บทที่ 8 พยายาม
จันทร์ฉายนั่งรออยู่หน้าห้องของคุณหมอได้ไม่นานก็ถูกเรียกให้เข้าไปด้านใน เท้าเล็กค่อย ๆ ก้าวไปข้างหน้าอย่างประหม่า เมื่อพบหน้าหมอเจ้าของไข้เจ้าตัวก็รีบกล่าวสวัสดี แล้วเข้าเรื่องที่อยากรู้
“หมอลัลน์คะ คือฉายอยากทราบอาการของเดือนวาด ตอนนี้เป็นยังไงบ้างคะ” ลัลน์ลภัทรนิ่งไปชั่วครู่ เขาสงสารเด็กน้อยที่อยู่ในห้องพักผู้ป่วยจับใจ เพราะอาการของเดือนวาดนั้นรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะอาการปวดหัว คนไข้รายนี้ได้มาอยู่ในความดูแลของเขาสักพักแล้ว ทำให้ได้เห็นว่าทั้งคู่นั้นพยายามที่จะต่อสู้กับโรคนี้ยังไง อยากยื่นมือเข้าไปช่วยในเรื่อง
ค่ารักษา ทว่าก็ทำไม่ได้ ไม่อย่างนั้นคนไข้ทุกคนคงจะแห่มาให้เขาช่วยทั้งหมด แบบนั้นไม่ดีแน่
“ตอนนี้เนื้องอกโตขึ้น ส่งผลให้คุณเดือนวาดจะปวดหัวบ่อยกว่าตอนเอกซเรย์ในรอบก่อนอีกครับ ทางที่ดีหมอว่าจะต้องรีบผ่าตัด เร็วมากเท่าไหร่โอกาสหายขาดมันก็จะมีมากตามไปด้วย” จันทร์ฉายเม้มปากแน่น ตอนนี้เธอมีเงินไม่มากพอขนาดนั้น ค่าผ่าตัดในโรงพยาบาลดี ๆ นั้นราคาหลักล้าน ทว่าเมื่อได้ผ่าแล้วเธอจะต้องมั่นใจว่ามันจะไม่อันตราย เธอยังอยากมีน้องสาวอยู่ในชีวิต ไม่อยากเสียใจหากการรักษาผิดพลาด
“ถ้าเป็นไปได้ หมออยากให้ผ่าตัดไม่เกินเดือนนี้นะครับ หาก
คุณจันทร์ฉายพร้อม สามารถนัดวันกับหมอได้เลย” ใจของเธอเองอยากจะให้น้องผ่าตัดเสียวันนี้ ไม่ชอบที่จะต้องเห็นคนตัวเล็กทรมาน ไม่ชอบความรู้สึกพวกนั้น
“ค่ะ ฉายจะพยายาม”
“คุณไม่สบายหรือเปล่า หน้าซีดนะ ให้หมอตรวจไหม”
“เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะหมอลัลน์ ฉายแค่นอนน้อย” นอนน้อยจริง และรู้ว่าอาการที่เป็นอยู่ ต้นเหตุก็มาจากเขา เจ้านายป้ายแดงที่ตักตวงความสุขจากร่างกายของเธอ
เมื่อคุยกับหมอเจ้าของไข้เสร็จ คนตัวเล็กก็เหม่อลอยคล้ายกับสติไม่อยู่กับตัว เรื่องเงินมันไม่ยอมออกจากหัว ทางเดียวที่จะหาได้มากขนาดนั้นคือการไปหาอคิณทร์เพียงคนเดียว
“อ๊ะ…” การเหม่อลอยของตัวเองสร้างเรื่อง เธอเดินชนใครบางคน จนต้องรีบกล่าวขอโทษอย่างร้อนรน กลัวว่าอีกคนจะเจ็บเพราะความซุ่มซ่าม
“ขอโทษค่ะ ๆ ฉันไม่ได้ตั้งใจ”
“ฉาย” เสียงเล็กคุ้นหูทำให้จันทร์ฉายรีบเงยหน้าขึ้นมามอง
หุ่นเพรียวบางในเดรสรัดรูป ใบหน้าและดวงตาทรงเสน่ห์นั้นทำเอายิ้มออก
“วี” ใช่วีนาจริง ๆ เพื่อนสนิทของตัวเองที่ไม่ได้เจอมาหลายวัน สาเหตุก็มาจากปิดเทอมนั่นแหละ
“เดินไม่ดูทางเลยนะฉาย”
“วี ทำไมมาอยู่ที่นี่” จันทร์ฉายอุทานอย่างตกใจ เมื่อเห็นว่าเพื่อนรักยื่นอยู่ตรงหน้า รีบหมุนตัวอีกคนเพื่อสำรวจว่าบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า “ไม่สบายเหรอ”
“เปล่า พามินทร์มาหาหมออะ” มินทร์ที่ว่าก็คือเพื่อนสนิทอีกคน สองคนนี้สนิทกันมาก ๆ จนใครหลายคนคิดว่าเป็นคู่รักกันไปแล้ว ทว่าพวกเขากลับปฏิเสธ เอาแต่บอกว่าแค่เพื่อน ทั้งที่การกระทำที่เห็นในทุกวันมันฟ้องออกขนาดนั้น “มันเล่นบาสแล้วล้มอะ เดี้ยง”
“เอ้า แล้วตอนนี้มันอยู่ไหน” ชะเง้อคอหาไม่รู้ว่าไอ้เพื่อนคนนี้มันเจ็บตัวกี่ครั้งแล้ว ซึ่งคนที่ดูแล และลำบากตลอดนั่นก็คือคนตรงหน้าเสมอ
“รอหมอตรวจอะ มาโรงบาลทั้งทีเลยขอหนีมันเอาของฝากไปให้น้องวาดก่อน” วีนาชูถุงของฝากให้เพื่อนรักดู จากนั้นก็จูงมือของจันทร์ฉายไปที่ห้องพักของเดือนวาด
น้องสาวของเธอกับเพื่อนคนนี้สนิทกันมาก หากมีเวลาวีนาก็จะ
แวะเวียนมาเยี่ยม และมาอยู่เป็นเพื่อนเดือนวาดตลอดยามที่เธอไปทำงาน
“ไงสาวน้อย วิ่งปร๋อแล้วหรือยัง”
“พี่วีนา” น้ำเสียงตื่นเต้นนั้นมักจะได้ยินเสมอ ในตอนที่พี่สาว
คนโปรดมาเยี่ยม “วาดคิดถึงพี่วีมาก แล้วแฟนพี่ไม่มาเหรอคะ” เป็นปกติที่มักจะโดนแซวอย่างนี้เสมอ ชินแล้ว
“เดี๋ยวเถอะนะวาด เดี๋ยวจะโดนพี่ตี บอกแล้วไงว่าพี่กับพี่มินทร์ไม่ได้เป็นอะไรกัน”
“แต่ก็น่าเชียร์ให้เป็น ใช่ไหมคะพี่ฉาย” จันทร์ฉายพยักหน้า ทำไมจะไม่รู้ว่าเพื่อนของเธอทั้งสองคนคิดยังไงต่อกัน ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่คบกันให้จบ ๆ ไป คอยดูแล คอยหึงคอยหวงขนาดนี้แล้ว
เธอละไม่เข้าใจจริง ๆ
“คบเมื่อไหร่อย่าลืมบอกเพื่อน”
“ฉาย”
“พูดจริงๆ รักกันชอบกันก็พูดตอนมีโอกาสเถอะ”
“จำคำนี้ไว้แล้วกัน ถ้าแกแอบรักใครแล้วไม่พูด ฉันนี่แหละจะฟาดด้วยไม้เรียว” ทั้งสามคนพูดคุยกันได้สักพัก วีนาก็ขอตัวกลับไปดูคนเดี้ยงว่าเป็นยังไงบ้าง
อาการเป็นห่วงบ่งบอกออกมาขนาดนั้น จันทร์ฉายและเดือนวาด
ไม่กล้าที่จะรั้งเอาไว้หรอก
“พี่วีนี่ใจไม่ถึงเลยนะคะ ถ้าเป็นวาดนะ ชอบเขาขนาดนั้นวิ่งไปตะโกนบอกรักแล้ว”
“ถ้าเราโตกว่านี้อีกหน่อยก็จะรู้ว่าความรักน่ะมันไม่ง่าย”
“พี่ฉายเคยมีความรักด้วยเหรอคะ วาดไม่เคยเห็นเลย” แอบสงสัย พี่สาวเธอน่ะเก่งด้านทฤษฎีสุด ๆ แต่เรื่องความรักจริงๆ ยังไม่เคยเห็น มีแล้วปิดบังหรือเปล่า อันนี้ไม่รู้เลย
“พี่ไม่มีหรอก แต่ก็มองจากคนรอบข้างมา”
“วาดอยากให้พี่มีคนอยู่ข้าง ๆ อยากเห็นพี่มีความสุข”
“ก็น้องสาวพี่นี่ไงคะ”
“หมายถึงแฟนค่ะ คนที่พี่ปรึกษาได้ทุกเรื่อง”
จันทร์ฉายอยู่กับน้องสาวจนถึงช่วงบ่าย เธอก็ขอกลับ นัดกับ
อคิณทร์เอาไว้เธอไม่อยากผิดนัดสักเท่าไหร่ ขืนเขาเปลี่ยนใจ ขุมเงินของเธอได้หายวับ
หญิงสาวจัดการกดเบอร์โทรหาเขา รอเพียงครู่เขาก็กดรับสาย
แล้วรีบส่งชรัญมารับที่โรงพยาบาลทันที
ในวันนี้ชายหนุ่มมีเคลียร์งานช่วงบ่ายที่ผับเล็กน้อย ส่วนช่วงเช้าขลุกอยู่ที่บริษัทสะสางงาน
“คุณนิสามาขอพบค่ะ”
