บทที่ 1 กองโจร 1/1
พุทธศักราช ๒๔๘๘ สระบุรี
เสียงล้อเหล็กเสียดสีกับรางดังครืดคราดไม่ขาดสาย แทรกผ่านความเงียบสงัดของทุ่งโล่งในยามค่ำคืน จันทร์แรมไร้แสงเดือนทอดตัวลงเหนือปลายฟ้าราวกับจะให้โลกใบนี้ตกอยู่ในเงาสะท้อนของคำสาป
ขณะเดียวกันขบวนรถจักรไอน้ำคร่ำคร่าเคลื่อนตัวผ่านรางเหล็กเก่าอย่างเชื่องช้า ควันดำพวยพุ่งออกจากปล่องดั่งเงาอสูรกายเหล็กที่คร่ำครวญอย่างเหน็ดเหนื่อย แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันส่องวูบวาบออกจากหน้าต่างโบกี้โดยสารและตู้สินค้าตอนท้าย แสงเหล่านั้นสะท้อนรางรถไฟที่ทอดยาวดั่งเส้นชะตา และในค่ำคืนนี้ ชะตานั้น...กำลังจะถูกตัดขาด
ภายในโบกี้มีตู้สินค้าถูกปิดผนึกแน่นหนา ภายในบรรทุกสิ่งของล้ำค่า ทองคำแท่ง เงินตรา และวัตถุโบราณจากพระนครที่ถูกลำเลียงหลบภัยสู่แผ่นดินภาคกลาง ทว่าสิ่งของเหล่านี้ไม่ได้มีในบันทึกใด เพราะเอ็งของคือ ‘เจ้าสัวเล้ง’ ผู้มั่งคั่งแห่งย่านสำเพ็งที่ต้องการเคลื่อนทองคำแท่ง เงินตรา และของล้ำค่าอื่น ๆ ไปเก็บยังโกดังลับในเมืองนครสวรรค์ เพื่อที่จะหลบภัยความวุ่นวายทางเมืองหลวงในยามประเทศระส่ำระสายเช่นนี้
ตู้สินค้าถูกล้อมไว้ด้วยกลุ่มทหารติดอาวุธ ผู้มีสีหน้าเคร่งเครียดราวอยู่ในแนวหน้าสมรภูมิ พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแท้จริงแล้วกำลังปกป้องสิ่งใด แต่อำนาจของเจ้าสัวก็หนักแน่นพอจะกลบคำถามใด ๆ ได้ทั้งหมด
ทว่าอีกฟากหนึ่งเหนือทางยกระดับที่ห่างจากรางรถไฟเพียงไม่ถึงร้อยก้าว ม้าศึกสีดำขลับยืนนิ่งอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ บนหลังม้าคือร่างสูงของ เสือเพชรกล้า หัวหน้ากองโจรแห่งชายแดนลุ่มน้ำ เอ็งของนามที่ตำรวจทั้งภาคกลางต้องขยาด ชายผู้นี้สวมหมวกปีกกว้างใบเก่า บดบังแสงจันทร์ไม่ให้ตกกระทบใบหน้า ปลายแขนเสื้อที่สวมใส่ถูกพับสูงเผยให้เห็นรอยอักขระยันต์ที่ดูเข้มขลัง กระนั่นดวงตาเด็ดเดียวที่โผล่พ้นผ้าคลุมหน้าสีหม่นกลับเปล่งประกายดุดัน เฉียบขาดยิ่งกว่าปลายกระบี่
“ใต้หมอนรางวางไปถึงไหนแล้ว” น้ำเสียงของเขาหนักแน่น แม้เอ่ยเบาแต่แฝงแรงกดดันจนผู้ฟังใจสะท้าน
เบื้องล่างริมรางคือลูกสมุนสองคนที่กำลังก้มหน้าคุกเข่าเหนือตอหมอน มือกำระเบิดแท่งกลมพันเชือกชนวนอย่างเร่งรีบ ขณะที่วางซุกเข้าไปใต้หมอนรองราง เสียงเหล็กดังแกรกกรากทุกครั้งที่มือกระทบกับเครื่องมือ
ชายฉกรรจ์คนหนึ่งเงยหน้าขึ้นมาเอ่ยตอบเมื่อได้ยินคำถามนั้น “อีกไม่ถึงสามนาทีก็เรียบร้อยขอรับลูกพี่”
ทว่าเสียงฝีเท้าดุดันของม้าก็พลันดังขึ้นจากอีกฟากหนึ่ง ก่อนที่ชายหนุ่มอีกคนจะกระโดดลงจากหลังม้า เขาผู้นั้นดึงผ้าปิดปากออกเล็กน้อยแล้วตะโกนเสียงหอบ
“พี่เพชร! รถไฟมาแล้วขอรับ!”
