บทนำ
ฉันก้าวออกจากประตูคุกหลังจากสามปีที่มืดมิด—
สามปีที่ฉันยอมเข้าไปแทนพ่อ
สามปีที่ฉันถูกสามีของฉันเองหลอกให้เข้าไป
ฉันยืนซ่อนตัวอยู่ในเงามืด
มองเขาและผู้หญิงคนใหม่ของเขายืนอยู่ท่ามกลางแสงไฟ
ถูกผู้คนล้อมรอบด้วยคำชื่นชมและการเฉลิมฉลอง
จากนั้นฉันก็กลับไปยังสถานที่ที่เคยเรียกว่าบ้าน...
เพียงเพื่อค้นพบว่า
สถานที่นั้นไม่ใช่บ้านอีกต่อไป
แต่เป็นนรกที่เขาสร้างไว้รอฉัน
He had my son locked away, called him a bastard, and let his scheming lover mock my pain. Cast out onto the street, I had nothing left but fury.
Now, I will burn his world to the ground. But when a kind-hearted man I once helped offers me salvation and a love I never knew, I must choose: vengeance... or a new beginning? Sorry, The Billionaire, but this wife is officially remarrying. Can you handle the regret?
บท 1
สายลมหนาวพัดกรรโชกบาดผิวเนียนละเอียดของภาวิดาราวกับคมมีด
บนเรือนร่างผอมบางนั้น ยังคงสวมใส่เสื้อไหมพรมตัวเก่าตัวเดิมที่เธอใส่เมื่อสามปีก่อนตอนก้าวเท้าเข้าสู่เรือนจำ ปลายแขนเสื้อเปื่อยยุ่ยจนเป็นขุย สีที่เคยสดใสบัดนี้ซีดจางจนแทบมองไม่เห็นเค้าเดิม
เธอยืนอยู่หน้าประตูรั้วเหล็กดัดลวดลายวิจิตรตระการตาที่คุ้นเคย รวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีเพื่อพยุงกายให้ยืนหยัดอยู่ได้
สามปีแล้ว...
สามปีเต็มที่เธอต้องสูญเสียอิสรภาพ แบกรับความผิดที่ตนไม่ได้ก่อ ต้องชดใช้กรรมแทนคนอื่น
ปลายนิ้วที่เย็นเฉียบกดลงบนกริ่งประตู เสียงดนตรีอึกทึกและเสียงหัวเราะที่ดังแว่วออกมาจากด้านใน ทำให้สติของเธอเลื่อนลอยไปชั่วขณะ
วันนี้เป็นวันอะไรกัน?
เสียงจากเครื่องอินเตอร์คอมข้างประตูรั้วดังขึ้นอย่างรวดเร็ว ตามมาด้วยน้ำเสียงลังเลของพ่อบ้าน "ใครครับ?"
"ฉันเอง... ภาวิดา" น้ำเสียงของเธอแห้งผาก เจือด้วยความแหบพร่าจากการที่ไม่ได้เอื้อนเอ่ยวาจามาเนิ่นนาน
ปลายสายเงียบกริบไปหลายวินาที ก่อนจะมีเสียง "กริ๊ก" ดังขึ้น พร้อมกับประตูรั้วเหล็กบานมหึมาที่ค่อย ๆ เลื่อนเปิดออก
ยิ่งเดินเข้าใกล้คฤหาสน์ที่สว่างไสวด้วยแสงไฟมากเท่าไหร่ เสียงหัวเราะแห่งความสุขก็ยิ่งดังชัดเจนขึ้นเท่านั้น
ผ่านกระจกใสบานใหญ่สูงจรดเพดาน เธอเห็นแสงระยิบระยับจากโคมไฟระย้าคริสตัลที่ส่องสว่างจนแสบตา
เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนางซินก้นครัวที่หลงเข้ามาในงานเต้นรำอันหรูหรา สภาพมอมแมมและไอความหนาวเหน็บที่ติดตัวมานั้น ช่างดูขัดแย้งกับความวิจิตรบรรจงของสถานที่แห่งนี้อย่างสิ้นเชิง
