บทที่ 3 ตอนที่ 1 ความข้องใจที่ยังไม่กระจ่าง (2)
เวธน์หยิบอัลบั้มพรีเซนต์งานของร้านมาเปิดดูคร่าวๆ แล้ววางที่เดิม ก่อนจะกวาดตามองไปรอบๆ ร้านที่ใหญ่โตและกว้างขวางกว่าที่คาดคิดไว้ การตกแต่งภายในร้านเน้นสีขาวเป็นหลัก และเกือบทุกมุมจะมีหุ่นผู้หญิงสวมชุดเจ้าสาวแบบต่างๆ ตั้งโชว์ไว้เด่นสะดุดตา
“คุณขวัญให้มาเรียนว่ากำลังจะลงมาพบค่ะ”
“ขอบคุณครับ” ชายหนุ่มที่กำลังสำรวจภายในร้านหันมายิ้ม ก่อนจะกวาดตาไวๆ ไปทั่วร้านอีกรอบ แล้วลุกขึ้นไปที่เคาน์เตอร์เพื่อชวนพนักงานสาวคุยฆ่าเวลา
“คุณทำงานที่นี่นานหรือยังครับ”
“ประมาณหกเจ็ดปีได้แล้วมั้งคะ”
“เจ้านายคุณเคยพาแฟนมาที่ร้านบ้างไหมครับ” เขาโน้มตัวข้ามเคาน์เตอร์ไปถามหญิงสาวเบาๆ แล้วอมยิ้ม ก่อนจะรอฟังคำตอบ
“ไม่เคยเห็นนะคะ ที่เห็นมาบ่อยๆ ก็มีแต่คุณฟ้า คุณแม่ของคุณขวัญเท่านั้นแหละค่ะ”
“ไม่มีเลยเหรอ” ชายหนุ่มพึมพำคนเดียว
สุดารัตน์เงยหน้าขึ้นมายิ้มให้แขกของเจ้านาย แล้วก้มหน้าทำงานต่อพลางนึกสงสัยว่าผู้ชายคนนี้เป็นใครกันแน่ ทำไมต้องถามเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ของเจ้านายด้วย
“เจ้านายคุณเป็นเกย์หรือเปล่า”
จู่ๆ ชายหนุ่มก็ถามในสิ่งที่เธอและพนักงานหลายๆ คนสงสัยขึ้นมา สุดารัตน์ได้แต่อ้ำอึ้ง มองดวงตาที่ฉายแววขี้เล่นเต้นระริกรอคำตอบแล้วส่ายหน้า
“ไม่มั้งคะ...ไม่รู้...ไม่แน่ใจ เอาเป็นว่าดิฉันขอไม่ตอบแล้วกันนะคะ เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของเจ้านาย ดิฉันไม่ทราบจริงๆ ค่ะ”
“ว้า! ไม่สนุกเลย” เวธน์แกล้งบ่นพลางซบหน้าลงบนแขนที่วางอยู่ตรงเคาน์เตอร์ เมื่อพนักงานสาวไม่ยอมเล่นด้วย
“ไม่สนุกอะไรวะ” เสียงทักจากคนที่เดินลงบันได ทำให้คนที่กำลังเบื่อเงยหน้าแล้วยืดตัวขึ้น พร้อมกับเปิดยิ้มกว้าง
“คุณชายขวัญกว่าจะเสด็จได้นะ รอจนเมื่อยแล้วนี่” ชายหนุ่มทักทายพร้อมกับเดินเข้าไปตบไหล่กว้างของเจ้าของร้านหนักๆ
“ก็อยากมาแบบไม่บอกไม่กล่าวทำไมล่ะ ว่าแต่แกกลับมาจากเชียงใหม่ตั้งแต่เมื่อไหร่วะ”
ครอบครัวของเวธน์มีกิจการโรงแรมทั้งที่กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และจังหวัดอื่นๆ ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อ บางครั้งเวธน์ก็ต้องเดินทางไปดูโรงแรมในเครือตามต่างจังหวัดบ่อยครั้ง
“สองสามวันแล้วละ”
“คิดยังไงมาหาฉันที่ร้านวะ”
“คิดถึง”
สิ้นคำว่า ‘คิดถึง’ กำปั้นใหญ่ๆ ของสรัลก็ชกเข้าที่แก้มสากของเวธน์เบาๆ เป็นการหยอก และเตือนไม่ให้พูดคำที่ชวนให้คิดไปไกลพร้อมกับถลึงตาใส่
แต่เวธน์ที่ชินชาเพราะชอบแกล้งเพื่อนหน้าสวยเกินชายมาแต่ไหนแต่ไร จนทำให้คนเข้าใจผิดมานักต่อนักแล้ว กลับหัวเราะชอบใจ ‘ก็มันสนุกนี่นา’
“ก็แวะมาดูร้านแกไง ใหญ่โต กว้างขวาง สวยเหมาะกับคนสวยๆ อย่างแกดี ใช่ไหมจ๊ะ” ไม่เพียงน้ำเสียงตอนท้ายที่ยังล้อเลียนเจ้าของร้านหน้าสวยไม่เลิก เวธน์ยังเดินไปยื่นมือเขี่ยแก้มที่ใสเกินชายของอีกฝ่ายอย่างเอ็นดูอีกด้วย ทำเอาสรัลที่เริ่มจะรำคาญกับการเล่นไม่เลิกของเพื่อนรัก ต้องรีบปัดมือใหญ่นั่นออกแล้วกระซิบเสียงเข้มว่า
“กูชักจะรำคาญแล้วนะโว้ย มาทำไม ไม่มีธุระก็กลับบ้านไป กูจะทำงาน”
“คำพูดกับหน้าตาขัดกันอย่างแรงว่ะ หน้าสวยๆ แต่พูดกูพูดมึง” เวธน์ตอบกลับอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะยิ้มแหยๆ เมื่อสรัลไม่เล่นด้วยแล้วจริงๆ
“ไอ้เวธน์!”