เพชรกล้าเหลือบตาเพียงนิด ไม่มีท่าทีตระหนก เขาหันกลับไปสั่งเสียงเรียบ “เร่งมือเข้าไอ้ดำ อีกสองนาทีสายชนวนต้องลากถึงจุดจุดระเบิด”
ว่าแล้วร่างสูงของเสือใหญ่ก็กระโจนลงจากหลังม้า สองมือสากคว้าสายชนวนแล้วลากไปตามแนวหญ้าจนถึงกล่องไม้ใบเล็กที่ใช้เป็นเครื่องจุดระเบิด กลิ่นดินปืนเจือจางในอากาศ ทันทีที่เขาลากเส้นถึงตำแหน่งสุดท้าย เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นตามแผนที่วางไว้ เสือเพชรก็หันไปตะโกนสั่ง
“เตรียมตัวให้พร้อม!”
ในเวลาเดียวกันนั้น แสงตะเกียงสลัวส่องลอดให้เห็นใบหน้าหวานงดงามของ เอื้องจันทร์ หมอสมุนไพรหนุ่มวัยยี่สิบห้าที่กำลังโอบประคองเด็กน้อยวัยแปดขวบไว้ในอ้อมแขนแกร่งอย่างทะนุถนอม เสื้อผ้าเนื้อหยาบที่สวมใส่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบสมุนไพร มือเรียวของเขาคลึงวนเบา ๆ บนท้องน้อยที่เกร็งแข็งของเด็กน้อยอย่างอ่อนโยน พลางพึมพำด้วยน้ำเสียงห่วงใย
“ทนหน่อยนะหนูน้อย ประเดี๋ยวยาจะออกฤทธิ์แล้ว”
“หมอจ๊ะ ไอ้แดงมันเป็นอย่างไรบ้างจ๊ะ” เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้น ขณะที่มองลูกชายด้วยความเป็นห่วง เธอเป็นคนงานที่ต้องเดินทางตามผัวไป เพราะเจ้านายอย่างเจ้าสัวเล็งต้องการขนของสำคัญไปเก็บรักษาไว้
เอื้องจันทร์สบตาแม่เด็ก แล้วหันไปพินิจอาการของหนูน้อย สังเกตสีหน้าของเด็กน้อยที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด หัวใจก็พลันกระตุกวูบ เขารู้ดีว่าอาการปวดท้องของเด็กน้อยไม่ได้เกิดจากอาหารเป็นพิษธรรมดา แต่เป็นเพราะธาตุในร่างกายเสียสมดุลอย่างรุนแรง การเดินทางที่ยาวนานและการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศทำให้ร่างกายอ่อนแอของเด็กน้อยปรับตัวไม่ทัน
เขาเร่งมือหยิบห่อผ้าที่บรรจุสมุนไพรแห้งนานาชนิดออกมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยิบสมุนไพรแต่ละชนิดออกมาด้วยความแม่นยำ ทั้งขมิ้นชัน กระชายดำ และว่านหางจระเข้ เขาใช้สากและครกคลึงสมุนไพรแต่ละชนิดอย่างเบามือ กระตุ้นให้น้ำมันหอมระเหยออกมา
“สูดดมกลิ่นหอม ๆ ของสมุนไพรนะ มันจะช่วยให้เอ็งผ่อนคลาย” เอื้องจันทร์พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พลางยื่นสมุนไพรที่คลึงแล้วให้เด็กน้อยสูดดม
แต่แล้วก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น....
ตูมมมมม!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ขบวนรถไฟทั้งขบวนสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับถูกพสุธาสูบกลืน โบกี้ไม้โยกเยกไปมาอย่างบ้าคลั่ง ผู้โดยสารที่ยืนอยู่ต่างเสียหลักล้มระเนระนาด เสียงกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนกดังระงมไปทั่วทั้งขบวน เอื้องจันทร์กอดเด็กน้อยไว้แนบอก พยายามทรงตัวมิให้ล้มกระแทกกับสิ่งของรอบกาย ห่อสมุนไพรในมือร่วงหล่นกระจัดกระจายไปทั่วพื้น
“ไอ้เสือบุก!” เสียงคำรามดุดันดังมาจากทางหัวขบวน
