บทที่ 4 ตอนที่ 2 เวลากับความรัก (1)

2

เวลากับความรัก

มื้อค่ำวันนี้นอกจากทุกคนในครอบครัวจะได้รับประทานอาหารกันพร้อมหน้าพร้อมตาแล้ว ยังได้ต้อนรับคนที่เคยเป็นแขกประจำของบ้านอีกด้วย แต่หลังจากเรียนจบชายหนุ่มก็ไปดูแลกิจการของครอบครัวซึ่งเป็นภาระหน้าที่ที่ต้องทำ จึงไม่ได้มาเยี่ยมครอบครัวของเพื่อนรักบ่อยนัก

“สวัสดีครับคุณลุงคุณป้า พี่พี พี่ณัฐ พี่ดนย์”

“อ้าวตาเวธน์ หายหน้าหายตาไปเลยนะเรา แล้วนี่ไปไงมาไงถึงได้มาด้วยกันล่ะนี่” คุณฟ้าผู้เป็นมารดาของสรัลรับไหว้อย่างแปลกใจระคนดีใจ พร้อมกับลุกขึ้นไปดึงชายหนุ่มที่รักเสมือนลูกหลานอีกคนมากอดและรั้งให้นั่งลงข้างๆ

“ของฝากจากเชียงใหม่ครับ”

“หนีไปเที่ยวเชียงใหม่มานี่เอง” คุณฟ้ารับถุงของฝากมาเปิดดูพร้อมกับแกล้งบ่นยิ้มๆ

“ไปทำงานมากกว่าครับ พักนี้ไม่ค่อยมีเวลาเที่ยวเท่าไหร่ เลยอาศัยช่วงไปทำงานเที่ยวบ้างนิดหน่อยนี่แหละครับ”

“เอาไว้หน้าหนาวพี่กับเพื่อนๆ จะแวะไปใช้บริการโรงแรมของนายบ้าง แต่ต้องลดให้พิเศษด้วยนะ” พีรณัฐที่นอนอ่านหนังสืออยู่พลิกตัวลุกขึ้นพูดด้วยความกระตือรือร้น

“แน่นอนอยู่แล้วครับพี่ณัฐ ว่าแต่ที่จะพาไปด้วยนี่เพื่อนที่เป็นสาวๆ ใช่ไหมครับ” เวธน์ยักคิวให้อย่างรู้ทัน

“หนาวเนื้อก็ต้องห่มเนื้อสิใช่ไหมไอ้ขวัญน้องรัก”

สรัลหันขวับมามองพี่ชายคนรองอย่างเซ็งๆ พีรณัฐเป็นอีกคนที่ป่วนเขาพอๆ กับเวธน์เลยทีเดียว

“หนาวไม่หนาวก็ห่มได้ทั้งนั้นแหละครับ นอกเสียจากจะไม่มีให้ห่ม”

“พูดเหมือนคนขาดแคลน อะๆ อย่าบอกนะว่าช่วงนี้แกขาดแคลนหญิง งั้นแกก็คว้าผู้ชายที่มาติดพันแกมาแก้ขัดก่อนเป็นไง” พูดเกือบไม่จบประโยค หมอนในมือของสรัลก็ถูกขว้างมาที่ใบหน้าของพีรณัฐทันที ก่อนที่พี่ชายคนรองจะนั่งหัวเราะประสานเสียงอย่างชอบใจกับเวธน์ที่ได้ยั่วโมโหคนหน้าสวย

“ว่าคนอื่นเอาไว้มากๆ ระวังสักวันจะโดนดี” พีรดนย์ซึ่งเหมือนจะเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานกว่าใครเพื่อน นั่งพาดคอกับพนักโซฟา พลางเอ่ยเตือนพี่ชายขึ้นมาลอยๆ

“โดนดียังไงวะไอ้ดนย์ โดนดีแบบเสียตัวให้ผู้ชายด้วยกันอย่างนั้นเหรอ ไม่มีทาง อย่างฉันมองไม่เคยพลาด” พีรณัฐบอกด้วยความมั่นอกมั่นใจในประสิทธิภาพการแยกแยะชายจริงหญิงแท้ของตัวเอง

“แต่ทุกวันนี้ดูยากนะพี่ กะเทยสมัยนี้สวยกว่าผู้หญิงก็เยอะ จะแยกแยะจากอะไรดี กระดงกระเดือกก็ไม่มี เสียงเสิงเล็กอย่างกับผู้หญิง เดี๋ยวนี้บางที่บัตรประชาชนก็แทบเชื่อไม่ได้ ปลอมแปลงเอกสารกันดาษดื่น” เวธน์เสริมขึ้นบ้าง แต่พีรณัฐกลับส่ายหน้าดิกพลางโบกไม้โบกมือ

“อย่างพี่นะเวธน์ เรื่องผู้หญิงพี่คัดกรองดียิ่งกว่าหน่วยข่าวกรองของเอฟบีไอเสียอีก ฉะนั้นเรื่องแบบนี้สำหรับพี่ไม่มีปัญหา แต่คนที่น่าเป็นห่วงโน่นเลย” พีรณัฐพยักพเยิดไปทางพี่ชายใหญ่อย่างพีรทัต ซึ่งนั่งไขว่ห้างเปิดแฟ้มงานอ่านอย่างไม่สนใจใคร

‘จะสนใจใครได้ไงล่ะ ยังเคลียร์งานไม่เสร็จ แต่ดันโดนคนเป็นแม่โทร. จี้ให้กลับมาทานมื้อค่ำ’

ในสัปดาห์หนึ่งจะต้องมีหนึ่งวันที่ทุกคนต้องมารับประทานอาหารเย็นอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ไม่ว่าจะยุ่งแค่ไหนก็ตาม เลยทำให้ชายหนุ่มต้องหอบงานกลับมาทำที่บ้าน

โดยมีกฎเหล็กที่คุณฟ้าเป็นคนกำหนดขึ้นคือ วันที่ทุกคนต้องกลับมารับประทานข้าวที่บ้านอย่างพร้อมหน้าพร้อมตานั้น จะหอบงานกลับมาทำที่บ้านได้ แต่...ห้ามขึ้นห้องไปทำงานจนกว่าจะรับประทานมื้อค่ำเสร็จ นั่นคือเหตุผลที่พีรทัตต้องนั่งทำงานที่ห้องนั่งเล่นท่ามกลางคนในครอบครัว

“ห่วงทำไม พี่พีเขาเลือกเป็นหรอกน่า อายุปูนนี้แล้ว ถ้าไปพลาดท่าเสียทีให้เก้งกวางละก็ ขายหน้าตาย” ไม่รู้ชมหรือหลอกด่า แต่คำพูดลอยๆ ของพีรดนย์ก็ทำให้คนที่นั่งเงียบมาตลอดปิดแฟ้มงานเสียงดัง

“พวกนายเอาตัวเองให้รอดก่อนจะห่วงคนอื่นดีกว่าไหม” พีรทัต พี่ใหญ่ทั้งในบ้านและนอกบ้าน อายุเหยียบเลขสี่เข้าไปแล้ว แต่ดูอย่างไรก็ไม่ต่างจากคนอายุสามสิบห้าสามสิบหกเลย เขาบอกเสียงเรียบก่อนจะถลึงตามองน้องชายทีละคน

“จะสี่สิบแล้ว แต่ไม่ยอมมีเมียสักที ก็นึกว่าเบี่ยงเบน” พีรณัฐผู้ไม่เคยกลัวใครในบ้านนอกจากแม่ ล้อพี่ชายผู้เคร่งขรึมแบบยิ้มๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป