บทที่ 5 เชลย 2/2

ค่ำลงแสงตะวันรอนแรมลาลับขอบฟ้า รถจี๊ปแล่นเข้าสู่เขตเรือนของเสือเพชร เรือนไม้หลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่กลางสวนผลไม้ที่ส่งกลิ่นหอมหวานอบอวล บรรยากาศเงียบสงบผิดกับซุ้มเสือคำที่ครึกครื้นจอแจ เอื้องจันทร์ถูกฉุดกระชากลงจากรถอย่างไม่ปราณี เสือเพชรปลดผ้าคลุมท้ายรถออก แสงสุริยาอ่อนแรงสุดท้ายวันสาดส่องร่างที่ถูกพันธนาการไว้ เอื้องจันทร์รู้สึกถึงสายลมเย็นยะเยือกพัดโชยมาสัมผัสผิวกาย เสือเพชรไม่รอช้า อุ้มร่างของเอื้องจันทร์ขึ้นพาดบ่าอย่างไม่ไยดี ราวกับแบกกระสอบข้าวสาร

ภายในเรือน แสงตะเกียงริบหรี่ส่องประกายวูบไหว สร้างเงาพาดผ่านผนังและพื้นไม้ เสือเพชรวางร่างเอื้องจันทร์ลงบนพื้นอย่างแรง ก่อนจะปลดผ้าผูกตาที่บดบังการมองเห็นออก

ภาพที่ปรากฏตรงหน้า ทำให้เสือเพชรราวกับต้องมนต์สะกด ตกอยู่ในห้วงภวังค์แห่งความทรงจำ ใบหน้าหวานล้ำหยาดเยิ้ม ดวงตาคมกลมราวตาเนื้อทราย จมูกโด่งรั้นได้รูป ริมฝีปากอิ่มแดงระเรื่อดุจผลเชอร์รี่ ช่างละม้ายคล้ายกับคนรักที่จากไปไม่มีวันกลับคืน

ความทรงจำเก่า ๆ หลั่งไหลเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว ความรักอันแสนหวาน ความคิดถึงที่กัดกินหัวใจ ความโกรธแค้นที่ฝังลึกในจิตใจ ประดังประเดเข้ามาพร้อม ๆ กัน แววตาของเสือเพชรสั่นระริก ราวกับคนตกอยู่ในห้วงภวังค์แห่งความเศร้าโศก

“หิวน้ำ...” เสียงแหบแห้งของเอื้องจันทร์ดังขึ้น ขัดจังหวะความคิดที่กำลังไหลบ่า เสือเพชรหลุดจากภวังค์ ดวงตาคมกริบกลับมาแข็งกร้าวราวกับคมมีด

“ประเดี๋ยวข้าไปตักมาให้” เสือเพชรตอบเสียงเรียบเฉย เดินไปยังตุ่มน้ำดินเผาเคลือบมันที่วางอยู่ไม่ไกลนัก

ชั่ววินาทีที่ร่างสูงห่างออก เอื้องจันทร์รวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย พุ่งทะยานข้ามธรณีประตู วิ่งออกไปจากเรือนอย่างสุดชีวิต เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เสือเพชรหันขวับมามอง ดวงตาคมกริบราวเหยี่ยวร้ายจับจ้องร่างที่กำลังหนีอย่างไม่ละสายตา เท้าเปลือยเปล่าวิ่งตะกุยไปบนพื้นดินที่ขรุขระ

เสือเพชรไม่คิดจะเอ่ยสิง่ใด นิลกาฬหนุ่มก้าวขายาว ๆ ตามไปอย่างไม่เร่งรีบ ท่ามกลางสายตาของเหล่าคนงานที่มองตามอย่างงุนงงสงสัย

“จะไปไหนรึ” เสือเพชรกระชากร่างของเอื้องจันทร์เข้ามาใกล้ด้วยแรงมหาศาล

เอื้องจันทร์พยายามดิ้นรนขัดขืนอย่างสุดกำลัง แต่แรงของเขาน้อยนิดนัก สู้แรงของเสือเพชรไม่ได้เลย

“ปล่อย! ไอ้โจรหน้าชั่ว! ไอ้เวรตะไล!” เอื้องจันทร์ร้องตะโกนเสียงดัง จนหัวฟัดหัวเหวี่ยง

“ถ้าเอ็งไม่อยากเจ็บตัวก็อยู่เฉย ๆ ซะ” เสือเพชรขู่ด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

“ไม่! บอกว่าให้ปล่อยไม่ได้ยินรึไงวะ! ปล่อย! กูไม่อยากอยู่กับพวกโจรอย่างมึง! ถ้าอยากฆ่าก็ฆ่าเลย! จะได้จบ ๆ เรื่อง! จะมาลีลาทำไม!” เขาโพล่งตวาดด้วยความกร้าวกระด้าง ทั้งที่ในใจหวาดหวั่นจนรู้สึกได้ถึงเหงื่อเย็นซึมแผ่นหลัง เอื้องจันทร์รู้ดีว่าตนที่เป็นโกเมน หากโดนเสือร้ายจับมาเช่นนี้ก็ไม่แคล้วจะโดนย่ำยีศักดิ์ศรีเป็นแน่

ถึงเสือร้ายตรงหน้า หน้าตาจะไม่ได้เลวร้ายกระไร ออกจะเป็นบุรุษรูปงามเสียด้วยซ้ำ หากแต่โจรอย่างไรมันก็ขึ้นชื่อว่าเป็นโจรอยู่วันยังค่ำ... เขาไม่อยากตกเป็นเมียโจรหรอกนะ

เสือเพชรไม่ตอบโต้ เขาอุ้มเอื้องจันทร์พาดบ่า เดินกลับเรือนไปอย่างไม่สนใจเสียงร้องโวยวาย และแรงดิ้นของเอื้องจันทร์แม้แต่น้อย ราวกับว่าแบกเพียงตุ๊กตาตัวหนึ่งเท่านั้น

เสือเพชรอุ้มร่างของเอื้องจันทร์กลับเข้ามาในเรือนอย่างไม่ใยดี โยนร่างนั้นลงบนพื้นอย่างแรงจนเอื้องจันทร์จุกเสียด

“โอ๊ยเบา ๆ สิมันเจ็บนะ!” ร่างกายที่ถูกมัดมือไว้ทำให้ล้มลงอย่างทุลักทุเล ไร้ซึ่งอิสระที่จะปกป้องตัวเอง

“จะจับกูไปทำห่าอะไร จับไปก็รกคุกเปล่า ๆ กูมันลูกกำพร้า ไม่มีใครมาไถ่ตัวกูหรอก เลี้ยงไปก็เปลืองข้าวสุก ปล่อยกูไปเถอะ กูสัญญาว่าจะไม่ปากโป้ง จะไม่บอกใครทั้งนั้น สาบานให้ฟ้าผ่าตายห่าตรงนี้เลย!”

เขาไม่ได้อยากตกเป็นเมียโจรเสียหน่อย แค่ขอติดสอยห้อยตามขบวนของเจ้าสัวเล้งเพื่อไปยังบ้านญาติที่อยู่สุพรรณ ไม่คิดว่าระหว่างทางจะเจอโจรร้ายเสียได้ ทำไมถึงได้ซวยบรรลัยขนาดนี้กัน

เสือสีหนาทยังคงเงียบงัน ดวงตาคมดั่งเหล็กกล้าจ้องมองเขาอย่างอ่านไม่ออกว่าคือโทสะหรือเพียงความนิ่งงันของนักล่า

“นี่! กูพูดด้วยไม่ได้ยินรึไง! ปล่อยกูไป! กูไม่อยากเมียมึง! กูขยะแขยงพวกโจรอย่างมึง!”

“ใครบอกว่าข้าจะเอาเอ็งเป็นเมีย”

“แล้วจะจับกูมาเป็นแม่มึงรึไง!” คำพ่นออกมาอย่างหัวเสีย ดูท่าคนตรงหน้าจะแก่กว่าเขาพอสมควร หากไม่ได้จับมาเป็นเมีย อีกฝ่ายจะจับเขามาทำหอกหักอะไรกัน หรือผีบ้าตัวไหนเข้าสิงมันรึ

“เอ็งนี้มันปากดีนัก อยากตายนักรึ!” เสือเพชรถึงกับพูดไม่ออก ไม่คิดว่าใบหน้าสวย ๆ นั้นจะพ่นวาจาไม่รู้ความออกมาเช่นนั้นออกมา เห็นทีอ้ายเชลยคนนี้จะพยศนัก

“นี่! ถ้าไม่ได้อยากได้กูเป็นเมีย ก็ปล่อย! กูแค่อยากไปหาญาติ ไม่ได้อยากยุ่งเรื่องของพวกมึง มีปัญญาจริงก็ไปจัดการเจ้าสัวเล้งเองสิ! มาจับกูทำไม!”

“หุบปากของเอ็งซะ! จำใส่กะโหลกหนา ๆ ของเอ็งไว้ด้วยว่าต่อจากนี้เอ็งคือเชลยของข้า ถ้าคิดหนีอีก รับรองว่าข้าจะไม่ใจดีเหมือนครานี้แน่”

“เชลยรึ! มึงมันบ้าไปแล้วหรือไง! บ้านเมืองมีกฎหมาย จับคนมากักขังหน่วงเหนี่ยวแบบนี้ ไม่กลัวคุกกลัวตะรางบ้างหรือไง!”

“ข้าเป็นโจร ไยต้องกลัว”

เมื่อเห็นว่าเสือเพชรไม่มีทีท่าว่าจะใจอ่อน เอื้องจันทร์ก็ยิ่งโวยวายและอ้อนวอนอย่างไม่ลดละ เสือเพชรเริ่มแสดงอาการรำคาญ เขาถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง ก่อนจะเดินไปหยิบผ้าผืนหนามาอุดปากเอื้องจันทร์ ปิดบังเสียงร้องขอชีวิตนั้นเสีย

“อื้อ! อื้อ!” เอื้องจันทร์พยายามดิ้นรนขัดขืน แต่ก็ไร้ประโยชน์ เสือเพชรใช้ผ้าอีกผืนปิดตาเขา มัดปมแน่นหนาจนมองไม่เห็นสิ่งใด จากนั้นก็ใช้เชือกมัดมือและเท้าของเอื้องจันทร์ไว้ดังเดิม

“อยู่นิ่ง ๆ ซะ ถ้าไม่อยากเจ็บตัว” เสือเพชรขู่เสียงต่ำ

เอื้องจันทร์ได้แต่กัดฟันกรอด กล้ำกลืนความโกรธแค้นและความสิ้นหวัง เขารู้ดีว่าตนเองไม่มีทางสู้เสือร้ายอย่างเพชรได้เลย

“แล้วจำเอาไว้ หากวันใดมึงคิดหนี ไอ้อีหน้าไหนที่ช่วยมึงกูเอาตาย” เสียงทุ้มต่ำคำรามลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบจ้องมองมาอย่างอำมหิต แววตานั้นบอกชัดว่าเขาไม่ได้พูดเล่น

หลังจากจัดการเอื้องจันทร์จนหมดฤทธิ์ เสือเพชรก็เดินกลับเข้าห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขาตรงไปยังตู้เสื้อผ้าเก่าแก่ เปิดมันออก ภายในตู้ไม่ได้มีเพียงเสื้อผ้า หากแต่ยังมีลิ้นชักลับซ่อนอยู่ เมื่อเปิดออกก็พบกับกรอบรูปและเสื้อผ้าพับไว้อย่างดี

เสือเพชรหยิบกรอบรูปนั้นขึ้นมา ดวงตาคมกริบจ้องมองภาพในกรอบอย่างไม่วางตา ภาพนั้นเป็นรูปของหญิงสาวใบหน้างดงาม ผิวขาวผ่อง ดวงตากลมโตเป็นประกาย ริมฝีปากอิ่มเอิบแย้มยิ้มหวานละไม เธอสวมชุดผ้าไหมสีหวาน ผมยาวสลวยถูกประดับด้วยดอกไม้ป่า

“แม่เดือน...” เสือเพชรพึมพำชื่อนั้นออกมาแผ่วเบา ราวกับกระซิบกับสายลม

ใบหน้าของหญิงสาวในรูปช่างละม้ายคล้ายคลึงกับเชลยที่ถูกจับมาอย่างน่าประหลาด แต่สิ่งที่แตกต่างคือแววตาและท่าทาง เดือนอ่อนหวาน นุ่มนวล ราวกับผ้าไหมที่ลู่ลม แต่อ้ายเชลยผู้นั้นกลับดูปากจัด สู้คน ดื้อรั้น ราวกับหนามแหลมคม

เสือเพชรลูบไล้ใบหน้าของเดือนในรูปด้วยความรักใคร่และความโหยหา ความทรงจำเก่า ๆ หลั่งไหลเข้ามาในหัว ราวกับสายน้ำที่เชี่ยวกราก แต่แล้วความทรงจำเหล่านั้นก็ถูกแทนที่ด้วยความเจ็บปวดและความโกรธแค้น ใบหน้าของเสือเพชรบิดเบี้ยวด้วยความทุกข์ทรมาน เขาหลับตาลง ปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างเงียบงัน

“ทำไม...ทำไมต้องเป็นแบบนี้ เอ็งทิ้งพี่ไปได้อย่างไร” เขาพึมพำกับตัวเอง “พี่คิดถึงเอ็งเหลือเกินแม่เดือน”

เสือเพชรกำกรอบรูปไว้แน่น ราวกับกลัวว่าภาพในนั้นจะหายไป เขาโอบกอดมันไว้แนบอก ปล่อยให้น้ำตาไหลรินจนชุ่มเสื้อ ในขณะที่เสือเพชรกำลังจมดิ่งอยู่ในห้วงแห่งความเศร้าโศก เอื้องจันทร์ที่ถูกมัดไว้ในห้องด้านนอกก็ยังคงพยายามดิ้นรนและส่งเสียงประท้วงอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ไม่มีใครได้ยิน...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป