บทที่ 12 ช่วยชีวิต 5/1
เมื่อมาถึงบ้านของนางดอกรัก ภาพที่เอื้องจันทร์เห็นคือความวุ่นวายโกลาหล ชาวบ้านจำนวนหนึ่งยืนออกันอยู่หน้าเรือนไม้ใต้ถุนสูง บ้างก็ร้องไห้ บ้างก็พร่ำบ่นถึงเคราะห์กรรม เสียงอื้ออึงดังระงม แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยเหลือนางดอกรักอย่างจริงจัง
“หลีกทางหน่อย!” เอื้องจันทร์ร้องบอกเสียงดัง พร้อมกับแทรกตัวฝ่าวงล้อมชาวบ้านขึ้นบันไดเรือนไป ท่าทางของเขาดูเร่งรีบและเด็ดเดี่ยวผิดจากเมื่อครู่ลิบลับ เสือเพชรและทับมองตามอย่างตกตะลึง
ทันทีที่ชาวบ้านเห็นเอื้องจันทร์ พวกเขาก็พากันร้องโวยวายด้วยความตกใจ บางคนถึงกับทรุดลงนั่งกับพื้น
“ผะ...ผี! ผีแม่เดือน!” เสียงร้องดังระงม
เอื้องจันทร์ชะงักฝีเท้า หันขวับไปมองชาวบ้านด้วยสายตาค้อนขุ่น
“ผีที่ไหน มีตาก็ดูซะบ้าง นี่คน!” เขาบ่นอุบอิบอย่างไม่สบอารมณ์
เอื้องจันทร์เบียดตัวฝ่าฝูงชนเข้าไปในบ้าน ภาพที่เห็นทำเอาเขาถึงกับต้องเบือนหน้าหนี นางดอกรักนอนไม่ได้สติอยู่บนแคร่ไม้สภาพน่าเวทนา ใบหน้าเขียวคล้ำ ริมฝีปากม่วงซีด ดวงตาเบิกโพลงค้างเติ่ง ร่างกายเกร็งกระตุกเป็นระยะ เล็บมือเล็บเท้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำน่าขนลุก
แต่สิ่งที่ทำให้เอื้องจันทร์ตกใจยิ่งกว่าคือภาพของชายคนหนึ่งที่กำลังก้มหน้าก้มตาดูดอะไรบางอย่างอยู่ใต้หว่างขาของนางดอกรัก!
“ทำอะไรน่ะ!!” เอื้องจันทร์ถามเสียงดัง
“ข้า...ข้ากำลังดูดพิษออกจากแผล” ชายคนนั้นตอบด้วยน้ำเสียงอู้อี้
“ดูดพิษ! บ้าไปแล้วรึไง! รู้ไหมว่ามันอันตรายแค่ไหน!” เอื้องจันทร์ตวาดกลับเสียงดัง “แล้วทำไมถึงต้องดูดตรงนั้น!”
“งูมันกัดตรงนั้นใต้หว่างขา ข้าไม่รู้จะทำยังไงแล้ว” ชายคนนั้นตอบด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง “ใคร ๆ ก็บอกว่าถ้าไม่ดูดพิษออก เมียข้าต้องตายแน่ ๆ”
เอื้องจันทร์มองภาพตรงหน้าด้วยความเวทนาและหดหู่ เขาเข้าใจดีว่าชาวบ้านเหล่านี้จนปัญญา พวกเขาเชื่อในไสยศาสตร์และหมอผีมากกว่าวิทยาศาสตร์และการแพทย์สมัยใหม่ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่อาจปล่อยให้หญิงคนนี้ต้องตายไปต่อหน้าต่อตาได้
“พอแล้ว! หยุดดูดพิษได้แล้ว เดี๋ยวคุณก็จะตายตามเมียไปอีกคน” เอื้องจันทร์ตะโกนบอกชายคนนั้น ก่อนจะหันไปสั่งชาวบ้านคนอื่น ๆ “พวกคุณ ช่วยไปหาน้ำสะอาดมาให้ฉันที แล้วก็ผ้าสะอาดด้วย เร็วเข้า!”
ชาวบ้านที่ได้สติจากเสียงตะโกนของเอื้องจันทร์ก็รีบวิ่งวุ่นวายไปหาน้ำและผ้าตามคำสั่ง ส่วนเอื้องจันทร์ก็ทรุดตัวลงข้างแคร่ จับชีพจรของนางดอกรักอย่างรวดเร็ว
“ชีพจรอ่อนมากต้องรีบช่วย!” เอื้องจันทร์พึมพำกับตัวเอง ก่อนจะเริ่มลงมือรักษาด้วยวิธีของตนเอง
ในขณะเดียวกัน ร่างสูงใหญ่กำยำของเสือไกรยืนเด่นสง่าอยู่ท่ามกลางฝูงชนชาวบ้านที่เบียดเสียดกันอยู่หน้าประตูเรือน สายตาคมกริบของเขากวาดมองไปทั่วบริเวณ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของเอื้องจันทร์ที่กำลังประคองนางดอกรักอยู่บนแคร่
เสือไกรเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง เมื่อเห็นร่างนั้นสวมเสื้อผ้าของเดือน...เสื้อผ้าที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี รูปร่างหน้าตาที่คล้ายคลึงกันอย่างน่าประหลาด ทำให้หัวใจของเสือไกรเต้นรัวอย่างควบคุมไม่ได้
“เอ็งรักษาเมียข้าได้รึ” ชายคนนั้นเอ่ยถามเสียงสั่นขณะพยายามจับมือเมียของตนเอาไว้
“ได้ไม่ได้ก็ลองดูก่อน” เอื้องจันทร์ตอบก่อนจะมองดูบาดแผลของนางดอกรักอย่างพินิจ ทว่าเมื่อจะทำการรักษากลับมีเสียงของชาวบ้านตะโกนขัดขึ้นมาดังถึงบนเรือน
“หยุดนะ! อ้ายคนไม่รู้หัวนอนปลายเท้า! มิใช่หมอมิใช่หยา ก็บังอาจมาทำเป็นหมอรักษา!” เสียงชาวบ้านคนหนึ่งตวาดลั่น ขวางทางเอื้องจันทร์ที่กำลังจะเข้าไปช่วยนางดอกรัก สายตาหลายคู่จ้องมองมาด้วยความเคลือบแคลงสงสัย ราวกับเขากำลังนำพาความซวยมาสู่หมู่บ้าน
“คนทั้งคน มิใช่ผีสาง! พวกคุณจะรุมฆ่าคนเป็น ๆ ด้วยเหตุอันใด!” เอื้องจันทร์โต้กลับเสียงแข็ง ดวงตาเป็นประกาย
“พิจารณาอาการนางให้ดี! ปลายลิ้นเขียวคล้ำ นั่นบ่งบอกว่าพิษแล่นเข้าโลหิตแล้ว หากปล่อยไว้นาน มีหวังได้ตายจริง ๆ แน่!”
เสียงโต้เถียงดังระงม ชาวบ้านต่างไม่ยินยอมให้อ้ายหนุ่มหน้าแปลกผู้นี้เข้าใกล้ “แล้วเอ็งมันเป็นใครมาจากไหนกัน พวกข้าไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน อยู่ ๆ ก็โผล่มา! แถมหน้าตายังเหมือน....” ป้าแก่คนหนึ่งตวาดเสียงเขียว
“ใช่ ๆ ถึงอ้ายหนุ่มเหมือนกับนาง แต่หาใช่พ่อเพชรจะเลอะเลือนจนไม่รู้จักผิดชอบนะ พ่อเสือเพชรไปเอามาจากไหนก็ไม่รู้! อย่าริอ่านมายุ่งกับคนของเรา หากมันทำอีดอกรักตายขึ้นมาจะทำอย่างไร”
เอื้องจันทร์กัดฟันกรอด พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ มองไปยังนางดอกรักที่อาการทรุดลงทุกที เขาไม่มีเวลามาต่อล้อต่อเถียงกับคนพวกนี้แล้ว
“พิษของงูร้ายจำพวกนี้ มันทำลายประสาท ต้องรีบสกัดพิษ ก่อนที่ทุกสิ่งจะสายเกินแก้” เอื้องจันทร์ตะโกนแข่งกับเสียงขับไล่ “ดูจากบาดแผล มีรอยเขี้ยวสองรอย บวมแดงรอบ ๆ นั่นแสดงว่าเป็นงูร้าย ต้องใช้สมุนไพรที่มีฤทธิ์ถอนพิษ”
สุรเสียงของเอื้องจันทร์หนักแน่น ถ้อยคำแม่นยำ จนกระทั่งเสือคำที่ยืนมองอยู่เงียบ ๆ ต้องขมวดคิ้วมุ่น ด้วยว่าเขาก็พอมีความรู้เรื่องพิษงูอยู่บ้าง และสิ่งที่เอื้องจันทร์กล่าวมานั้น ถูกต้องตามตำรา
“ทุกคนเงียบเสีย!” เสือคำตวาดเสียงดัง ทำให้เสียงโต้เถียงค่อย ๆ เงียบลง “พ่อเพชรเห็นสมควรเช่นไร ก็จงฟังมัน”
ชาวบ้านทั้งหลายได้ยินดังนั้นก็มิกล้าขัดขืน ด้วยเกรงบารมีของเสือคำ ผู้เป็นหัวหน้าชุมโจรแห่งนี้ เสือเพชรลูกชายก็มีศักดิ์ฐานะมิได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
“เอ็งต้องการอะไร” เสือเพชรเอ่ยถามเสียงเข้ม
“เสลดพังพอนทั้งใบและก้านหรือรางจืดก็ได้ แต่ต้องเป็นใบ แล้วก็ครกหินกับเหล้าโรง” เอื้องจันทร์ตอบกลับทันที
เสือเพชรหันไปสั่งทับด้วยเสียงเด็ดขาด “อ้ายทับ! ไปเอามาให้มันเร็วไว”
ทับรีบวิ่งจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เอื้องจันทร์ยืนอยู่ท่ามกลางสายตาที่ยังคงเคลือบแคลงสงสัย แต่ก็มิกล้าแสดงออกมากนัก ด้วยเกรงอำนาจของเสือเพชร
กระนั้นคำพูดที่ฉะฉาน ถ้อยคำวินิจฉัยอาการที่ชัดถ้อยชัดคำของเอื้องจันทร์ สร้างความประหลาดใจให้แก่เสือคำและเสือเพชรเป็นอย่างยิ่ง ทั้งสองมิคาดคิดว่าชายหนุ่มที่ถูกคุมขังไว้ในเรือน จะมีความรู้ความสามารถในเชิงแพทย์แผนโบราณได้ถึงเพียงนี้ ยิ่งเมื่อได้เห็นท่าทางคล่องแคล่วว่องไว และการรักษาที่กระฉับกระเฉงของเอื้องจันทร์ ทุกคนในที่นั้นก็ยิ่งรู้สึกประหลาดใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือเสือเพชร
