บทที่ 10 ตอนที่ 4 ข่าวร้อนสะกิดใจ (2)
จนกระทั่งเกือบจะสี่โมงเย็นปราณปริยาที่เหมือนจะพักผ่อนเต็มที่แล้ว จึงตื่นขึ้นมาพร้อมกับความสดชื่นกว่าตอนสายๆ อาการปวดศีรษะยังคงมีแค่เล็กน้อยเท่านั้น ส่วนอาการมวนท้องหรืออาการอื่นๆ นั้นหายเป็นปลิดทิ้ง เธอลุกขึ้นไปอาบน้ำอีกครั้งก่อนจะลงมาข้างล่างเพื่อรับประทานข้าวเป็นรอบที่สองของวัน ยังรับประทานไม่ทันเสร็จด้วยซ้ำ เธอก็ได้ยินเสียงกริ่งหน้าบ้านที่ดังขึ้น ก่อนจะได้ยินเสียงรถวิ่งเข้ามาในบ้าน และไม่กี่นาทีเธอก็เห็นดารินทร์ซึ่งเดินไวๆ หน้าตาตื่นตรงเข้ามาหาเธอถึงโต๊ะอาหาร
“บ่ายสี่ ทานข้าวอะไรเนี่ย” ดารินทร์ถามพลางเลื่อนเก้าอี้ตัวตรงข้ามกับเพื่อนออกแล้วทรุดตัวลงนั่งทันที
“วางสายจากแกก็เพิ่งตื่นนี่แหละ” คนที่กำลังรับประทานอย่างเอร็ดอร่อยเงยหน้ามองดารินทร์นิดหนึ่ง แล้วรับประทานต่อพร้อมกับถามต่อไปว่า
“มีอะไรหรือเปล่า หน้าตาตื่นมาเชียว ไปร้านเวดดิงมาไม่ใช่เหรอ”
“รู้ไหมไปที่นั่นฉันเจออะไร”
ปราณปริยาส่ายหน้า แล้วให้ความสนใจอาหารตรงหน้ามากกว่าเรื่องที่เพื่อนรักกำลังจะเล่า ทำให้ดารินทร์ถอนหายใจอย่างเซ็งๆ
“ฉันไปเจอเจ้าของร้านเวดดิงกับลูกค้าในร้านมา”
“น่าสนใจตรงไหน ไปร้านเวดดิงแล้วเจอเจ้าของร้านกับลูกค้า แกนี่ก็แปลก” ปราณปริยาบอกเสียงกลั้วหัวเราะ พลางเลิกคิ้วมองเพื่อนที่ทำหน้ายุ่งแล้วส่ายศีรษะ
“ไร้สาระน่ะแก”
“ไร้สาระสิ ก็แกไม่ได้เผชิญหน้ากับเขานี่ รู้ไหมฉันต้องไปขอโทษขอโพยเขายกใหญ่ ที่เมื่อคืนแกไปทำให้เขาเดือดร้อน แถมไปว่าเขาเป็นเกย์” ตอนท้ายประโยคดารินทร์พูดไม่เต็มเสียงนัก นั่นก็เพราะเธอเองก็คิดไม่ต่างจากปราณปริยาเลยสักนิด แต่วันนี้ทั้งเจ้าตัวและเวธน์ซึ่งเป็นว่าที่เจ้าบ่าวของเธอ กลับเป็นเพื่อนสนิทกันเสียนี่ แถมยังยืนยันว่าสรัลเป็นแมนเต็มร้อย
“ฉันเนี่ยนะ?” ปราณปริยาวางช้อนลงแล้วยกนิ้วชี้หน้าตัวเองอย่างงงๆ
“ฉันไปทำใครเดือดร้อนตอนไหนมิทราบ คนอย่างฉันถึงจะเมา แต่ก็เมาเรียบร้อยนะจ๊ะ”
“เหรอออ...” ดารินทร์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้พลางลากเสียงยาว
“เมาจนจะลงไปนอนกอดล้อรถ กระโปรงถลกไปถึงไหนต่อไหน มันเรียบร้อยตรงไหนจ๊ะ”
“ไม่จริง ฉันไม่เห็นจำได้” คนเมาที่ยืนยันว่าตัวเองเมาเรียบร้อยปฏิเสธเสียงแข็ง ก่อนจะยกน้ำขึ้นดื่ม
“แล้วเมื่อคืนแกจำอะไรได้บ้าง”
“ก็...ไปเที่ยวกับแกแล้วดื่มจนเมามาก จากนั้นก็...จำไม่ได้แล้ว” ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มแหยๆ ให้ดารินทร์ที่จ้องมองอย่างคาดหวัง เธอเมามากจนจำอะไรไม่ได้จริงๆ
“นั่นไง แกน่ะเมามาก ระหว่างที่ฉันประคองแกจะพาไปขึ้นรถ แกก็ขว้างกระเป๋าไปโดนหัวคุณสรัล เท่านั้นยังไม่พอ พอเห็นหน้าคุณสรัลแกก็ฟันธงเลยว่าเขาเป็นเกย์ที่มาเที่ยวกับคู่รักอีก”
“จริงอะ?” ครางถามเสียงอ่อย
“แต่ฉันเพิ่งรู้ว่าคนรักที่แกว่าน่ะ เป็นพี่ชายแท้ๆ ของคุณสรัล แล้วตอนที่แกจะลงไปนอนกอดล้อรถคนที่แกตราหน้าว่าเป็นเกย์นั่นแหละเป็นคนอุ้มแกไปส่งถึงรถ ตอนนั้นน่ะเขาดูแมนมากๆ เลยนะแก ถอดเสื้อนอกมาคลุมกระโปรงให้แกด้วย” ทำเป็นแกล้งลืมที่เมื่อคืนความคิดของเธอก็เอนเอียงไปกับคำกล่าวหาของปราณปริยา
“รู้สึกแกจะเป็นปลื้มเขาเหลือเกินนะ”
“ก็ได้คุยกับเขาแล้ว เขาก็เป็นผู้ชายที่โอเคเลยนะ ถึงจะหน้าสวยไปนิด แต่มองดีๆ ก็หล่อแบบสวยๆ นั่นแหละ เห็นคุณเวธน์บอกว่าสมัยเรียนนะ คุณสรัลเขาเนื้อหอมมากทั้งในหมู่ชายไม่จริงแล้วก็หญิงแท้เลย”
“ใครจะไปรู้เผื่อแอ๊บ แต่ก็ช่างเถอะ เขาจะเป็นแมนหรือเกย์ก็ไม่เกี่ยวกับเรานี่นา ยังไงแกก็ขอโทษเขาแทนฉันไปแล้วใช่ไหมล่ะ”
“ย่ะ” ดารินทร์ทำปากยื่นปากยาว “แต่นอกจากเรื่องคุณสรัลแล้ว รู้ไหมฉันเจอใครที่ร้านเวดดิง”
ดารินทร์มีสีหน้าจริงจังทั้งเคร่งเครียดกว่าตอนที่พูดเรื่องเจ้าของร้านเวดดิงหน้าสวย
“ใคร?”
“ฉันว่าเราเปลี่ยนที่คุยดีกว่า ห้องนอนแกละกัน”
“ทำไมต้องคุยที่ห้องนอน เรื่องลับหรือแก”
“ก็ประมาณนั้นแหละ” ไม่รอเจ้าของห้องอนุญาต ดารินทร์ก็ลุกขึ้นแล้วเดินนำเจ้าของห้องอย่างปราณปริยาไปข้างบน
