บทที่ 14 กลิ่นจันทร์กระพ้อ 5/3

ครั้นพอตกกลางคืนมวลเมฆอึมครึมก่อตัวเป็นท้องฟ้าหม่นแสง เสียงฟ้าแลบฟ้าลั่นดังระงมไปทั่วทั้งพื้นป่า ต้นไม้ใบหญ้าเอนไหวลู่ลม ขณะที่ครองขวัญสั่นเทาด้วยความหนาวเย็น ร่างกายเปียกชื้นจากละอองฝนที่ซึมผ่านมุ้งบาง ๆ

ทว่าอาการหนาวสั่นนี้ไม่ได้เกิดจากอากาศเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะฤดูรัญจวนที่เข้าจู่โจมอย่างปัจจุบันทันด่วน ร่างผิวขาวเหงื่อไหลท่วมกาย ร่างกายของเขาเริ่มร้อนผ่าว ก้อนในอกเต้นระรัวประหนึ่งจะทะลักออกมาให้เห็น

กลิ่นหอมอ่อน ๆ คล้ายกับดอกจันทน์กะพ้อเริ่มแผ่ขยายออกมาจากร่างกาย กลิ่นหอมยั่วยวนบ่งบอกถึงฤดูรัญจวนของโกเมนที่เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนทะลุผ่านความเหน็บหนาวของสายฝน และแผ่กระจายคละคลุ้งขึ้นไปบนเรือนไม้ที่เสือไพรกำลังนอนอยู่

โกเมนเปรียบดั่งดอกไม้พิษที่ล่อลวงนิลกาฬและเพทายให้ลุ่มหลงในกลิ่นกาย ไร้ซึ่งศักดิ์ศรีเพียงเพราะต้องการเครื่องเพศและกลิ่นของบุรุษมาเติมเต็มความต้องการของตน ในช่วงเวลานี้โกเมนจะสูญเสียการควบคุมตัวเอง ความคิดและการตัดสินใจทุกอย่างถูกควบคุมโดยสัญชาตญาณความต้องการทางเพศที่รุนแรงและความอ่อนแอทางอารมณ์

ครองขวัญกัดริมฝีปากแน่นพยายามอดกลั้นไม่ให้ตนปล่อยกลิ่นรัญจวนยั่วยวนตามที่ปากเสือไพรมันด่าว่าเขา แต่ความร้อนกลับแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความรู้สึกกระวนกระวายและความต้องการที่ไม่อาจอธิบายได้กำลังครอบงำจิตใจ เขาขยับตัวไปมาอย่างกระสับกระส่าย พยายามหาท่าทางที่ทำให้รู้สึกดีขึ้นแต่ก็ไร้ผล

สายฝนกระหน่ำราวกับฟ้าแตก ลมพายุหวีดหวิวปั่นป่วนทั่วป่าใหญ่ เรือนไม้หลังน้อยสั่นหวั่นไหว ภายในมุ้งที่แขวนอยู่บนชานเรือน เสือไพรผู้ยิ่งใหญ่ดิ้นพล่านทุรนทุราย กายาแข็งทื่อ เหงื่อไหลอาบชุ่ม ดวงตาคมดุจเหยี่ยวเบิกกว้างมองไปรอบ ๆ ด้วยความสับสนปนเจ็บปวด

กลิ่นหอมอ่อนหวานคล้ายกลิ่นจันทน์กะพ้อลอยละล่องมาแตะจมูก กลิ่นหอมเย้ายวนของโกเมนที่กำลังอยู่ในฤดูรัญจวนกระตุ้นสัญชาตญาณดิบของเสือไพรอย่างรุนแรง มันมิใช่เพียงความใคร่ธรรมดา แต่เป็นคลื่นใต้น้ำเชี่ยวกราก ความปรารถนาที่แผดเผาที่ครอบงำจิตใจจนยากจะควบคุม

ปัง! ปัง!

มือและเท้าของเสือไพรฟาดฟันพื้นเรือนดังปัง ร่างกายสั่นเทาดุจสิงห์ร้ายถูกความต้องการครอบงำ ความเจ็บปวดและความทรมานปะปนกัน ทำให้เขาครางออกมาแผ่วเบาแต่หนักหน่วงด้วยความทุกข์ทรมาน

ขณะเดียวกันใต้ถุนเรือน ครองขวัญนอนตัวสั่น กายอ่อนแรงเหงื่อชุ่ม กลิ่นหอมเย้ายวนของตนดึงดูดเสือไพร แผ่ขยายไปทั่ว กระตุ้นความปรารถนาของทั้งสองอย่างไม่หยุดยั้ง

เสียงลมคำรามดุจพญามาร สายฝนกระหน่ำหนักหน่วงราวกับฟ้ารั่ว เรือนไม้หลังน้อยสั่นไหวหวั่นไหวดุจเรือใบเล็กกลางมหาสมุทรอันเชี่ยวกราก แต่ละทีที่สายลมพัดโหมกระหน่ำ กลิ่นหอมอ่อนหวานของดอกจันทน์กะพ้อจากกายครองขวัญก็ยิ่งทวีความรุนแรงแผ่ซ่านไปทั่วราวกับคลื่นใต้น้ำ ซึมลึกเข้าไปในหัวใจนิลกาฬหนุ่มที่บัดนี้ร่างกายของเขาเองก็แผ่กลิ่นดินปืนที่รุนแรงออกมาไม่แพ้กัน

ทว่ากลิ่นหอมเย้ายวนชวนให้หลงใหล แต่แฝงไว้ด้วยพิษสงอันร้ายกาจกำลังทำให้นิลกาฬที่อยู่ในอาการสังวาสทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดทรมาน และความปรารถนาอันแผดเผากัดกินจิตใจเสือไพรอย่างสาหัส

เจ้าของกลิ่นดินปืนทุรนทุราย เหงื่อไหลอาบกาย ดวงตาคมดุจเหยี่ยวเบิกโพลงจ้องมองความมืดมิดเบื้องหน้าราวกับกำลังต่อสู้กับปีศาจร้ายที่ครอบงำจิตวิญญาณและความต้องการอันแรงกล้า

แต่แล้วในที่สุดเสือไพรก็ยอมจำนนต่อกลิ่นหอมเย้ายวนอันหาที่สุดมิได้ของครองขวัญ ความต้องการอันแรงกล้าได้กลืนกินความยับยั้งชั่งใจและศักดิ์ศรีของเขาไปหมดสิ้น

เขาลุกขึ้นยืน กายสั่นเทาด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า ร่างสูงเดินลงจากเรือนไปยังมุ้งที่ครองขวัญนอนอยู่ เหมือนถูกผีพรายล่อลวงให้ต้องมนตร์

สายฝนยังคงกระหน่ำ ลมพายุยังคงหวีดหวิวปั่นป่วนทั่วป่าใหญ่แต่ภายในมุ้งเล็ก ๆ ใต้ถุนเรือน ความร้อนระอุของฤทธิ์สังวาสได้ครอบงำทุกสิ่ง เสือไพรนิลกาฬผู้ยิ่งใหญ่ลืมเลือนคำพูดที่เคยกล่าวไว้ ลืมเลือนความเกลียดชัง ลืมเลือนทุกสิ่งทุกอย่าง เหลือเพียงความปรารถนาอันแรงกล้าที่แผดเผาจิตใจ

เสือไพรพุ่งตัวเข้าหาครองขวัญ มือใหญ่คว้าร่างเพรียวของครองขวัญไว้แน่น ความต้องการอันดิบเถื่อน ความปรารถนาที่ไม่อาจควบคุมได้กำลังผลักดันให้เขาทำในสิ่งที่ตนเองเคยสาบานว่าจะไม่ทำมันเด็ดขาด

ด้วยเรี่ยวแรงน้อยนิดที่เหลืออยู่ครองขวัญพยายามดิ้นรนและผลักไสเสือไพรออกไป แต่แรงของนิลกาฬนั้นแข็งแกร่งเกินกว่าที่โกเมนอย่างเขาจะต้านทานไหว ร่างกายถูกกดลงไปบนพื้นไม้ไผ่ ความเจ็บปวดและความหวาดกลัวผสมปนเปกัน หยาดน้ำตาไหลอาบแก้ม แต่เสียงครางครวญของเขาถูกกลบไปด้วยเสียงลมและเสียงฝน

“พ่อเอ็งส่งมาขัดดอกให้ข้าก็ช่วยทำตัวให้สมเป็นนายบำเรอที่ดีหน่อย รีบอ้าขาก่อนที่ข้าจะหมดอารมณ์เพราะหน้าอัปลักษณ์ของเอ็ง” เสือไพรกระซิบข้างหูน้ำเสียงหยาบคาย แต่แฝงไปด้วยความต้องการอันแรงกล้า ดวงตาคมกริบจ้องมองใบหน้าของครองขวัญ ราวกับจะเผาผลาญเขาให้กลายเป็นเถ้าธุลี

“คำก็อัปลักษณ์ สองคำก็อัปลักษณ์ เช่นนั้นคุณก็อย่ามายุ่งเกี่ยวกันสิเสือไพร ขวัญก็อยู่ของขวัญดี ๆ เราต่างคนต่างอยู่มันก็ดีอยู่แล้วหนิ” ครองขวัญตอบกลับไป น้ำเสียงสั่นเครือ ถึงเขาจะเกิดรัญจวนอย่างไร แต่ก็ไม่อาจยอมให้เสือไพรมาข่มเหงตนได้

“คงไม่ได้ เพราะข้าไม่ใช่คนโง่ ที่จะยอมเสียเงินไปเปล่า ๆ” เสือไพรตอบกลับน้ำเสียงแข็งกร้าว แต่ความโกรธแค้นกลับลดลงไปบ้าง เขาเองก็รู้ตัวว่ากำลังทำในสิ่งที่ผิด กำลังทำในสิ่งที่ตนเองเคยสาบานว่าจะไม่ทำแต่ฤทธิ์สังวาสได้ครอบงำเขาไปเสียแล้ว

ความเงียบปกคลุมไปชั่วขณะ เสียงฝนและลมยังคงกระหน่ำแต่ภายในมุ้งเล็ก ๆ ความตึงเครียดกลับเพิ่มทวีขึ้น เสือไพรมองใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาของครองขวัญ ความรู้สึกผิดเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ แต่ความต้องการทางกายภาพยังคงครอบงำเขาอยู่

“เลิกบ่นแล้วอ้าขาให้ข้าสักที”

“เออ จะเอาก็เอา ขวัญไม่มีทางเลือกอยู่แล้วหนิ”

แทนที่จะปล่อยให้ความหวาดกลัวครอบงำ ครองขวัญกลับใช้ความกล้าหาญที่ซ่อนอยู่ภายใน เขาช้อนมือขึ้นดึงรั้งคอของเสือไพรเข้ามาหาตนเองอย่างไม่ลังเล กลีบปากสัมผัสอวัยวะเดียวกัน จนเสือไพรเองก็ตกใจไม่น้อยเช่นกัน

“ทำอะไรของเอ็ง ใครเขาจูบกันแบบนี้ มานี่ข้าจะทำให้ดู”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป