บทที่ 12 กลิ่นจันทร์กระพ้อ 5/1
แสงจันทร์สีเงินแผ่ปกคลุมทั่วป่า ความเงียบสงัดปกคลุมไปทั่ว ภายในเรือนไม้หลังใหญ่ เสือไพรนั่งสมาธิอยู่หน้าโต๊ะหมู่บูชา ท่าทางสงบนิ่งราวกับรูปปั้น ขณะที่ลมเย็นพัดผ่านใบหน้าคมเข้ม พัดพาเอาความร้อนรุ่มในกายให้คลายลงบ้าง ดวงตาคมกริบปิดสนิท คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยราวกับกำลังจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
เวลาผ่านไปชั่วระยะหนึ่งเสือไพรค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาคมกริบส่องประกาย นึกย้อนไปตอนที่ตนได้เจอกับกำนันเดชครั้งแรก แต่สิ่งที่เสือไพรจำได้ดี คือเงาดำมืดที่ตามกำนันเดชมา มันทำให้เขาสงสัยว่ากำนันเดชอาจจะถูกมนตร์ดำเข้าครอบงำ แต่เขาก็ไม่แน่ใจ ไม่รู้แน่ชัดถึงต้นสายปลายเหตุของมนตร์ดำที่ดูแข็งแกร่งนั้น แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นมันก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเขา เขาเองก็มีขอบเขตว่าจะไม่เข้าไปก้าวก่ายเรื่องของผู้อื่น โดยเฉพาะเรื่องที่อาจจะนำมาซึ่งอันตรายและความยุ่งยาก
เสือไพรถอนหายใจ ความสงสัยยังคงวนเวียนอยู่ในหัว แต่เขาก็ตัดสินใจที่จะปล่อยวาง ปล่อยให้เรื่องราวของกำนันเดชเป็นไปตามวิถีของมัน เขาจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว เว้นเสียแต่ว่าเงาดำนั้นจะมาเกี่ยวข้องกับเขาหรือคนในชุมโจรของเขา ถึงตอนนั้น เขาจะไม่ลังเลที่จะจัดการ
ดวงตาคมกริบของเสือไพรปิดลงอีกครั้ง ความเงียบสงัดกลับเข้ามาปกคลุมภายในใจ กระนั้นความสงสัยและความระแวดระวังยังคงอยู่
เช้าวันต่อมา
ละอองหมอกบางเบาคลุมยอดเขาไกลลิบ แสงตะวันสีทองอ่อนค่อย ๆ แทรกซึมผ่านม่านหมอก ทาบทาสีส้มอ่อน ๆ บนยอดไม้ สร้างบรรยากาศเงียบสงบแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่น ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ชาวบ้านเริ่มทยอยออกมาทำกิจวัตรประจำวัน
ครองขวัญเดินถือกระจาดออกไปเก็บผักตรงริมรั้วข้างเรือนเพื่อจะทำกับข้าวให้เสือไพรกินดั่งเช่นทุกวัน มือเรียวบางประคองกระจาดสานอย่างทะนุถนอม ภายในบรรจุด้วยผักสด ๆ ที่เขาเพิ่งเก็บเกี่ยวมา มีทั้งฟักเขียวอวบน้ำและบวบเหลืองสดใส
“ทำอะไรอยู่หรือครูขวัญ” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นครองขวัญเงยหน้าขึ้นพบกับเสือเหมที่แวะมาหาเสือไพรพอดี
“ขวัญไหว้จ้ะเสือเหม ขวัญกำลังเก็บผักไปทำกับข้าวจ้ะ” ครองขวัญโค้งศีรษะเล็กน้อยพลางเก็บผักที่เหลือใส่กระจาด
เสือเหมเดินเข้ามาใกล้ สายตาคมกริบของเขาเหลือบมองไปที่ผักในกระจาด โดยเฉพาะฟักและบวบ
“อย่าเอาฟักกับบวบไปให้เสือไพรมันกินเชียว” เสือเหมพูดขึ้นเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความจริงจัง
ครองขวัญชะงักความประหลาดใจปรากฏบนใบหน้า “ทำไมหรือจ๊ะ” เขาถามด้วยความสงสัย ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงห้าม
เสือเหมถอนหายใจ “เสือไพรมันเล่นของ มันมีข้อห้ามหลายอย่าง โดยเฉพาะฟักกับบวบ มันเป็นของต้องห้าม ถ้ามันกินเข้าไป มันจะเกิดอาการแปลก ๆ อาจถึงขั้นเสียสติได้”
ครองขวัญตาโตความเข้าใจผุดขึ้นมาในหัว เขาถึงบางอ้อกับพฤติกรรมแปลก ๆ ของเสือไพรที่มักจะเตะสำรับกับข้าวตัวเองทิ้ง ทุกครั้งที่เขานำสำรับอาหารที่มีฟักหรือบวบไปให้อีกฝ่ายกิน
ครองขวัญขมวดคิ้วแน่น ความอดทนที่สะสมมานานระเบิดออกมาในพริบตา มือบางที่เคยประคองกระจาดอย่างทะนุถนอม ตอนนี้กลับเหวี่ยงกระจาดใบเล็กทิ้งลงกับพื้นอย่างแรง ฟักและบวบกระจายเกลื่อนกลาด
ไม่รอช้าครองขวัญตรงดิ่งไปยังต้นฟักและต้นบวบ มือ กำแน่นดึงราก กระชากเถาถอนต้นฟักและบวบออกจากดินอย่างไม่ไยดี รากดินติดมาเป็นกระจุก
“ไอ้เสือไพรบ้า! ปากมีไม่รู้จักพูด ไม่รู้จะอมอะไรอยู่ ถ้าใจดีอย่างเสือเหมบอกขวัญซะบ้าง ขวัญจะได้ไม่ต้องมาเหนื่อย ไม่ต้องมาเสียเวลาทำกับข้าวให้ ไม่ต้องมาโมโห มาประสาทที่เห็นไอ้เสือบ้าทำท่ารังเกียจกับข้าวทุกวัน! โธ่เอ๊ย!” ครองขวัญบ่นอุบอิบ พลางหอบฟักและบวบเดินไปโยนทิ้งไว้ไกล ๆ นอกรั้วบ้าน แรงโยนทำให้ฟักและบวบกระเด็นไปตกอยู่ข้างกองขยะ
เสือเหมยิ้มขำกับเสียงบ่นนั้นของครองขวัญ ก่อนจะเอ่ยออกมา “ไอ้เสือไพรมันก็เป็นแบบนี้แหละ ปากมันหนัก”
บนเรือนไม้หลังใหญ่เสือไพรยืนอยู่บนชานบ้านมองลงมาเห็นเสือเหมกับครองขวัญคุยกันอย่างสนิทสนม ริมฝีปากบางเม้มแน่น ดวงตาสีรัตติกาลฉายแววไม่พอใจ เขาตะโกนเสียงดังลั่น
“ครองขวัญ! ขึ้นมาบนเรือนเดี๋ยวนี้!”
ครองขวัญสะดุ้งหันไปมองเสือไพรบนเรือนก่อนจะกระซิบกับเสือเหม “เพื่อนเสือเหมนี่เป็นประสาทแบบนี้ทุกวันเหรอจ๊ะ น่ารำคาญจริง ๆ”
เสือเหมหัวเราะเบา ๆ “มันเป็นแบบนี้แหละ อย่าไปใส่ใจมันมากนักเลย”
ครองขวัญบ่นอุบอิบ “ก็มันน่าโมโหหนิจ๊ะ ทำอะไรก็ไม่เคยคิดถึงคนอื่นบ้างเลย เอาแต่ใจตัวเอง ถ้าไม่ติดว่าขวัญเป็นห่วงพ่อ ป่านนี้ขวัญหนีเขาไปนานแล้ว”
เสือเหมยิ้มกว้าง เอ็นดูความกล้าของครองขวัญ เขาไม่เคยเห็นใครกล้าด่าเสือไพรได้ขนาดนี้มาก่อน ปกติใคร ๆ ก็จะเกรงใจเสือไพร เพราะความน่าเกรงขามแต่ครองขวัญกลับกล้าด่าได้อย่างไม่เกรงกลัว
“ขึ้นไปเถอะ เดี๋ยวมันจะดุเอาอีก” เสือเหมพูดพลางลูบหัวครองขวัญเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู
ครองขวัญทำหน้าบึ้ง แต่ก็เดินขึ้นไปบนเรือน ทิ้งให้เสือเหมยืนยิ้มอยู่ข้างล่าง ความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลายแผ่ซ่านไปทั่ว เขาชอบความสดใสและความกล้าของครองขวัญ มันทำให้เขารู้สึกสนุกและมีความสุขทุกครั้งที่ได้พบเจอ เสือเหมรู้สึกว่า ครองขวัญเป็นเหมือนน้องชายที่แสนซนแต่ก็แสนน่ารัก ดูท่าแล้วคนคนนี้จะทำให้ชีวิตเพื่อนสนิทเขาไม่น่าเบื่ออีกต่อไป
