บทที่ 10 ดื้อด้าน 4/2

แสงสุดท้ายของวันกำลังจะจางหายไป เอื้องจันทร์เดินไปยังลานอาบน้ำข้างเรือนอย่างเซื่องซึม ภาพที่เห็นตรงหน้าคือตุ่มดินขนาดใหญ่มหึมาสามใบตั้งเรียงรายรออยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย ยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่เริ่มผุดพรายบนใบหน้า ก่อนจะก้มลงตักน้ำจากบ่อข้าง ๆ ด้วยความทุลักทุเล

น้ำเย็นเยียบสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนไปทั่วร่าง แขนขาเริ่มสั่นระริกเมื่อต้องตักน้ำหนัก ๆ ซ้ำไปซ้ำมา เวลาผ่านไปนานแสนนาน กว่าที่เอื้องจันทร์จะตักน้ำใส่ตุ่มทั้งสามจนเต็มได้สำเร็จ

กระนั้นเสื้อผ้าที่สวมใส่กลับเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อและน้ำ ผมเผ้าลู่ลงแนบใบหน้าหวานที่ซีดเซียว ผิวขาวเนียนเริ่มเย็นเยียบเพราะความเหนื่อยอ่อน เขาทรุดกายลงนั่งกับพื้น หอบหายใจถี่รัว มองสภาพตัวเองอย่างหมดอาลัยตายอยาก สองมือกำแน่นด้วยความเจ็บปวดเมื่อรู้สึกได้ถึงบาดแผลที่เกิดจากเชือกที่มัดข้อมือ

เสือเพชรที่แอบมองอยู่หลังบานหน้าต่างมาตลอดเวลา ด้วยสายตาที่อยากจะอ่าน มินานริมฝีปากก็พลันหยักเม้มเข้าหากันแน่น เขาเดินเข้าไปในเรือนอย่างเงียบเชียบ คว้าผ้าขาวม้าผืนหนึ่งโยนออกไปตรงหน้าเอื้องจันทร์ที่ยังคงนั่งหมดแรงอยู่บนพื้น

“ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสีย” เสือเพชรเอ่ยเสียงเบาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

เอื้องจันทร์เงยหน้าขึ้นมองอย่างตกตะลึง ในแววตาคมมีประกายความประหลาดใจฉายชัด เขาเป็นคนรักความสะอาด เหม็นกลิ่นกายตัวเองมาตลอด การไม่ได้อาบน้ำมาหลายวันทำให้เขารู้สึกอึดอัดและทรมานเป็นอย่างมาก แม้ก่อนหน้านี้จะลั่นวาจาไว้ว่าจะไม่ยอมสวมใส่เสื้อผ้าของผู้หญิงก็ตาม แต่เมื่อเห็นผ้าขาวม้าสะอาดตาที่วางอยู่ตรงหน้า ความต้องการที่จะชำระล้างร่างกายก็มีมากกว่าสิ่งอื่นใด เขาตัดสินใจที่จะทำตามอย่างว่าง่าย

เมื่ออาบน้ำชำระร่างกายจนสะอาดหมดจดแล้ว เอื้องจันทร์ก็เดินกลับขึ้นเรือนด้วยความรู้สึกสดชื่นเบาสบาย โกเมนหนุ่มค่อย ๆ หยิบเสื้อผ้าที่เสือเพชรเตรียมไว้มาสวมใส่ เมื่อเนื้อผ้าลูกไม้สีหวานและผ้าซิ่นลายดอกสีชมพูอ่อนสัมผัสผิวกาย เอื้องจันทร์ก็รู้สึกแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก ใบหน้าหวานแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างเขินอาย แต่ก็ต้องยอมรับว่าเสื้อผ้าเหล่านี้สะอาดและสวมใส่สบายกว่าเสื้อผ้าเก่า ๆ ที่เปรอะเปื้อนของเขามากนัก

เมื่อเอื้องจันทร์ก้าวขึ้นบันไดเรือนมาถึงพื้นไม้ เสือเพชรที่ยืนรออยู่ก่อนแล้วถึงกับยืนตะลึงงันราวกับต้องมนต์สะกด ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้หัวใจของเขาแทบจะหยุดเต้น เอื้องจันทร์ในชุดของเดือน...เหมือนเดือนมากเหลือเกิน ราวกับวิญญาณของหญิงคนรักกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

“ดะ...เดือน” เสือเพชรเผลอหลุดปากเรียกชื่อคนที่อยู่ในความทรงจำออกมาแผ่วเบา

แม้แต่กุมารีพิมพ์ทองที่ลอยวนเวียนอยู่ข้างกายเสือเพชรยังถึงกับตะลึงงัน ปากเล็ก ๆ แบะออกด้วยความไม่พอใจ ร่างเล็กกระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงอิจฉาริษยา “ก็สวย แต่ยังไงแม่เดือนก็สวยกว่าอยู่ดี”

เอื้องจันทร์ไม่สนใจสายตาของใครทั้งสิ้น เขามุ่งตรงไปยังห้องครัว ตักข้าวใส่จานมานั่งกินอย่างไม่เกรงใจเสือเพชรที่ยังคงยืนนิ่งตะลึงอยู่

“ดูสิ กินมูมมามเหมือนหมูไม่มีผิด” กุมารีพิมพ์ทองนั่งมองเอื้องจันทร์กินข้าวด้วยสายตาค่อนขอด กัดฟันกรอดอย่างขัดใจ

เสือเพชรพยักหน้าเห็นด้วยอย่างช่วยไม่ได้ แม้ภายนอกจะงดงามแก่กริยากลับดูสถุนเสียยิ่งกว่าพวกสมุนโจรในชุมเสียอีก

“เอ็งกินดี ๆ ไม่ได้รึ กินข้าวมูมมามแทบดูไม่ได้”

เอื้องจันทร์ที่กำลังเคี้ยวข้าวตุ้ย ๆ อยู่ในปากเงยหน้าขึ้นมามองอย่างไม่พอใจ

“ก็คนมันอดข้าวมาหลายวัน จะให้กินเป็นผู้ดีให้คุณเสือเพชรพึงพอใจได้เช่นไรเล่าขอรับ” เอื้องจันทร์ลอยหน้าลอยตาตอบอย่างกวนประสาท ก่อนจะตักต้มจืดขึ้นซดน้ำอย่างเอร็ดอร่อย เสียงซดน้ำซุปดังซู้ดซ้าด

เสือเพชรถอนหายใจออกมาเบา ๆ ส่ายหน้าอย่างระอาใจ “โกเมนอย่างเอ็ง ใครเขาจะเอาทำเมีย”

“ข้าไม่ได้อยากมีผัวเสียหน่อย”

พูดจบก็ใช้ปลายนิ้วขยุ้มข้าวใส่ปากตนเองกินต่ออย่างเอร็ดอร่อย ไม่สนใจสายตาของคนที่มองมา ราวกับว่าโลกทั้งใบมีเพียงแค่เขาและข้าวในจานเท่านั้น

“อื้อ...อันนี้อร่อยเสียจริง” เอื้องจันทร์พึมพำกับตัวเองอย่างพึงพอใจ แทบจะจบเข่าฉาดเมื่อแกงหมูป่าที่เพิ่งจะกินไปเป็นคำแรกดันถูกอกถูกใจเขาอย่างจัง รสชาติเข้มข้นถึงเครื่องแกง เนื้อหมูนุ่มละมุนลิ้น น้ำแกงคล่องคอ แต่ทว่าไม่นานใบหน้าขาวกลับขึ้นสีระเรื่อแดงก่ำ เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ เริ่มผุดพรายบนหน้าผาก

“แค่ก ๆ แค่ก ๆ ๆ” เอื้องจันทร์เริ่มไออย่างรุนแรง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน

“แค่ก ๆ ทำไมมันเผ็ดแบบนี้วะ! น้ำ…ขอน้ำหน่อย” เอื้องจันทร์โวยวายเสียงหลง น้ำหูน้ำตาไหลพราก รสชาติเผ็ดร้อนราวกับไฟสุมทรวง

เสือเพชรเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มองเอื้องจันทร์ที่กำลังสำลักสำรอกด้วยความสะใจ

“อยากกินเองนี่ ก็ทนเอาหน่อยสิ” เสือเพชรพูดพลางยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะยกขันน้ำขึ้นทำท่าจะใส่ให้เอื้องจันทร์ ทว่าสุดท้ายเขากลับดื่มมันเสียเอง

“อืมชื่นใจนัก”

เอื้องจันทร์ไอโครกครางตบโต๊ะขอน้ำ ทว่าเสือเพชรกลับเบี่ยงหลบ

เอื้องจันทร์มองค้อนขวับด้วยความขุ่นเคือง ก่อนจะตัดสินใจคว้าถ้วยแกงจืดที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นซดน้ำซุป หวังจะดับไฟที่กำลังลุกโชนในปากให้ทันท่วงที ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาคือความร้อนที่แผดเผายิ่งกว่าเดิม

“หว่า…โอ๊ย! ร้อน ๆ ๆ! ร้อนกว่าเดิมอีก!” เอื้องจันทร์ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด ลิ้นแดง ๆ แลบออกมาห้อยต่องแต่งอย่างไม่น่าดู เสียงร้องโวยวายดังลั่นไปทั่วเรือน

เสือเพชรที่เห็นดังนั้นก็เตรียมจะยื่นขันน้ำให้ แต่ก็ช้าไปเสียแล้ว เมื่อเอื้องจันทร์ที่เผ็ดจนน้ำหูน้ำตาไหล คว้าเอาน้ำในชามล้างมือข้างตัวขึ้นมาดื่มไปหลายอึก

เสือเพชรถึงกับนิ่งอึ้งไป ใบหน้าคมสันแข็งทื่อก่อนจะยิ้ขำออกมา “นั้นน้ำล้างมือ”

“รู้”

“แล้ว”

“ก็มันเผ็ดจะให้ทำไงวะ คุณจะฆ่าฉันหรือไง เกือบตายแล้วเห็นหรือไม่”

“เช่นนั้นก็กินดี ๆ มูมมามก็เป็นเยี่ยงนี้”

เอื้องจันทร์แค่นเสียงเหอะในลำคออย่างไม่พอใจ ทว่ายอมกินดี ๆ ตามที่เสือเพชรบอก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป