้วยความร้อนรน
“คุณมาร์ค...ฮือ ๆ คุณมินต์ค่ะ หัวใจคุณมินต์หยุดเต้น หมอรันเพิ่งพาลงไปห้องไอซียูเมื่อกี้ค่ะ...”
นงลักษณ์สะอื้นฮัก ร่างกายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ ก่อนจะยื่นกลุ่มก้อนกระดาษที่ยับย่นในมือส่งให้ชายหนุ่ม
“มีคนตั้งใจส่งของพวกนี้มาฆ่าคุณมินต์...มันหลอกใช้คุณโคลอี้ให้เอาของพวกนี้เข้าไปให้คุณมินต์ถึงในห้อง!”
ภาคินกัดกรามกรอด ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยความเครียด คิ้วหนาขมวดเข้าหากันจนเป็นปม มือกว้างยืนออกไปรับเอกสารเหล่านั้นมาคลี่ดู และเพียงแค่วินาทีแรกที่สายตาคมกริบเหลือบเห็นภาพถ่ายของหญิงสาวที่ชื่อเจติญา และอักษรย่อJ.S.ลงท้ายบนกระดาษโน้ต ร่างกายสูงใหญ่ของประธานหนุ่มก็ชาวาบ ก่อนที่อุณหภูมิในเลือดจะเดือดพล่านขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนแทบทะลักจุดเดือดเขากวาดสายตาไล่อ่านไปตามข้อความที่กล่าวหาตระกูลบดินทร์เทวาของเขาว่าใช้เส้นสายปล้นหัวใจ และเป็นฆาตกรที่ฆ่าเจติญา ทุกประโยคที่กลั่นกรองออกมาจากความตอแหล และบิดเบือนความจริงอย่างน่ารังเกียจ
กรอด...
เสียงกัดกรามลั่นออกมาจากสันกรามที่ปูดโปน ภาคินกำกระดาษแผ่นนั้นแน่นจนเส้นเลือดหลังมือขึ้นเส้นนูน แววตาที่เคยสุขุมเยือกเย็นของผู้บริหารฯ ทายาทผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูล บัดนี้วาวโรจน์ไปด้วยรังสีอำมหิตและไฟแค้นที่ลุกโชนจนแทบจะแผดเผาทุกสิ่งรอบตัวให้เป็นจุณ
“เจนิสรา...”
ชื่อของนางแบบสาวถูกเค้นผ่านไรฟันออกมาอย่างเยียบเย็นที่สุด บดินทร์เทวาหนุ่มเงยหน้าขึ้น นัยน์ตาสีรัตติกาลแผ่ซ่านไปด้วยความดุดันไร้ความปรานี เขารู้ความจริงเบื้องหลังการตายของเจติญาดีกว่าใคร รู้ถึงความเน่าเฟะของหมอเจ้าของไข้ที่ปกปิดความผิดพลาดของตัวเอง แต่ผู้หญิงแพศยาคนนี้กลับเอาเรื่องไม่เป็นจริงพวกนี้มาเป็นอาวุธแทงข้างหลังน้องสาวของเขาในเวลาที่เปราะบางที่สุด!
“เธอกล้ามาก กล้าเอาความตายมาล้อเล่นกับน้องสาวฉัน”
ภาคินไม่ได้ตะคอก ไม่ได้อาละวาดทำลายข้าวของ แต่ความเงียบงันและน้ำเสียงที่กดต่ำของเขากลับสร้างความกดดันและน่าสะพรึงกลัวจนนงลักษณ์ยังต้องลอบกลืนน้ำลาย ชายหนุ่มล้วงโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอีกครั้ง กดต่อสายหาเลขาฯ ส่วนตัวและหัวหน้าบอดี้การ์ดด้วยจังหวะที่เด็ดขาดและเฉียบขาดที่สุด
“ส่งคำสั่งแบนชื่อเจนิสราไปให้คู่ค้าเครือข่ายธุรกิจ รวมทั้งสื่อสำนักข่าวทุกที่ที่เป็นพาร์ตเนอร์ของเรา รวมทั้งเอเจนซี่ทุกสังกัดให้แบนชื่อผู้หญิงคนนี้...ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนี้ ฉันต้องการให้ผู้หญิงที่ชื่อเจนิสรา ไม่มีที่ยืนในวงการบันเทิงอีกต่อไป”
ภาคินสั่งการด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ ก่อนจะปรายตามองเศษกระดาษในมือเป็นครั้งสุดท้าย รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมจุดประกายขึ้นที่มุมปาก
“ฉันจะลากคอผู้หญิงคนนี้มารับผิดชอบสิ่งที่เธอทำด้วยตัวฉันเอง”
“คุณมาร์คจะทำอะไรคะ...ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจเถอะค่ะ” นงลักษณ์เอ่ยเตือนด้วยความห่วงใยเมื่อเห็นแววตาฆาตกรในดวงตาของเจ้านาย
“กฎหมายมันปรานีเกินไปสำหรับผู้หญิงเหี้ยมโหด ใจอำมหิตอย่างแม่นี่คุณนง”
ชายหนุ่มหันกลับมามองพี่เลี้ยงของน้องสาวด้วยสายตาที่ว่างเปล่าแต่ซ่อนเปลวเพลิงแห่งการทำลายล้างไว้มหาศาล
“ในเมื่อผู้หญิงคนนั้นเสพติดความแค้น อยากเล่นบทเหยื่อถูกกระทำ...ผมก็จะสงเคราะห์ให้เธอลองได้เป็นเหยื่อจริง ๆ ดูบ้าง ในเมื่อเธอกล้าทำลายหัวใจของมินต์ ผมก็จะทำลายทุกสิ่งที่เธอมี ให้เธอได้ลิ้มรสชาติของการถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีดู...ผมจะทำให้แม่นี่รู้ซึ้งว่า การมีชีวิตอยู่แต่เหมือนตกนรกทั้งเป็น... มันทรมานกว่าความตายยังไง!”
ร่างสูงใหญ่ของทายาทบดินทร์เทวาหมุนตัวก้าวเดินออกไปจากโถงทางเดินอย่างสง่างามและอันตราย แหลังกว้างแผ่รังสีของพญามัจจุราชที่พร้อมจะกวาดล้างทุกสิ่ง เจนิสราอาจต้องการจบเกมความแค้นที่มีต่อบดินทร์เทวาด้วยความตายของมินตรา แต่สำหรับภาคิน บดินทร์เทวานี่เพิ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของบทลงทัณฑ์ที่แท้จริง ซึ่งเขาจะเป็นคนพิพากษาและลงแส้ใส่ผู้หญิงอวดดีคนนั้นด้วยมือของเขาเอง!
บทล่าสุด
#119 บทที่ 119 Ep.119 จบบริบูรณ์
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#118 บทที่ 118 Ep.118 เมียหมอเก่งมาก
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#117 บทที่ 117 Ep.117 หนุ่มร้อนรัก
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#116 บทที่ 116 Ep.116 หลงเมีย
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#115 บทที่ 115 Ep.115 รักตลอดไป
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#114 บทที่ 114 Ep.114 น้ำผึ้งหวาน
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#113 บทที่ 113 Ep.113 สมรสสมรัก
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#112 บทที่ 112 Ep.112 สู่ขอ
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#111 บทที่ 111 Ep.111 หมอดุ
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026#110 บทที่ 110 Ep.110 กันท่า
อัปเดตล่าสุด: 7/8/2026
คุณอาจชอบ 😍
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
รักระรินใจ
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
สัญญารักประธานร้าย
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""













