บทที่ 6 เพื่อนร่วมชั้นลึกลับ

“ไม่ต้องพูดอะไรตอนนี้หรอกครับ” ณพลทอดมองเธอด้วยสายตาที่ลึกล้ำจนยากจะอ่านความหมาย “ไปแช่น้ำอุ่นเสียหน่อยเถอะ คุณต้องการการพักผ่อน”

เขารู้สึกชื่นชมความเยือกเย็นที่เธอแสดงออกมาในยามนี้ มันคือความเข้มแข็งที่น่าไว้วางใจ...ทรงพลังยิ่งกว่าความเปราะบางของคนที่ไร้ทางสู้เสียอีก

ชายหนุ่มไม่คิดจะรบกวนเธอต่อ เขาถอยออกมาอย่างรู้มารยาทเพื่อคืนพื้นที่ส่วนตัวให้หญิงสาวได้อยู่กับตัวเอง

สายน้ำอุ่นจัดไหลรินชะล้างร่างกาย กลับไม่สามารถบรรเทาความหนาวเหน็บหรือลบเลือนความอัปยศที่ฝังลึกเข้าไปในกระดูกดำได้เลย

ภาวิดาจ้องมองเงาสะท้อนในกระจก ใบหน้าของเธอทั้งซีดเซียวและซูบตอบ ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยแต่ทว่ายังคงฉายแววเด็ดเดี่ยว การทรมานอันไร้มนุษยธรรมตลอดสามปีในคุกนั้น เกือบจะพรากสง่าราศีของเธอไปจนหมดสิ้น แต่เปลวไฟดวงเล็ก ๆ ที่ก้นบึ้งของดวงตาคู่นั้นยังคงลุกโชนอยู่ ไม่เคยดับมอดลงแม้เพียงวินาทีเดียว

เธอหลับตาลงแน่น ภาพดวงตาที่เบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวของลูกน้อยผุดขึ้นมาในห้วงคำนึงอีกครั้ง

ลูกแม่... แม่สัญญาว่าจะต้องช่วยหนูออกมาให้ได้...

ครั้งนี้ แม่จะไม่ยอมโง่อีกต่อไปแล้ว

เมื่อเธอเดินออกมาจากห้องน้ำ อาหารรสอ่อนทว่าหน้าตาประณีตบรรจงก็ถูกจัดวางรอไว้บนโต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว

เธอฝืนใจทรุดตัวลงนั่ง แม้จะไม่มีความรู้สึกอยากอาหารเลยแม้แต่น้อย แต่สติสัมปชัญญะที่ยังหลงเหลือกลับสั่งการให้เธอฝืนตักอาหารเข้าปากคำแล้วคำเล่าอย่างอดทน

เธอต้องการพละกำลัง และเธอต้องตื่นรู้เพื่อระแวดระวังตลอดเวลา

ภายใต้การเกลี้ยกล่อมอย่างอ่อนโยนของชาลิณี ภาวิดากลับทานได้มากกว่าที่ตัวเองคิดไว้

และเมื่อร่างกายเริ่มอบอุ่นขึ้น ความเหนื่อยล้าอย่างแสนสาหัสที่ถูกสะกดไว้ก็ถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์

เธอถูกพาไปยังห้องรับรอง ทันทีที่ร่างกายสัมผัสกับเตียงนอนหนานุ่ม สติของเธอก็ดิ่งจมลงสู่ห้วงนิทราอันมืดมิดและเงียบงันในทันที

...

และค่ำคืนนี้ ก็เป็นคืนที่ใครหลายคนข่มตาหลับไม่ลง

คนของวรนนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเหลือเชื่อ เพียงแค่ฟ้าสาง ข่าวสารที่ต้องการก็ถูกส่งกลับมาถึงมืออย่างครบถ้วน

“ณพลอย่างนั้นเหรอ?” วรนนยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องทำงาน ทอดสายตามองแสงแรกของวันที่สาดส่องผ่านรอยละอองหลังพายุฝน คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนเป็นปมแน่น

เมื่อได้ยินชื่อนี้และรับรู้ว่าเธอค้างคืนที่พักของชายคนนั้น เพลิงโทสะที่ไร้ที่มาผสมปนเปกับความรู้สึกแสบพร่าในอกก็พุ่งพล่านขึ้นมาทันที “แกแน่ใจนะว่าตอนนี้ภาวิดาอยู่ที่คอนโดส่วนตัวของมัน?”

