บทนำ
ฉันก้าวออกจากประตูคุกหลังจากสามปีที่มืดมิด—
สามปีที่ฉันยอมเข้าไปแทนพ่อ
สามปีที่ฉันถูกสามีของฉันเองหลอกให้เข้าไป
ฉันยืนซ่อนตัวอยู่ในเงามืด
มองเขาและผู้หญิงคนใหม่ของเขายืนอยู่ท่ามกลางแสงไฟ
ถูกผู้คนล้อมรอบด้วยคำชื่นชมและการเฉลิมฉลอง
จากนั้นฉันก็กลับไปยังสถานที่ที่เคยเรียกว่าบ้าน...
เพียงเพื่อค้นพบว่า
สถานที่นั้นไม่ใช่บ้านอีกต่อไป
แต่เป็นนรกที่เขาสร้างไว้รอฉัน
He had my son locked away, called him a bastard, and let his scheming lover mock my pain. Cast out onto the street, I had nothing left but fury.
Now, I will burn his world to the ground. But when a kind-hearted man I once helped offers me salvation and a love I never knew, I must choose: vengeance... or a new beginning? Sorry, The Billionaire, but this wife is officially remarrying. Can you handle the regret?
บท 1
สายลมหนาวพัดกรรโชกบาดผิวเนียนละเอียดของภาวิดาราวกับคมมีด
บนเรือนร่างผอมบางนั้น ยังคงสวมใส่เสื้อไหมพรมตัวเก่าตัวเดิมที่เธอใส่เมื่อสามปีก่อนตอนก้าวเท้าเข้าสู่เรือนจำ ปลายแขนเสื้อเปื่อยยุ่ยจนเป็นขุย สีที่เคยสดใสบัดนี้ซีดจางจนแทบมองไม่เห็นเค้าเดิม
เธอยืนอยู่หน้าประตูรั้วเหล็กดัดลวดลายวิจิตรตระการตาที่คุ้นเคย รวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีเพื่อพยุงกายให้ยืนหยัดอยู่ได้
สามปีแล้ว...
สามปีเต็มที่เธอต้องสูญเสียอิสรภาพ แบกรับความผิดที่ตนไม่ได้ก่อ ต้องชดใช้กรรมแทนคนอื่น
ปลายนิ้วที่เย็นเฉียบกดลงบนกริ่งประตู เสียงดนตรีอึกทึกและเสียงหัวเราะที่ดังแว่วออกมาจากด้านใน ทำให้สติของเธอเลื่อนลอยไปชั่วขณะ
วันนี้เป็นวันอะไรกัน?
เสียงจากเครื่องอินเตอร์คอมข้างประตูรั้วดังขึ้นอย่างรวดเร็ว ตามมาด้วยน้ำเสียงลังเลของพ่อบ้าน "ใครครับ?"
"ฉันเอง... ภาวิดา" น้ำเสียงของเธอแห้งผาก เจือด้วยความแหบพร่าจากการที่ไม่ได้เอื้อนเอ่ยวาจามาเนิ่นนาน
ปลายสายเงียบกริบไปหลายวินาที ก่อนจะมีเสียง "กริ๊ก" ดังขึ้น พร้อมกับประตูรั้วเหล็กบานมหึมาที่ค่อย ๆ เลื่อนเปิดออก
ยิ่งเดินเข้าใกล้คฤหาสน์ที่สว่างไสวด้วยแสงไฟมากเท่าไหร่ เสียงหัวเราะแห่งความสุขก็ยิ่งดังชัดเจนขึ้นเท่านั้น
ผ่านกระจกใสบานใหญ่สูงจรดเพดาน เธอเห็นแสงระยิบระยับจากโคมไฟระย้าคริสตัลที่ส่องสว่างจนแสบตา
เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนางซินก้นครัวที่หลงเข้ามาในงานเต้นรำอันหรูหรา สภาพมอมแมมและไอความหนาวเหน็บที่ติดตัวมานั้น ช่างดูขัดแย้งกับความวิจิตรบรรจงของสถานที่แห่งนี้อย่างสิ้นเชิง
เมื่อผลักประตูไม้สักบานหนักอึ้งเข้าไป ไออุ่นและความจอแจภายในโถงกว้างก็โอบล้อมกายเธอไว้ทันที พร้อมกับเสียงพูดคุยและเสียงดนตรีที่เงียบกริบลงอย่างฉับพลัน
สายตาทุกคู่พุ่งตรงมาที่เธอราวกับสปอร์ตไลท์
ตกตะลึง สงสัย เหยียดหยาม สมเพช... สายตาหลากหลายอารมณ์พุ่งเข้าใส่จนเธอทำตัวไม่ถูก ได้แต่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่
ห้องโถงใหญ่ถูกเนรมิตให้งดงามราวกับปราสาทในเทพนิยาย ดอกไม้สด ลูกโป่ง ริบบิ้นหลากสี... และตรงกลางนั้น มีเค้กหลายชั้นขนาดมหึมาตั้งตระหง่านสะดุดตา
ข้างเค้กก้อนนั้น คือจารวีในชุดราตรีสีขาวฟูฟ่องดั่งเจ้าหญิงกำลังยืนเด่นเป็นสง่าดุจดาวล้อมเดือน
เธอกำลังควงแขนชายหนุ่มคนหนึ่ง รอยยิ้มบนใบหน้าหวานหยดย้อยและเปี่ยมไปด้วยความสุข
นั่นคือสามีของเธอ... วรนน
เขาสวมชุดสูทสีดำตัดเย็บประณีต รูปร่างสูงโปร่งสง่างาม ใบหน้าหล่อเหลาเรียบเฉยไร้อารมณ์ มีเพียงยามเท่านั้นที่ทอดสายตามองจารวีด้วยแววตาฉายความอ่อนโยนจาง ๆ ซึ่งคนภายนอกยากจะสังเกตเห็น
และในวินาทีนี้ เขาก็หันมามองเธอเช่นกัน
ทันทีที่สายตาปะทะกับร่างของภาวิดา ความอ่อนโยนนั้นก็มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความเย็นชาดุจน้ำแข็งและแววรังเกียจที่ซ่อนไม่มิด ราวกับเขาได้เห็นสิ่งปฏิกูลที่น่าขยะแขยง
หัวใจของภาวิดาบีบรัดรุนแรงภายใต้สายตานั้น ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วอก
จารวีทำท่าเหมือนเพิ่งสังเกตเห็นเธอ ยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกใจ น้ำเสียงหวานใสสั่นเครือ "ภาวิดา? เธอ... เธอกลับมาได้ยังไง? วันนี้มันไม่ใช่..."
พูดยังไม่ทันจบ เธอก็ทำท่าเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ แล้วขยับตัวไปหลบอยู่ด้านหลังวรนนด้วยท่าทีหวาดกลัว ราวกับภาวิดาเป็นสัตว์ร้ายที่น่าสะพรึงกลัว
วรนนโอบไหล่จารวีไว้ทันทีเพื่อปกป้อง กิริยานั้นดูเป็นธรรมชาติและสนิทสนมยิ่งนัก
เขาตวัดสายตามองภาวิดา น้ำเสียงเย็นเยียบไร้อุณหภูมิ ราวกับกำลังพูดกับคนแปลกหน้า หรือแม้กระทั่งคนรับใช้ "ใครอนุญาตให้เธอเข้ามา? ไสหัวออกไป"
แขกเหรื่อรอบข้างเริ่มกระซิบกระซาบ
"นั่นน่ะเหรอภาวิดา? ผู้หญิงที่คบชู้สู่ชายหักหลังคุณวรนน แล้วยังเกือบทำให้บริษัททัศนัยล้มละลายคนนั้นน่ะเหรอ?"
"เห็นว่าโดนตัดสินจำคุกห้าปีไม่ใช่เหรอ? ทำไมออกมาเร็วนักล่ะ?"
"ดูสภาพหล่อนสิ เป็นตัวซวยชัด ๆ ไม่ดูเวล่ำเวลาเลยว่าวันนี้วันมงคล ดันโผล่มาทำลายบรรยากาศ..."
