บทที่ 8 ไม่อาจแทนที่ 3/3
อรุณเบิกฟ้า แสงสุริยันสีทองสาดส่องลอดบานหน้าต่างไม้ กระทบกับร่างบอบบางที่ขดตัวอยู่บนพื้นเรือน เอื้องจันทร์ค่อย ๆ ปรือตาตื่นขึ้นมา ความรู้สึกปวดเมื่อยตามร่างกายแล่นริ้วเข้ามาทักทาย เมื่อมองรอบกายก็เห็นว่าตนเองยังอยู่บนเรือนของเสือเพชร กระทั่งร่างกายของเขาก็เต็มไปด้วยรอยเปรอะเปื้อนจากดินโคลนและคราบเหงื่อไคล เสื้อผ้าชุดเดิมที่ใส่อยู่ยิ่งยับยู่ยี่จนแทบไม่เหลือชิ้นดี
“ให้ตายสิ” เอื้องจันทร์พึมพำกับตัวเองด้วยความหงุดหงิด เขาลุกขึ้นนั่ง มองสำรวจตัวเองอย่างหมดอาลัยตายอยาก ตั้งแต่ถูกจับตัวมาเมื่อวานซืน เขายังไม่ได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเลยสักครั้ง ยิ่งคิดถึงสภาพตัวเองก็ยิ่งรู้สึกอับอาย
ขณะที่กำลังจมอยู่กับความคิดของตัวเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังขึ้นใกล้เข้ามา เสือเพชรเดินเข้ามาในห้องโถงด้วยท่าทางเคร่งขรึม ในมือถือห่อผ้าสีขาวสะอาดตา
“เอาไปใส่” เสือเพชรเอ่ยเสียงเรียบ ยื่นห่อผ้ามาให้
เอื้องจันทร์ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เขารับห่อผ้ามาอย่างงง ๆ แล้วค่อย ๆ คลี่มันออก ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เขาชะงักงัน เสื้อผ้าที่อยู่ในห่อเป็นชุดของผู้หญิง มีทั้งเสื้อลูกไม้แขนตุ๊กตาสีหวาน และผ้าซิ่นลายดอกสีชมพูอ่อน
“นี่มันอะไร” เอื้องจันทร์เงยหน้าถามด้วยความฉงนสนเท่ห์
เสือเพชรไม่ได้ตอบคำถาม เพียงแค่ยืนกอดอกพิงเสาเรือน มองเอื้องจันทร์ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ราวกับกำลังชั่งใจบางสิ่งอยู่ภายในใจ เขาหวงแหนเสื้อผ้าของเดือนเหลือเกิน เสื้อผ้าที่เขารักและทะนุถนอมราวกับเป็นตัวแทนของเธอ การจะปล่อยให้ใครสวมใส่มันจึงช่างยากเย็นเสียเหลือเกิน แต่เมื่อสายตาของเขาพบกับใบหน้าหวานของเอื้องจันทร์ เสียงหัวใจของเขาก็พลันเต้นรัว ราวกับเตือนว่าถ้าเอื้องจันทร์สวมเสื้อผ้าเหล่านี้ บางทีเขาอาจได้เห็นเดือนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
“นี่มันเสื้อผ้าของใคร” เอื้องจันทร์ถามย้ำด้วยน้ำเสียงที่เริ่มแข็งกร้าวขึ้น
เสือเพชรหลบสายตาลงเล็กน้อย “จะของใครเอ็งก็ใส่ ๆ ไปเถอะ อย่าเรื่องมากนัก” เขาตอบปัด ๆ อย่างไม่ต้องการให้เอื้องจันทร์รู้ที่มาของเสื้อผ้าเหล่านั้น
เอื้องจันทร์เป็นคนฉลาด เขาเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวต่าง ๆ ในหัว บ้านหลังนี้ไม่มีร่องรอยของผู้หญิงอาศัยอยู่เลย แล้วเสือเพชรไปเอาเสื้อผ้าเหล่านี้มาจากไหน อีกอย่างตัวเขาเองเป็นผู้ชาย จะให้ใส่เสื้อผ้าผู้หญิงได้อย่างไร
“ฉันไม่ใส่!” เอื้องจันทร์ปฏิเสธเสียงแข็งอย่างไม่ลังเล “ฉันเป็นผู้ชาย จะให้ใส่เสื้อผ้าผู้หญิงได้ยังไง”
“ก็เอ็งหน้าหวานเหมือนผู้หญิงนี่หว่า ใส่ ๆ ไปก็ไม่เห็นเป็นไร” เสือเพชรตอบอย่างไม่ใส่ใจ พยายามกลบเกลื่อนความกระอักกระอ่วนในใจ
“นี่คุณ!” เอื้องจันทร์เริ่มฉุนเฉียว “อย่ามาพูดจาไร้สาระนะ ฉันไม่ตลกด้วย”
“อยากใส่หรือไม่ใส่ก็เรื่องของเอ็ง” เสือเพชรเริ่มหมดความอดทน “แต่ถ้ายังอยากอยู่ที่นี่ ก็อย่าเรื่องมาก”
“งั้นก็เอาไปใส่เองสิวะ ผ้าซิ่นผู้หญิงใครมันจะวิปริตให้ชายใส่กันเล่า ถึงฉันจะเป็นโกเมนฉันก็มีศักดิ์ศรีไม่ต่างจากนิลกาฬอย่างคุณหรอก!” เอื้องจันทร์ตวาดใส่หน้าเสือเพชรด้วยความโกรธ เขาขยำเสื้อผ้าในมืออย่างแรง แล้วโยนมันทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดี
ดวงตาของเสือเพชรแดงก่ำด้วยความโกรธ เขาจ้องมองเอื้องจันทร์อย่างดุดัน
“เอ็ง!” เสือเพชรคำรามเสียงต่ำ
“ทำไม จะทำอะไรฉันล่ะ” เอื้องจันทร์เงยหน้าขึ้น ดวงตาเปล่งประกายความท้าทาย “พวกโจรอย่างคุณก็มีดีแค่ใช้กำลังข่มเหงผู้อื่น เอาเลยสิ ถ้าอยากให้ฉันใส่นัก ก็ทำให้ดูสิ!”
เสือเพชรสูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามระงับความโกรธในใจ เขาเดินตรงเข้าไปหาเอื้องจันทร์อย่างรวดเร็ว คว้าตัวเอื้องจันทร์ไว้แน่น พยายามกระชากเสื้อผ้าที่เอื้องจันทร์ใส่อยู่ออก
“ปล่อยนะ! ไอ้คนบ้า! อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!” เอื้องจันทร์ดิ้นรนขัดขืนอย่างสุดกำลัง เขาพยายามแกะมือของเสือเพชรออก แต่ก็ไม่เป็นผล
“เงียบปาก แล้วใส่ ๆ ไปซะ” เสือเพชรขู่เสียงเข้ม
“ไม่! ยังไงฉันก็ไม่ใส่! คุณไม่มีสิทธิ์มาบังคับฉัน!” เอื้องจันทร์ตะโกนลั่นบ้าน
ในที่สุดเสือเพชรก็หมดความอดทน เขาปล่อยตัวเอื้องจันทร์เป็นอิสระ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาที่แฝงไปด้วยความผิดหวัง
“ดี! อยากทำอะไรก็ทำ อยากใส่อะไรก็ใส่ ต่อไปนี้ข้าจะไม่ยุ่งกับเอ็งแล้ว”
พูดจบเสือเพชรก็หมุนตัวเดินลงจากเรือนไปด้วยสีหน้าบึ้งตึง ทิ้งให้เอื้องจันทร์ยืนตัวสั่นเทาอยู่คนเดียว ความรู้สึกหลากหลายถาโถมเข้ามาในจิตใจ
เอื้องจันทร์มองตามแผ่นหลังของเสือเพชรที่เดินห่างออกไป ความรู้สึกผิดเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ เขาอาจจะใจร้อนเกินไปหรือเปล่า แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่มีวันยอมใส่เสื้อผ้าของผู้หญิงเด็ดขาด!
“วิปลาสไปแล้วหรือกระไร!” เอื้องจันทร์บ่นอุบอิบ พลางยกมือดึงเสื้อผ้าที่เสือเพชรฉีกจนขาดเข้าที่อย่างระมัดระวัง ปัด ๆ ให้เรียบร้อยก่อนจะติดกระดุมที่เหลือเพียงไม่กี่เม็ดจนเข้ารูปอีกครั้ง ดวงตาเต็มไปด้วยความรำคาญ แต่แววตานั้นก็ฉายความเด็ดเดี่ยวของคนไม่ยอมใคร
