บทที่ 5 ขี้ข้าใต้ถุนเรือน 2/4
สายฝนโปรยปรายลงมาเบา ๆ แต่ท่าทางของเสือไพรกลับดุร้ายราวกับพายุ มือหนาของเขาคว้าแขนครองขวัญแน่น แรงดึงกระชากจนร่างกายสูงใหญ่ของโกเมนแทบจะลอยขึ้น ครองขวัญพยายามดิ้นรน แต่แรงของเสือไพรนั้นมากกว่านัก
มันเหมือนกับถูกหมีควายคว้าเอาตัวไป…
เสือไพรลากครองขวัญไปยังท้ายรถจี๊ป ซึ่งจอดอยู่ไม่ไกลนัก ทว่าพื้นดินที่เปียกชื้นทำให้เท้าของครองขวัญลื่นไถล เขาพยายามทรงตัวแต่ก็เสียหลักล้มลง เข่ากระแทกกับพื้นดินอย่างแรง ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย แต่เสือไพรไม่สนใจเขาเหวี่ยงร่างหนาขึ้นไปบนท้ายรถจี๊ปอย่างรุนแรง จนกระแทกกับพื้นท้ายรถ จนครองขวัญถึงกับร้องซีดด้วยความรู้สึกเจ็บที่แล่นเข้ามา
เสือไพรไม่พูดอะไรเพียงแค่ใช้เชือกผูกมัดมือครองขวัญติดกับโครงเหล็กด้านหลัง เชือกนั้นรัดแน่นจนรู้สึกถึงความเจ็บแสบ ครองขวัญพยายามดิ้นรนแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ แรงของเสือไพรนั้นมากกว่า เขาถูกมัดแน่นเหมือนกับนกที่ถูกขังอยู่ในกรง
ขณะเดียวกันจันทร์ฉายทอดมองการกระทำหยาบกระด้างลงมาจากบนตัวเรือน แสงจันทร์สาดส่องลงมาบนใบหน้าของเธอ เผยให้เห็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่แฝงไว้ด้วยความพึงพอใจ
เสียงเครื่องยนต์คำรามดังสนั่น รถจี๊ปแล่นฝ่าสายฝนที่ตกหนัก พุ่งทะยานไปบนถนนลูกรังที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อ
ทว่าการเดินทางกลับชุมโจรเป็นอะไรที่ทรมานอย่างที่สุด รถจี๊ปกระเด้งกระดอนไปมาบนถนนที่ขรุขระ ร่างกายของครองขวัญถูกเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาอย่างไม่เป็นท่า ฝุ่นดินและโคลนกระเด็นมาปะทะใบหน้า ขณะที่สายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักซัดสาดเข้าหน้าเขาอย่างไม่ลดละ ความหนาวเย็นแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายจนเขาเริ่มสั่นเทา เสื้อผ้าที่เปียกปอนติดอยู่กับตัวทำให้รู้สึกอึดอัดและไม่สบายตัวอย่างมาก
ทุกอย่างดูจะหนักอึ้งไปหมด ความเจ็บปวดจากเชือกที่รัดข้อมือ ความหนาวเย็นที่แทรกซึมเข้ามาในร่างกายและความหวาดกลัวที่ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป มันทำให้ครองขวัญรู้สึกสิ้นหวัง เขาพยายามขยับตัวเพื่อหาท่าทางที่สบายขึ้น แต่ก็ทำได้เพียงเล็กน้อยเพราะเชือกที่มัดไว้นั้นแน่นมาก ทุกการเคลื่อนไหวจึงทำให้รู้สึกเจ็บปวด หยดฝนไหลลงมาปนกับหยาดน้ำตา เขาไม่รู้ว่าจะต้องทนทุกข์ทรมานแบบนี้อีกนานแค่ไหน
กลิ่นดินโคลนปนกับกลิ่นควันฝนเข้ามาในจมูก ครองขวัญสูดหายใจเข้าลึก พยายามปลอบใจตัวเองว่าต้องอดทน ต้องเข้มแข็ง เขาต้องผ่านมันไปให้ได้ แม้ว่าตอนนี้จะรู้สึกท้อแท้และสิ้นหวัง แต่เมื่อคิดถึงใบหน้าของพ่อก็ทำให้เขามีแรงฮึดสู้ เขาจะต้องทำทุกอย่างเพื่อพ่อ แม้ว่ามันจะหมายถึงการต้องทนทุกข์ทรมานและถูกดูถูกเหยียดหยามจากเสือไพรก็ตาม
รถจี๊ปแล่นเข้าสู่ชุมโจร เสียงเครื่องยนต์ค่อย ๆ เบาลงจนเงียบสนิท ครองขวัญยังคงถูกมัดอยู่บนท้ายรถ ร่างกายสั่นเทาด้วยความหนาวเย็นและความเหนื่อยล้า แต่ไม่นานเสือไพรก็ลงจากรถดึงร่างของโกเมนลงมาอย่างแรง
“เบา ๆ หน่อยสิคุณ”
เสือไพรไม่สนใจ เขาใช้มีดปลดเชือกที่มัดมือครองขวัญไว้ ครองขวัญลุกขึ้นยืนร่างกายสั่นเทา เสื้อผ้าเปื้อนโคลนและน้ำฝนดูสกปรกและน่าเวทนา ทว่าเสือไพรกลับมองด้วยสายตาเย็นชา
“ไปอาบน้ำแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ” เสือไพรสั่งเสียงเรียบ
ครองขวัญพยักหน้า กวาดสายตามองไปรอบเรือนใหญ่ก่อนจะเห็นว่าใต้ถุนเรือนมีห้องน้ำอยู่ เขาเดินไปยังห้องน้ำอาบน้ำล้างสิ่งสกปรกและความเหนื่อยล้าออกจากร่างกาย หลังจากอาบน้ำเสร็จ เขาก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดผ้าฝ้ายสีดำที่เสือไพรเตรียมไว้ให้
เสือไพรชี้นิ้วไปที่แคร่ไม้ไผ่ที่ตั้งอยู่ด้านล่างของบ้าน
“ตรงนั้นเป็นที่นอนของเอ็ง นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไปเอ็งเป็นทาสรับใช้ของข้า หน้าที่ของเอ็งคือทำทุกอย่างที่ข้าสั่ง อย่าได้คิดขัดขืน”
“และที่สำคัญอย่าได้ขึ้นไปบนเรือนเด็ดขาดหากข้าไม่ได้สั่ง เพราะข้าไม่อยากเห็นหน้าอัปลักษณ์ของเอ็งให้มันเป็นเสนียดลูกกระตาข้า”
‘คิดเหรอว่าคนอื่นเขาอยากจะเห็นหน้าตัวเอง ไอ้โจรชั่วเฮงซวยเอ๊ย!’ ครองขวัญได้แต่คิดในใจเพราะรู้ดีว่าหากพูดออกไปเรื่องนี้คงไม่จบง่าย ๆ แน่ แต่เขาก็จินตนาการว่าได้ต่อยปากหมา ๆ นั้นไปเรียบร้อยแล้วแหละ ฉะนั้นถือว่าหายกัน
“แค่นี้ใช่ไหม” ครองขวัญย้อนถาม
“...”
“ถ้าแค่นี้ก็เชิญมหาโจรผู้ยิ่งใหญ่อย่างคุณกลับขึ้นไปบนเรือนเถอะ ขวัญจะได้นอนเสียที”
“รู้หน้าที่แล้วก็ดี!” เสียงเหี้ยมเอ่ยขึ้นก่อนจะเดินฟึดฟัดขึ้นเรือนตัวเองไป เสือไพรไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าคนที่ดูท่าทางไม่มีปากมีเสียงภายในบ้านตัวเองขนาดนั้น จะวางท่าอวดดีกับเขาได้ถึงเพียงนี้
คอยดูเถอะเขาจะใช้งานมันเสียให้เข็ด ให้สมกับเงินที่พ่อมันยืมไป!!