ถ้อยคำเหล่านั้นเปรียบเสมือนเข็มเล่มเล็ก ๆ นับพันเล่มที่ทิ่มแทงเข้ามาในโสตประสาทของภาวิดา
ความอัปยศและความอยุติธรรมถาโถมเข้าใส่เธอจนแทบจมดิ่ง
เมื่อสามปีก่อน ณ คฤหาสน์หลังนี้ เธอถูกวางยาในแก้วไวน์ ตื่นมาอีกทีด้วยสภาพเนื้อตัวเขียวช้ำ ดูน่าสมเพชเหมือนผ่านสมรภูมิสวาทมาอย่างหนัก และถูกวรนน "จับได้คาหนังคาเขา"
คนทั้งเมืองตราหน้าว่าเธอเป็นหญิงแพศยา มักมากในกาม ทนความเหงาไม่ไหว ส่วนเขาก็มองเธอด้วยความผิดหวังที่แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้น
เคราะห์ซ้ำกรรมซัด โครงการที่จารวีรับผิดชอบเกิดปัญหาทางการเงินครั้งใหญ่
แต่หลักฐานทุกอย่างกลับชี้เป้ามาที่ภาวิดา ว่าเป็นคนยักยอกเงินไป
เธอพยายามอธิบาย แต่ไม่มีใครเชื่อแม้แต่คนเดียว จนถูกฟ้องร้องขึ้นศาล
ก่อนวันพิจารณาคดี เธอพยายามดิ้นรนหาทนายความเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์
แต่วรนนกลับใช้ค่ารักษาพยาบาลของพ่อเธอมาเป็นข้อต่อรอง เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "เธอทำให้ประวัติการทำงานของจารวีต้องด่างพร้อย ฉันจะไม่ยอมให้เธอทำเรื่องบ้า ๆ อีก แค่เธอยอมรับสารภาพว่าตัวเองใช้ตำแหน่งหน้าที่ยักยอกเงินบริษัท พ่อของเธอก็จะได้รับการรักษาที่ดีที่สุด"
เพื่อพ่อ... เธอยอมจำนน
มลทินเรื่องคบชู้ และคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เธอแบกรับไว้เพียงลำพัง
และวันนี้ วันที่เธอพ้นโทษ ลากสังขารและจิตใจที่บอบช้ำกลับมายังที่ที่ได้ชื่อว่าเป็น "บ้าน" สิ่งที่เห็นกลับเป็นสามีของเธอ กำลังจัดงานวันเกิดสุดหรูหราอลังการให้กับผู้หญิงที่เธอเกลียดที่สุด
เขาคง... ลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าวันนี้เธอออกจากคุก
ภาวิดามองภาพวรนนที่ปกป้องจารวี มองสายตาเหยียดหยามของแขกเหรื่อ รู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบจนแข็งตัว
เธอขยับริมฝีปาก ลำคอแห้งผากราวกับถูกกระดาษทรายขัด เปล่งเสียงอันแผ่วเบาออกมา "ที่นี่คือบ้านของฉัน"
เสียงนั้นเบาหวิว แต่กลับดังก้องราวกับก้อนหินที่ถูกโยนลงกลางน้ำนิ่ง
วรนนขมวดคิ้วเล็กน้อย เหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นวันปล่อยตัวของเธอ
แต่แววตาเย็นชาของเขากลับไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำยังทวีความรุนแรงขึ้น "แล้วยังไง? เธอจะมาขอเศษเหล้ากิน หรือตั้งใจจะมาพังวันดี ๆ ของจารวีอีก?"
เขากระชับอ้อมกอดจารวีแน่นขึ้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรำคาญและขับไล่ "ที่นี่ไม่ต้อนรับเธอ ออกไปเดี๋ยวนี้"
ภาวิดายืนนิ่ง มือเท้าเย็นเฉียบ
มองดูชายที่เธอเคยรักหมดหัวใจ มองดูผู้หญิงในอ้อมกอดเขาที่ใส่ร้ายเธอจนต้องติดคุกแต่กลับยืนยิ้มร่าเริง และมองดูความหรูหราจอมปลอมท่ามกลางคำเยาะเย้ยถากถาง
หัวใจที่เคยหลงเหลือความหวังอันริบหรี่ สุดท้ายก็แหลกสลายกลายเป็นเถ้าธุลีด้วยคำว่า "ออกไป" ของเขา
เธอสูดลมหายใจเย็นยะเยือกเข้าปอด ข่มความจุกแน่นในลำคอและความร้อนผ่าวที่ขอบตา บังคับตัวเองให้เมินเฉยต่อสายตาคมกริบเหล่านั้น แล้วจ้องมองกลับไปที่ชายหนุ่มผู้เลือดเย็น
"วรนน" น้ำเสียงของเธอชัดเจนขึ้นกว่าเมื่อครู่ แต่ยังคงสั่นเครืออย่างไม่อาจปิดบัง "ฉันไปแน่... แต่คืนลูกชายของฉันมา"
สิ้นประโยคนั้น ทั้งห้องโถงดูเหมือนจะเงียบกริบยิ่งกว่าเดิม
แขกบางคนที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางเริ่มทำหน้าฉงน หันไปกระซิบถามไถ่กัน
ใบหน้าของวรนนมืดครึ้มลงทันตา ดูน่ากลัวยิ่งกว่าเมื่อครู่
เขาโบกมือไล่ลุงดำ พ่อบ้านเก่าแก่ที่ยืนก้มหน้าสงบเสงี่ยมอยู่ข้าง ๆ ด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ลุงดำดูลังเลเล็กน้อย "นายครับ คือว่า..."
"พาเธอไป" วรนนสั่งเสียงเฉียบขาด สายตาเย็นยะเยือกตวัดกลับมาที่ใบหน้าของภาวิดา "เจอแล้วก็รีบไสหัวไปซะ อย่าได้โผล่หน้ามาให้เห็นอีกตลอดชีวิต"
หัวใจของภาวิดาบีบตัวแน่นเพราะความเกลียดชังในน้ำเสียงของเขา แต่ความโหยหาที่จะได้พบหน้าลูกมีอำนาจเหนือทุกสิ่ง
เธอเดินโซซัดโซเซตามหลังลุงดำไป โดยไม่หันกลับไปมองวรนนและจารวีอีกเลย
ลุงดำเดินนำเธอไปอย่างเงียบเชียบ ไม่ได้มุ่งหน้าไปยังโซนห้องนอนอันโอ่อ่าบนตึกใหญ่ แต่กลับพาเดินทะลุทางเดินมืดสลัว มุ่งหน้าไปยังเรือนหลังเล็กด้านหลังซึ่งเป็นโซนของคนรับใช้
ยิ่งเดินลึกเข้าไป แสงไฟก็ยิ่งน้อยลง กลิ่นอับชื้นและไอเย็นเริ่มลอยมาแตะจมูก
หัวใจของภาวิดาดิ่งวูบลงเรื่อย ๆ
ในที่สุด ลุงดำก็หยุดยืนอยู่หน้าประตูไม้บานเก่าทรุดโทรม ดูเหมือนห้องเก็บของหรือห้องคนใช้ที่ถูกทิ้งร้าง
เขาถอนหายใจยาว ปลดพวงกุญแจออกจากเอว แล้วไขแม่กุญแจสนิมเขรอะที่คล้องประตูอยู่
"คุณหนู... อยู่ข้างในครับ" น้ำเสียงของลุงดำเจือไปด้วยความเวทนาที่ยากจะปิดบัง
บทล่าสุด
#140 บทที่ 140 พวกเราอย่าไปทำตามเธอ
อัปเดตล่าสุด: 5/24/2026#139 บทที่ 139 ทำไมเธอต่ำต้อย/ไร้ศักดิ์ศรีขนาดนี้
อัปเดตล่าสุด: 5/24/2026#138 บทที่ 138 ตอนนี้คนที่ฉันเชื่อใจได้มีแค่เธอเท่านั้น
อัปเดตล่าสุด: 5/24/2026#137 บทที่ 137 พวกเธอทำไมกอดกันนอน
อัปเดตล่าสุด: 5/24/2026#136 บทที่ 136 หนุ่มรูปงามหลังอาบน้ำ
อัปเดตล่าสุด: 5/24/2026#135 บทที่ 135 ช่วยเขากลับคืนความทรงจำ
อัปเดตล่าสุด: 5/24/2026#134 บทที่ 134 การประกาศอธิปไตย
อัปเดตล่าสุด: 5/24/2026#133 บทที่ 133 ฉันเป็นคู่หมั้นของคุณ
อัปเดตล่าสุด: 5/24/2026#132 บทที่ 132 การเปลี่ยนแปลง
อัปเดตล่าสุด: 5/24/2026#131 บทที่ 131 บิดา
อัปเดตล่าสุด: 5/24/2026
คุณอาจชอบ 😍
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
รักระรินใจ
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
สัญญารักประธานร้าย
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ
เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""