เมื่อผลักประตูไม้สักบานหนักอึ้งเข้าไป ไออุ่นและความจอแจภายในโถงกว้างก็โอบล้อมกายเธอไว้ทันที พร้อมกับเสียงพูดคุยและเสียงดนตรีที่เงียบกริบลงอย่างฉับพลัน
สายตาทุกคู่พุ่งตรงมาที่เธอราวกับสปอร์ตไลท์
ตกตะลึง สงสัย เหยียดหยาม สมเพช... สายตาหลากหลายอารมณ์พุ่งเข้าใส่จนเธอทำตัวไม่ถูก ได้แต่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่
ห้องโถงใหญ่ถูกเนรมิตให้งดงามราวกับปราสาทในเทพนิยาย ดอกไม้สด ลูกโป่ง ริบบิ้นหลากสี... และตรงกลางนั้น มีเค้กหลายชั้นขนาดมหึมาตั้งตระหง่านสะดุดตา
ข้างเค้กก้อนนั้น คือจารวีในชุดราตรีสีขาวฟูฟ่องดั่งเจ้าหญิงกำลังยืนเด่นเป็นสง่าดุจดาวล้อมเดือน
เธอกำลังควงแขนชายหนุ่มคนหนึ่ง รอยยิ้มบนใบหน้าหวานหยดย้อยและเปี่ยมไปด้วยความสุข
นั่นคือสามีของเธอ... วรนน
เขาสวมชุดสูทสีดำตัดเย็บประณีต รูปร่างสูงโปร่งสง่างาม ใบหน้าหล่อเหลาเรียบเฉยไร้อารมณ์ มีเพียงยามเท่านั้นที่ทอดสายตามองจารวีด้วยแววตาฉายความอ่อนโยนจาง ๆ ซึ่งคนภายนอกยากจะสังเกตเห็น
และในวินาทีนี้ เขาก็หันมามองเธอเช่นกัน
ทันทีที่สายตาปะทะกับร่างของภาวิดา ความอ่อนโยนนั้นก็มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความเย็นชาดุจน้ำแข็งและแววรังเกียจที่ซ่อนไม่มิด ราวกับเขาได้เห็นสิ่งปฏิกูลที่น่าขยะแขยง
หัวใจของภาวิดาบีบรัดรุนแรงภายใต้สายตานั้น ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วอก
จารวีทำท่าเหมือนเพิ่งสังเกตเห็นเธอ ยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกใจ น้ำเสียงหวานใสสั่นเครือ "ภาวิดา? เธอ... เธอกลับมาได้ยังไง? วันนี้มันไม่ใช่..."
พูดยังไม่ทันจบ เธอก็ทำท่าเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ แล้วขยับตัวไปหลบอยู่ด้านหลังวรนนด้วยท่าทีหวาดกลัว ราวกับภาวิดาเป็นสัตว์ร้ายที่น่าสะพรึงกลัว
วรนนโอบไหล่จารวีไว้ทันทีเพื่อปกป้อง กิริยานั้นดูเป็นธรรมชาติและสนิทสนมยิ่งนัก
เขาตวัดสายตามองภาวิดา น้ำเสียงเย็นเยียบไร้อุณหภูมิ ราวกับกำลังพูดกับคนแปลกหน้า หรือแม้กระทั่งคนรับใช้ "ใครอนุญาตให้เธอเข้ามา? ไสหัวออกไป"
แขกเหรื่อรอบข้างเริ่มกระซิบกระซาบ
"นั่นน่ะเหรอภาวิดา? ผู้หญิงที่คบชู้สู่ชายหักหลังคุณวรนน แล้วยังเกือบทำให้บริษัททัศนัยล้มละลายคนนั้นน่ะเหรอ?"
"เห็นว่าโดนตัดสินจำคุกห้าปีไม่ใช่เหรอ? ทำไมออกมาเร็วนักล่ะ?"
"ดูสภาพหล่อนสิ เป็นตัวซวยชัด ๆ ไม่ดูเวล่ำเวลาเลยว่าวันนี้วันมงคล ดันโผล่มาทำลายบรรยากาศ..."
