บทที่ 11 ตอนที่ 4 ข่าวร้อนสะกิดใจ (3)
“ฉันเจอคุณอภิชาติ”
ชื่อของอดีตว่าที่เจ้าบ่าวทำให้ปราณปริยาที่กำลังปิดประตูยืนนิ่ง และดารินทร์ที่นั่งอยู่บนเตียงก็สังเกตเห็นได้ไม่ยากเพราะคาดเอาไว้อยู่แล้ว
“ฉันไม่ควรมาเล่าให้แกฟังใช่ไหม”
ไม่มีเสียงตอบรับจากคนที่ยืนนิ่งอยู่หน้าประตู ทำให้ดารินทร์เริ่มรู้สึกผิดและคิดว่าตัวเองตัดสินใจพลาด
“ฉันขอโทษ ฉันไม่ควรพูดถึงเขา”
“การพูดถึงบ่อยๆ ก็เหมือนภูมิคุ้มกัน” ปราณปริยาหันมาพูดพลางฝืนยิ้ม
“การดื่มหนักเมื่อคืนเพื่อปลดปล่อยอาจจะได้ผล เห็นไหมฉันไม่ร้องไห้”
“เวลาจะช่วยเยียวยาให้ทุกอย่างดีขึ้น ฉันไม่เล่าดีกว่าไหม”
“เล่าเถอะ ฉันอยากฟัง เขาไปทำอะไรที่ร้านเวดดิง”
‘หวังว่าชายหนุ่มคงไม่ได้หลอกผู้หญิงคนอื่นเหมือนที่ทำกับเธอหรอกนะ’ ที่เธอคิดเช่นนั้นก็เพราะครอบครัวของเขามีเชื้อสายจีน แถมค่อนข้างจะหัวโบราณ และอคติกับพวกรักร่วมเพศ ดูอย่างตอนที่ต้องยกเลิกงานแต่งงานเพราะชายหนุ่มมาสารภาพความจริงกับเธอสิ เธอไม่ได้อยู่ตรงนั้น แต่แม่และพี่ชายของเธอบอกว่าบ้านแทบแตก
“ฉันเห็นตอนเขาเดินออกจากร้าน เราไม่ได้เผชิญหน้ากัน คือฉันหลบทันน่ะ” เธอรู้จักกับอดีตคู่หมั้นของเพื่อนรักในระดับหนึ่ง พอเกิดเรื่องก็เลยยากที่จะเผชิญหน้าและพูดคุยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ ในเมื่อเขาผิด...ผิดที่มาหลอกเพื่อนของเธอ
“แต่ฉันแอบถามเอาจากคุณขวัญ ฉันหมายถึงคุณสรัลน่ะ”
ปราณปริยามองเพื่อนอย่างไม่ไว้ใจ
“แกอย่ามองฉันอย่างนั้นสิ ฉันไม่ได้เล่าอะไรให้เขาฟังเลย แค่บอกว่าเป็นคนรู้จักเท่านั้น”
“ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรเสียหน่อย”
“เขามาจ้างให้ร้านคุณขวัญไปจัดงานแต่งเล็กๆ ให้เขากับคนรัก...ที่เป็นเกย์น่ะ” ดารินทร์พูดจบก็ทำปากเบ้ เธอเฉยๆ กับพวกรักร่วมเพศเป็นทุนเดิม แต่เพิ่งมาไม่ชอบก็ตอนที่เพื่อนรักโดนหลอกนี่แหละ เธอเลยอยากสาปส่งความรักครั้งนี้ของอภิชาติกับคนรักให้พังพินาศ
“ช่างเขาเถอะ”
“แต่พวกเขามีความสุขบนความทุกข์ของแกนะ”
“เท่าที่รู้ความรักของพวกเขาก็คงไม่ราบรื่นเท่าไหร่หรอกมั้ง เห็นว่าทางครอบครัวของเขาทำใจรับเรื่องนี้ยังไม่ได้”
“ทั้งที่รู้ แต่ยอมเลิกล้มงานแต่งเนี่ยน่ะ”
“คงเพราะเขารักแฟนเขามาก หรือไม่ก็เขาคงขยะแขยงที่จะมาเป็นสามีของผู้หญิงแท้ๆ อย่างฉันก็ได้” คิดมาถึงตรงนี้ทีไรก็เจ็บจี๊ดทุกที แพ้ผู้หญิงด้วยกันยังพอว่า แต่นี่แพ้ผู้ชาย มันน่าเจ็บใจยิ่งกว่า
“สาธุ...ขอให้งานแต่งของพวกนั้นล่มไม่เป็นท่า” ดารินทร์หลับตาพลางพนมมือไหว้ท่วมหัว ปราณปริยาเห็นแล้วก็อดหัวเราะน้อยๆ ไม่ได้
“อย่าไปยุ่งกับเขาเลย ฉันไม่คิดจะสนใจเรื่องของเขาอีกต่อไปแล้ว”
“แกไม่ร้องไห้” ดารินทร์ทำท่าตกใจราวกับเจอสิ่งมหัศจรรย์ของโลก
“สงสัยการปลดปล่อยด้วยการดื่มหนักเมื่อคืนจะได้ผลมั้ง” ปราณปริยาบอกพลางยักไหล่ ลอยหน้าลอยตาพูด รู้สึกดีราวกับเธอพิชิตยอดเขาได้ประมาณนั้น มันเป็นความรู้สึกของการมีชัยชนะ
“งั้นฉันจะพาแกไปบ่อยๆ”
“บ้า ขืนดื่มอย่างนั้นบ่อยๆ ได้ตับแข็งตาย” หญิงสาวบอกเสียงใสก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง “ว่าแต่แกเถอะ ไปร้านเวดดิงแค่ไปดูร้านเฉยๆ หรือ”
“ก็มีคุยเรื่องธีมและแผนงานกับคุณขวัญคร่าวๆ บ้าง ระหว่างขับรถกลับฉันได้คุยกับคุณเวธน์เพิ่มเติม แต่มันเหมือนยังขาดๆ เกินๆ ยังไงไม่รู้ วันนี้ฉันเลยจะให้แกเป็นที่ปรึกษาช่วยแนะนำหน่อย แล้วฉันจะเอาไปคุยและปรึกษากับคุณเวธน์อีกทีน่ะ” ดารินทร์บอกเสียงอ้อนพลางขยับเข้ามาเกาะแขนปราณปริยาซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ
“จะพยายามเท่าที่จะทำได้แล้วกัน ไหนแกลองบอกแผนงานมาคร่าวๆ มาซิ”
ดารินทร์ลุกจากเตียงแล้วเริ่มเล่าถึงรูปแบบและแผนงานคร่าวๆ ด้วยดวงตาที่เป็นประกายแห่งความสุข โดยมีปราณปริยาที่หยิบกระดาษกับปากกามาคอยจดรายละเอียดที่สำคัญหรือสิ่งที่ต้องการเพิ่มเติมเพื่อกันลืม และบางครั้งคำพูดที่เพ้อฝันจนเกินจริงก็เรียกรอยยิ้มจากที่ปรึกษาอย่างปราณปริยาได้เป็นระยะๆ และรอยยิ้มนั่นคือสัญญาณว่าอีกไม่ช้าคนที่เคยจมอยู่กับความเศร้าจะดีวันดีคืน