“เออๆ เลิกล้อเล่นแล้ว มีเรื่องจะปรึกษา ไปคุยกันที่ห้องทำงานแกดีกว่า ตอนนี้รู้สึกเด็กในร้านแกเริ่มจะจ้องแบบแปลกๆ ละ” เขาพยักพเยิดให้เจ้าของร้านมองพนักงานสาวๆ ในร้านซึ่งแอบปรายตามอง แล้วรีบก้มหน้าเดินหลบหรือไม่ก็แสร้งทำงาน เมื่อเขาหันไปมอง
“เพราะแกไม่ใช่หรือไง” สรัลทำเสียงจิ๊จ๊ะแล้วถลึงตาดุใส่ ก่อนจะเดินมาหาสุดารัตน์
“คุณสุครับ งานที่ผมสั่งให้เอาขึ้นไปให้ก่อนหน้านี้เสร็จรึยังครับ ถ้าเสร็จแล้วเดี๋ยวผมเอาขึ้นไปเองเลยดีกว่า”
“นี่ค่ะ”
“ขอบคุณครับ” ชายหนุ่มรับแฟ้มงานเสร็จก็หมุนตัวเดินนำเวธน์ขึ้นไปบนห้องทำงาน
พนักงานในร้านจับตามองทุกท่วงท่าของแขกหนุ่มกับเจ้าของร้านอย่างไม่ให้คลาดสายตาเลยแม้แต่น้อย ทุกคนที่เดินผ่านมาเห็นการพูดคุยหยอกล้อของทั้งคู่ ต่างก็อดที่จะแอบมองและคิดไปต่างๆ นานาไม่ได้
พนักงานสาวคนหนึ่งที่แอบมองสองหนุ่มอยู่นานถลาเข้ามาเกาะเคาน์เตอร์ แล้วถามสุดารัตน์ด้วยความสงสัยอย่างแรง “พี่สุว่าผู้ชายคนนี้เป็นอะไรกับคุณขวัญอะ”
“ไม่รู้สิ เพื่อนมั้ง...” สุดารัตน์ตอบไม่เต็มเสียงนัก เมื่อเวธน์โอบไหล่ของสรัลเข้าไปใกล้ๆ แล้วกระซิบกระซาบบางอย่างพร้อมด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย
“...หรือไม่ใช่”
“นั่นสิ เหมือนคู่รักกันเนอะ” พูดเองก็ตกใจเอง ก่อนจะรีบยกมือขึ้นตะครุบปากราวกับกลัวว่าเจ้าตัวจะได้ยิน
“ใกล้จะปิดร้านแล้ว ขอไปเก็บงานก่อนนะคะ” เมื่อเห็นสุดารัตน์พยักหน้า เธอคนนั้นก็ผลุบหายไปอย่างรวดเร็ว
สุดารัตน์เงยหน้าขึ้นไปมองชั้นบนอีกครั้งแล้วถอนหายใจพลางส่ายหน้า เธอเองก็คิดไม่ต่างกันว่าเวธน์อาจจะเป็นแฟนของสรัล ก็เพื่อนผู้ชายแมนๆ ที่ไหนจะมายืนเขี่ยแก้มกันเล่น
‘โอ้...ไม่อยากคิด เสียดายของจริงๆ แล้วต่อไปผู้หญิงจะหาสามีได้ไหมนี่ ผู้ชายเล่นกินกันเองแบบนี้’