ถ้อยคำเหล่านั้นเปรียบเสมือนเข็มเล่มเล็ก ๆ นับพันเล่มที่ทิ่มแทงเข้ามาในโสตประสาทของภาวิดา
ความอัปยศและความอยุติธรรมถาโถมเข้าใส่เธอจนแทบจมดิ่ง
เมื่อสามปีก่อน ณ คฤหาสน์หลังนี้ เธอถูกวางยาในแก้วไวน์ ตื่นมาอีกทีด้วยสภาพเนื้อตัวเขียวช้ำ ดูน่าสมเพชเหมือนผ่านสมรภูมิสวาทมาอย่างหนัก และถูกวรนน "จับได้คาหนังคาเขา"
คนทั้งเมืองตราหน้าว่าเธอเป็นหญิงแพศยา มักมากในกาม ทนความเหงาไม่ไหว ส่วนเขาก็มองเธอด้วยความผิดหวังที่แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้น
เคราะห์ซ้ำกรรมซัด โครงการที่จารวีรับผิดชอบเกิดปัญหาทางการเงินครั้งใหญ่
แต่หลักฐานทุกอย่างกลับชี้เป้ามาที่ภาวิดา ว่าเป็นคนยักยอกเงินไป
เธอพยายามอธิบาย แต่ไม่มีใครเชื่อแม้แต่คนเดียว จนถูกฟ้องร้องขึ้นศาล
ก่อนวันพิจารณาคดี เธอพยายามดิ้นรนหาทนายความเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์
แต่วรนนกลับใช้ค่ารักษาพยาบาลของพ่อเธอมาเป็นข้อต่อรอง เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "เธอทำให้ประวัติการทำงานของจารวีต้องด่างพร้อย ฉันจะไม่ยอมให้เธอทำเรื่องบ้า ๆ อีก แค่เธอยอมรับสารภาพว่าตัวเองใช้ตำแหน่งหน้าที่ยักยอกเงินบริษัท พ่อของเธอก็จะได้รับการรักษาที่ดีที่สุด"
เพื่อพ่อ... เธอยอมจำนน
มลทินเรื่องคบชู้ และคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เธอแบกรับไว้เพียงลำพัง
และวันนี้ วันที่เธอพ้นโทษ ลากสังขารและจิตใจที่บอบช้ำกลับมายังที่ที่ได้ชื่อว่าเป็น "บ้าน" สิ่งที่เห็นกลับเป็นสามีของเธอ กำลังจัดงานวันเกิดสุดหรูหราอลังการให้กับผู้หญิงที่เธอเกลียดที่สุด
เขาคง... ลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าวันนี้เธอออกจากคุก
ภาวิดามองภาพวรนนที่ปกป้องจารวี มองสายตาเหยียดหยามของแขกเหรื่อ รู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบจนแข็งตัว
เธอขยับริมฝีปาก ลำคอแห้งผากราวกับถูกกระดาษทรายขัด เปล่งเสียงอันแผ่วเบาออกมา "ที่นี่คือบ้านของฉัน"
เสียงนั้นเบาหวิว แต่กลับดังก้องราวกับก้อนหินที่ถูกโยนลงกลางน้ำนิ่ง
วรนนขมวดคิ้วเล็กน้อย เหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นวันปล่อยตัวของเธอ
แต่แววตาเย็นชาของเขากลับไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำยังทวีความรุนแรงขึ้น "แล้วยังไง? เธอจะมาขอเศษเหล้ากิน หรือตั้งใจจะมาพังวันดี ๆ ของจารวีอีก?"