“ครับคุณวรนน เราตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงเมื่อคืนแล้ว ยืนยันว่าคุณภาวิดาถูกรถของคุณณพลรับไป และขึ้นไปยังเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดของอาคารไฟแนนเชียลเซ็นเตอร์ หลังจากนั้นเธอก็ไม่ได้ลงมาอีกเลยครับ”

ผู้ช่วยปลายสายรายงานด้วยน้ำเสียงนอบน้อม ก่อนจะเสริมข้อมูลสำคัญ “อีกอย่างครับ เราตรวจสอบพบว่าคุณณพลเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศเมื่อสัปดาห์ก่อน สถานะปัจจุบันคือตัวแทนของ ‘บริษัทประกอบสุข’ จากต่างประเทศ การกลับมาครั้งนี้เพื่อบุกเบิกตลาดเอเชียแปซิฟิก ฐานะทางการเงินไม่ธรรมดาเลยครับ ดูเหมือนเขา... จะเป็นคนรู้จักเก่าของคุณภาวิดา ข้อมูลระบุว่าเป็นเพื่อนสมัยมัธยมครับ”

“เพื่อนเหรอ?” วรนนแค่นหัวเราะในลำคอ

ผู้หญิงที่มีประวัติเสื่อมเสียซ้ำยังเพิ่งออกจากคุก กับเศรษฐีหนุ่มเพื่อนเก่าที่จู่ ๆ ก็โผล่มาพร้อมเบื้องหลังอันลึกลับอย่างนั้นหรือ?

ช่างเป็นเรื่องบังเอิญเหลือเกินที่ 'ผ่านทาง' มาช่วยเธอในวินาทีที่ชีวิตตกต่ำถึงขีดสุด แถมยังใจดีรับเข้าพักในพื้นที่ส่วนตัวเสียด้วย

เพียงแค่จินตนาการว่าภาวิดาอาจจะกำลังแสดงสีหน้าอ่อนแอ หรือทำตัวพึ่งพิงผู้ชายคนอื่น ความรู้สึกขัดหูขัดตาก็พลุ่งพล่านจนเขาแทบทนไม่ไหว!

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ภาพจำอันเลวร้ายเหล่านั้นยังคงคอยตามหลอกหลอนและกัดกินใจเขาอยู่เสมอ

ยิ่งคิด ความเกลียดชังที่มีต่อภาวิดาก็ยิ่งทวีคูณ

แต่เหนือสิ่งอื่นใด ชื่อ ‘ณพล’ นี้ เขากลับรู้สึกคุ้นหูอย่างประหลาด ราวกับเป็นเงาจาง ๆ ที่เคยพาดผ่านชีวิตเขามาก่อน

เมื่อหลายปีก่อน ณพลดูเหมือนจะเป็นเพียงเด็กนักเรียนยากจนธรรมดา ๆ ที่ไม่มีอะไรโดดเด่น แล้วทำไมตอนนี้ถึงกลายร่างเป็นเศรษฐีที่กล้าเข้ามายุ่มย่ามกับเรื่องในครอบครัวของเขา?

ความรู้สึกเหมือนถูกท้าทายและถูกแย่งชิงของรักของหวงผุดขึ้นมาอย่างรุนแรง

ต่อให้เขาจะรังเกียจเดียดฉันท์ภาวิดาแค่ไหน แต่เธอก็ยังได้ชื่อว่าเป็น ‘คุณนาย’ ของเขา ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องคนของเขาเป็นอันขาด!

“เตรียมรถ” น้ำเสียงของวรนนเย็นยะเยือก แฝงด้วยคำสั่งเด็ดขาด “ไปคอนโดของณพล”

เขาอยากจะเห็นนักว่า ไอ้หน้าโง่ตัวไหนที่มันกล้ามาลองดีกับคนอย่างวรนน!

เวลาแปดโมงเช้า เสียงออดหน้าห้องพักของณพลก็ดังขึ้นระรัว แฝงไปด้วยกระแสของอารมณ์คุกคามอย่างปิดไม่มิด

ชาลิณีมองผ่านจอมอนิเตอร์ เห็นใบหน้าถมึงทึงของวรนนในชุดสูทสั่งตัดราคาแพง ทว่าความเนี๊ยบของเสื้อผ้ากลับไม่อาจปกปิดรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาได้ พร้อมด้วยบอดี้การ์ดที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง เธอจึงรีบรายงานณพลที่กำลังนั่งจิบกาแฟและทานมื้อเช้าอย่างไม่ทุกข์ร้อนในทันที

ณพลวางถ้วยกาแฟลงอย่างแผ่วเบา สีหน้าของเขาเรียบเฉยไร้ซึ่งความตื่นตระหนก

เขาคาดการณ์ไว้แล้วว่าวรนนต้องตามมา เพียงแต่ไม่คิดว่าจะรวดเร็วปานนี้ และดูท่าทาง...

อีกฝ่ายคงกำลังอารมณ์ 'คุกรุ่น' ได้ที่เลยทีเดียว

เขาพยักหน้าให้ชาลิณีเล็กน้อยเป็นเชิงอนุญาต “เชิญเขาเข้ามาครับ”

วรนนก้าวเข้ามาในห้องรับแขกด้วยฝีเท้าหนักแน่น สายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวกวาดมองไปทั่วที่พักอันหรูหราแห่งนี้ สิ่งที่บาดตาที่สุดคือชุดจานชามบนโต๊ะอาหารที่จัดเตรียมไว้สำหรับสองที่อย่างชัดเจน ก่อนที่สายตาจะมาหยุดอยู่ที่ณพล ซึ่งนั่งสงบนิ่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร

บุรุษสองคนที่มีรูปร่างสูงใหญ่สง่างามทัดเทียมกัน ต่างแผ่บารมีเข้าใส่กันจนบรรยากาศในห้องโถงกว้างขวางดิ่งลึกสู่ความตึงเครียดขึ้นมาฉับพลัน

“ณพลใช่ไหม?” วรนนเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาก่อนด้วยน้ำเสียงหยิ่งยโสเจือแววข่มขู่ “ผมวรนน ผมมารับภรรยาของผมกลับบ้าน”

เขาจงใจเน้นเสียงหนักที่คำว่า “ภรรยาของผม” พร้อมกับส่งสายตาเย็นชาพุ่งตรงไปที่ณพลราวกับลูกธนูที่อาบยาพิษ

ณพลค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า เขาดูสูงกว่าวรนนเล็กน้อยและมีบุคลิกที่สุขุมลุ่มลึกกว่า ทว่าภายใต้ความสงบนิ่งนั้นกลับแฝงด้วยแรงกดดันมหาศาลที่ไม่อาจมองข้าม

เขาไม่ได้ตอบโต้วรนนในทันที แต่กลับยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก ทว่ารอยยิ้มนั้นไปไม่ถึงดวงตา “คุณวรนน ยินดีที่ได้พบครับ แต่เท่าที่ผมทราบ ดูเหมือนเมื่อคืนนี้คุณวรนนเพิ่งจะประกาศต่อหน้าแขกเหรื่อมากมาย ไล่ตะเพิดภรรยาของคุณออกจากบ้านอย่างไม่ไยดี ปล่อยให้เธอเผชิญชะตากรรมกลางสายฝนเพียงลำพัง ผ่านไปแค่คืนเดียว เปลี่ยนใจแล้วหรือครับ?”

ใบหน้าของวรนนบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ แววตาฉายความดุร้าย น้ำเสียงสะบัดห้วนและดังขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ “นี่เป็นเรื่องระหว่างผัวเมีย คนนอกอย่างแกไม่เกี่ยว! ณพล... ฉันไม่สนว่าแกกับภาวิดาจะเคยมีความสัมพันธ์อะไรกันมาก่อน แต่ตอนนี้ ส่งตัวเธอมาเดี๋ยวนี้! ไม่อย่างนั้น...”

“ไม่อย่างนั้นจะทำไมครับ?” ณพลสวนกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่เชือดเฉือนด้วยความเย้ยหยัน “คุณวรนนคิดจะใช้กำลังในที่ของผม หรือคิดจะใช้อิทธิพลทางธุรกิจมาบีบบังคับ ‘คนนอก’ ที่เพิ่งกลับมาอย่างผม?”

เขาไม่แสดงท่าทีเกรงกลัวแม้แต่น้อย ซ้ำยังก้าวเท้าไปข้างหน้าเพื่อสบตากับวรนนอย่างท้าทาย “คุณวรนน โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ใช่ทุกคนที่จะต้องเกรงกลัวบารมีของบริษัททัศนัยเสมอไป คุณภาวิดาคือเพื่อนของผม เมื่อคืนสภาพจิตใจและร่างกายของเธอแย่มาก เธอต้องการการพักผ่อน จึงไม่เหมาะที่จะเคลื่อนย้าย และยิ่งไม่เหมาะที่จะกลับไปในที่ที่ทำให้เธอต้องเจ็บปวดเจียนตาย”

“เพื่อน?” วรนนแค่นเสียงหัวเราะเยาะหยัน “ตอนที่ฉันอยู่กินกับภาวิดา ฉันไม่เคยได้ยินชื่อแกออกจากปากเธอเลยสักครั้ง หรือว่า... พวกแกแอบมี ‘ความสัมพันธ์พิเศษ’ ลับหลังฉัน ถึงได้ไม่กล้าบอก? ฉันขอเตือนแกนะณพล ภาวิดายังถือว่าเป็นคุณนายทัศนัยตามกฎหมาย การที่แกซุกซ่อนเธอไว้ เท่ากับประกาศตัวเป็นศัตรูกับตระกูลทัศนัย! ถ้ายังฉลาดพอ ก็รีบส่งคนมา อย่าหาเรื่องใส่ตัว!”

แววตาของณพลเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือก บรรยากาศรอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดอันตรายในพริบตา “คุณวรนน ระวังคำพูดของคุณด้วย ความอยุติธรรมที่คุณภาวิดาได้รับ คุณกับผมต่างก็รู้อยู่แก่ใจ ส่วนเรื่องเป็นศัตรู?”

เขายกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น “ผม... ณพล กลับมาเมืองไทยคราวนี้ ก็ไม่ได้กะว่าจะมาหาเพื่อนอยู่แล้ว ถ้าคุณวรนนต้องการแบบไหน ผมก็พร้อมจะสนองให้ถึงที่สุด แต่ตอนนี้ ที่นี่ไม่ต้อนรับคุณ เชิญกลับไปได้แล้วครับ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป