บทที่ 9 ตอนที่ 4 ข่าวร้อนสะกิดใจ (1)
4
ข่าวร้อนสะกิดใจ
ช่วงสายของวันรุ่งขึ้นร่างบางที่นอนนิ่งอยู่ท่าเดิมบนเตียงกว้างมานานกว่าครึ่งชั่วโมงก็พลิกตัวเปลี่ยนอิริยาบถ เปลือกตาที่ปิดสนิทค่อยๆ เปิดขึ้น ก่อนจะปิดลงอีกครั้งเมื่อแสงที่ลอดผ้าม่านผ่านเข้ามาแยงตา ขณะเดียวกันก็มาพร้อมกับเสียงคราง ศีรษะของเธอปวดหนึบจนต้องยกมือขึ้นกุมขมับ
“ทำไมมันปวดหัวอย่างนี้...” ปราณปริยาพยายามพยุงตัวให้ลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง พลางลำดับเหตุการณ์เมื่อคืนไปด้วย เธอจำได้แค่ว่าไปเที่ยวผับแห่งหนึ่งกับดารินทร์แล้วดื่มหนักมากๆ นั่นคงเป็นสาเหตุให้เธอปวดหัวแทบระเบิดจากอาการเมาค้าง
ปราณปริยาขานรับเสียงยานคางปนงัวเงียอย่างคนตื่นไม่เต็มตาเมื่อมีคนเคาะประตูห้อง
“ค่า”
“ตื่นแล้วหรือคะ”
“ค่ะป้า ป่านขออาบน้ำแต่งตัวแป๊บหนึ่งนะคะ”
“งั้นเดี๋ยวป้าเตรียมอาหารไว้รอนะคะ”
“ขออะไรที่ทานแก้แฮงก์ให้ป่านด้วยนะคะ”
“ได้ค่ะ”
ป้าแหม่มเดินออกไปครู่ใหญ่ ปราณปริยาซึ่งนั่งนิ่งอยู่บนเตียงถึงได้ขยับตัวไปอาบน้ำแต่งตัว ทั้งที่ยังปวดศีรษะหนึบและมวนท้องนิดๆ
หลังจากอาบน้ำเรียกความสดชื่นซึ่งไม่ได้บรรเทาอาการปวดศีรษะและมวนท้องเท่าไรนัก ดังนั้นสิ่งที่เธอหวังว่าจะช่วยให้หายจากอาการเมาค้างก็คืออาหารของป้าแหม่ม และก่อนจะลงไปก็ไม่ลืมที่จะควานหาโทรศัพท์มือถือเผื่อมีใครโทร. หา และก็มีสายที่ไม่ได้รับและข้อความจากดารินทร์
‘ฉันโทร. หาไม่มีคนรับ โทร. เข้าเบอร์บ้านก็บอกว่าแกยังไม่ตื่น ถ้าตื่นแล้วโทร. หาด้วย เป็นห่วง’
ปราณปริยายิ้มบางๆ ก่อนจะเดินออกจากห้อง เธอควรจะหาอะไรใส่ท้องและแก้อาการเมาค้างก่อนจะโทร. หาดารินทร์ดีกว่า
ทันทีที่ร่างบางในชุดอยู่บ้านเดินมาถึงโต๊ะอาหาร ป้าแหม่มที่ยืนรออยู่ก็รีบรายงาน
“เมื่อเช้าคุณอ้อนโทร. มาบอกว่าถ้าคุณป่านตื่นแล้วให้โทร. หาเธอด้วยค่ะ”
ปราณปริยาพยักหน้ารับ คิดว่าดารินทร์คงฝากป้าแหม่มก่อนจะส่งข้อความหาเธออีกครั้งเพื่อไม่ให้คำสั่งตกหล่น
“แล้วมีคนอื่นอีกไหมคะ”
“จะมีก็แต่คุณผู้หญิงกับคุณปอแหละค่ะที่โทร. มาถามว่าคุณป่านเป็นยังไงบ้าง”
“นี่แม่กับพี่ปอรู้ด้วยหรือว่าเมื่อคืนป่านดื่มหนัก” เธอหันมาเลิกคิ้วถามอย่างแปลกใจ กับมารดาเธอไม่ข้องใจเท่าไร แต่กับพี่ชายของเธอนี่สิ
“รู้สิคะ ก็คุณทั้งสองเป็นคนมารับคุณป่านขึ้นไปบนห้อง คุณปอยังชมคุณอ้อนเปาะเลยว่าเอาคุณป่านที่เมาแอ๋กลับมาบ้านได้ยังไง”
“อย่าถามป่านนะคะ ป่านเองก็จำไม่ได้” ปราณปริยายิ้มแหยๆ พลางตักโจ๊กร้อนๆ ใส่ปาก เมื่อกลืนแล้วก็รู้สึกดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
“ทานโจ๊กเสร็จแล้ว อย่าลืมดื่มน้ำส้มคั้นตามนะคะ ช่วยลดอาการปวดหัวได้”
“ขอบคุณค่ะป้า” ว่าแล้วเธอก็ยกน้ำส้มขึ้นมาดื่มเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ ละเลียดโจ๊กในถ้วยให้ได้มากที่สุด
“งั้นป้าขอไปทำงานต่อก่อนนะคะ”
“ค่ะ” ปราณปริยาหันไปยิ้มให้ป้าแหม่มนิดหนึ่งก่อนจะหันมาสนใจโจ๊กต่อ รับประทานไปได้แค่ครึ่งถ้วยเธอก็รับประทานต่อไม่ไหว ถ้าขืนยัดมากกว่านี้มีหวังได้ออกทางเดิม หลังจากดื่มน้ำส้มจนหมดแก้วแล้ว หญิงสาวจึงเรียกป้าแหม่มมาเก็บโต๊ะ จากนั้นก็ตรงดิ่งขึ้นห้องทันที
เธอไม่ได้ง่วงแค่รู้สึกปวดศีรษะเวลานั่งหรือยืน เลยคิดว่าอิริยาบถที่น่าจะช่วยบรรเทาอาการนี้ได้น่าจะเป็นการนอน จากนั้นก็เริ่มต่อสายหามารดาเป็นคนแรก ปราโมทย์หรือพี่ปอเป็นคนต่อมา และสุดท้ายก็เป็นดารินทร์ที่คิดว่าน่าจะคุยกันนานที่สุด แต่ด้วยสภาพร่างกายที่ไม่อำนวยเธอเลยต้องวางสาย ก่อนจะรับประทานยาแล้วนอนหลับยาว