เขากระชับอ้อมกอดจารวีแน่นขึ้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรำคาญและขับไล่ "ที่นี่ไม่ต้อนรับเธอ ออกไปเดี๋ยวนี้"
ภาวิดายืนนิ่ง มือเท้าเย็นเฉียบ
มองดูชายที่เธอเคยรักหมดหัวใจ มองดูผู้หญิงในอ้อมกอดเขาที่ใส่ร้ายเธอจนต้องติดคุกแต่กลับยืนยิ้มร่าเริง และมองดูความหรูหราจอมปลอมท่ามกลางคำเยาะเย้ยถากถาง
หัวใจที่เคยหลงเหลือความหวังอันริบหรี่ สุดท้ายก็แหลกสลายกลายเป็นเถ้าธุลีด้วยคำว่า "ออกไป" ของเขา
เธอสูดลมหายใจเย็นยะเยือกเข้าปอด ข่มความจุกแน่นในลำคอและความร้อนผ่าวที่ขอบตา บังคับตัวเองให้เมินเฉยต่อสายตาคมกริบเหล่านั้น แล้วจ้องมองกลับไปที่ชายหนุ่มผู้เลือดเย็น
"วรนน" น้ำเสียงของเธอชัดเจนขึ้นกว่าเมื่อครู่ แต่ยังคงสั่นเครืออย่างไม่อาจปิดบัง "ฉันไปแน่... แต่คืนลูกชายของฉันมา"
สิ้นประโยคนั้น ทั้งห้องโถงดูเหมือนจะเงียบกริบยิ่งกว่าเดิม
แขกบางคนที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางเริ่มทำหน้าฉงน หันไปกระซิบถามไถ่กัน
ใบหน้าของวรนนมืดครึ้มลงทันตา ดูน่ากลัวยิ่งกว่าเมื่อครู่
เขาโบกมือไล่ลุงดำ พ่อบ้านเก่าแก่ที่ยืนก้มหน้าสงบเสงี่ยมอยู่ข้าง ๆ ด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ลุงดำดูลังเลเล็กน้อย "นายครับ คือว่า..."
"พาเธอไป" วรนนสั่งเสียงเฉียบขาด สายตาเย็นยะเยือกตวัดกลับมาที่ใบหน้าของภาวิดา "เจอแล้วก็รีบไสหัวไปซะ อย่าได้โผล่หน้ามาให้เห็นอีกตลอดชีวิต"
หัวใจของภาวิดาบีบตัวแน่นเพราะความเกลียดชังในน้ำเสียงของเขา แต่ความโหยหาที่จะได้พบหน้าลูกมีอำนาจเหนือทุกสิ่ง
เธอเดินโซซัดโซเซตามหลังลุงดำไป โดยไม่หันกลับไปมองวรนนและจารวีอีกเลย
ลุงดำเดินนำเธอไปอย่างเงียบเชียบ ไม่ได้มุ่งหน้าไปยังโซนห้องนอนอันโอ่อ่าบนตึกใหญ่ แต่กลับพาเดินทะลุทางเดินมืดสลัว มุ่งหน้าไปยังเรือนหลังเล็กด้านหลังซึ่งเป็นโซนของคนรับใช้
ยิ่งเดินลึกเข้าไป แสงไฟก็ยิ่งน้อยลง กลิ่นอับชื้นและไอเย็นเริ่มลอยมาแตะจมูก
หัวใจของภาวิดาดิ่งวูบลงเรื่อย ๆ
ในที่สุด ลุงดำก็หยุดยืนอยู่หน้าประตูไม้บานเก่าทรุดโทรม ดูเหมือนห้องเก็บของหรือห้องคนใช้ที่ถูกทิ้งร้าง
เขาถอนหายใจยาว ปลดพวงกุญแจออกจากเอว แล้วไขแม่กุญแจสนิมเขรอะที่คล้องประตูอยู่
"คุณหนู... อยู่ข้างในครับ" น้ำเสียงของลุงดำเจือไปด้วยความเวทนาที่ยากจะปิดบัง
บทล่าสุด
#140 บทที่ 140 พวกเราอย่าไปทำตามเธอ
อัปเดตล่าสุด: 5/24/2026#139 บทที่ 139 ทำไมเธอต่ำต้อย/ไร้ศักดิ์ศรีขนาดนี้
อัปเดตล่าสุด: 5/24/2026#138 บทที่ 138 ตอนนี้คนที่ฉันเชื่อใจได้มีแค่เธอเท่านั้น
อัปเดตล่าสุด: 5/24/2026#137 บทที่ 137 พวกเธอทำไมกอดกันนอน
อัปเดตล่าสุด: 5/24/2026#136 บทที่ 136 หนุ่มรูปงามหลังอาบน้ำ
อัปเดตล่าสุด: 5/24/2026#135 บทที่ 135 ช่วยเขากลับคืนความทรงจำ
อัปเดตล่าสุด: 5/24/2026#134 บทที่ 134 การประกาศอธิปไตย
อัปเดตล่าสุด: 5/24/2026#133 บทที่ 133 ฉันเป็นคู่หมั้นของคุณ
อัปเดตล่าสุด: 5/24/2026#132 บทที่ 132 การเปลี่ยนแปลง
อัปเดตล่าสุด: 5/24/2026#131 บทที่ 131 บิดา
อัปเดตล่าสุด: 5/24/2026
คุณอาจชอบ 😍
คลั่งรักแค่เธอ (มาวิน X อบิเกล)
ปากบอกไม่รักไม่ชอบ แค่ของเล่นที่ยังไม่เบื่อแต่ตามติดเป็นเงาแบบนี้เขาเรียกว่าอะไรกัน
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
กับดักรักท่านประธานจอมหวง
เมื่อวิศวะดุหวงเด็ก
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
ดวงใจรักนักรบ
Vs
หฤทัย สิริโสกุล สาวน้อยวัยกระเตาะเจ้าของโรงเรียนอนุบาลป้ายแดง ชีวิตของเธอเหมือนจะดี๊ดี ชอบมองโลกในแง่บวกเสมือนเจ้าของทุ่งดอกลาเวนเดอร์มาเอง หากหัวใจเจ้ากรรมต้องกระตุกเต้นแรง เมื่อดันมาสปาร์กกับพ่อลูกอ่อนจอมเย็นชาเข้าเต็มเปา ทว่าอ่อยเบอร์แรงสักแค่ไหน เขาก็เฉยซะจนน่าระเหี่ยใจ แต่อย่าหวังว่าเธอจะถอย ก็เจ้าลูกชายก็น่ารักน่าฟัด น่าสมัครเป็นแม่เลี้ยงเป็นที่สุด ส่วนคนเป็นพ่อก็มีเสน่ห์เหลือล้นน่าดามใจซะขนาดนี้ มารยาทุกเล่มเกวียนที่มีเธอจะขุดขึ้นมาใช้ให้หมด อยากรู้นักว่าเขาจะเป็นเจ้าพ่อน้ำแข็งไปได้นานสักแค่ไหน!
เสี่ยงรักร้ายนายเพื่อนไม่สนิท
“แล้วฉันจะได้อะไรจากนาย” พรีนต่อลองกับเขาคนหน้าขรึม
“เธอ....” สายตาคมคู่ดุจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจ เขาเสียเวลาที่เธอต่อลองกับเขามากพอแล้ว
“เหอะ คิดว่าหล่อ เป็นไอดอลแล้วไง ใช่ว่าสาวๆ จะชอบนายจะทุกคนหรอกนะ” พรีนเอ่ยพร้อมเชิดหน้าใส่แทคิณ ไอดอลแล้วไง ถึงนายนี้จะหล่อตรงสเปกฉันมากก็เถอะ เล่น ตัวไปสิคะ ใบหน้าอันหล่อเหลาโน้มเข้าหาคนตรงหน้า พร้อมกับหลุดรอยยิ้มที่มุมปาก
“ไม่ชอบ เกลียดฉัน” เขาแสยิ้มถามคนตรงหน้า
“ก็ไม่ขนาดนั้น”
“จะช่วยไม่ช่วย” เขาเอ่ยเสียงเข้ม แต่นั้นภายในหัวของพรีนกับคิดอะไรขึ้นมา
“ฉันไม่เคยช่วยใครฟรี อะไรดีน๊า นาฬิกานั้นก็แบรนด์หรู แหวนที่นิ้วนายนั้นก็สวย” นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ของคนใบหน้าสวยจงใจเหลือบมองที่แขนและข้อมือของเขามาอย่างตั้งใจ นาฬิกานั้นก็สวย แหวนที่ใส่ในนิ้วนั้นก็แบรนด์ดังด้วยสิ แต่น่าเสียดายที่เธอมีมันหมดแล้ว
“อะไร ดีน๊า ที่สาวๆ ทั้งประเทศอยากได้จากนายกัน” เธอเอ่ยอย่างเชิดหน้า เหอะเขาคงคิดว่าฉันอยากได้ อย่างสาวๆ คนอื่นๆ อยากได้ละสิ ในเมื่อเขาให้โอกาสแล้ว แต่เธอกับไม่เลือกมัน ได้เขานี้แหละจะยัดเยือดสิ่งนี้ให้เธอเอง
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป













