บทที่ 8 ฉันเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของคุณ

"พี่วรนน กลับมาแล้วเหรอคะ" เสียงหวานหยดย้อยของจารวีดังขึ้น พร้อมกับสายตาที่แสร้งทำเป็นประหลาดใจเมื่อทอดมองมายังร่างของภาวิดา "พี่ภาวิดา? พี่ปลอดภัยดี... โล่งอกไปทีค่ะ"

ภาวิดาทำเพียงมองผ่านร่างของหญิงสาวราวกับเป็นธาตุอากาศ เธอหันไปสบตากับวรนนด้วยแววตาเรียบเฉยไร้ระลอกคลื่น "ห้องพักของฉันอยู่ที่ไหน?"

วรนนขมวดคิ้วมุ่น ดูเหมือนจะไม่พอใจกับท่าทีแข็งกระด้างของเธอ เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ห้องรับรองปีกตะวันตกชั้นสอง อยู่ให้สงบ อย่าไปวุ่นวายกับจารวี แล้วก็... อย่าเข้าไปยุ่งในเรือนหลังบ้าน"

เรือนหลังบ้าน...

คำคำนั้นกรีดลึกลงกลางใจของภาวิดา แม้ใบหน้าจะยังคงนิ่งสนิท เธอเพียงแค่รับคำในลำคอเบาๆ ว่า "อืม" ก่อนจะยกกระเป๋าเดินทางใบเก่าขึ้น แล้วเดินตรงขึ้นบันไดไปโดยไม่ปรายตามองชายหญิงคู่นั้นอีกแม้แต่แวบเดียว

จารวีมองตามแผ่นหลังที่เหยียดตรงของอีกฝ่าย พลางจิกเล็บลงบนฝ่ามือแน่นด้วยความริษยา

...

ยามบ่าย ณ โถงทางเดิน

จารวีเดินถือแจกันลายครามใบหรูที่ดูคุ้นตาเดินสวนมา "อย่างพอดิบพอดี"

ภาวิดามองตรงไปข้างหน้า ตั้งใจจะเดินเลี่ยงไปอีกทางเพื่อตัดปัญหา

ทว่าในจังหวะที่เดินสวนกันนั้นเอง จารวีก็กรีดร้องขึ้นมา ร่างบางเซถลาและแจกันในมือก็หลุดร่วงลงสู่พื้น

"เพล้ง—!"

เสียงกระเบื้องแตกกระจายดังก้องไปทั่ว

"พี่ภาวิดา! พี่ผลักจารทำไมคะ?!" จารวีบีบน้ำตาออกมาได้ในทันที น้ำเสียงสั่นเครือเต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ "ถึงพี่จะโกรธเกลียดจารแค่ไหน ก็ไม่น่าจะมาลงกับของรักของพี่วรนนแบบนี้นะคะ..."

ภาวิดามองดูการแสดงตรงหน้าด้วยสายตาเย็นเยียบ เธอไม่แม้แต่จะขยับตัวหลบเศษกระเบื้องที่กระเด็นมาเฉียดปลายเท้า

"เล่นละครพอหรือยัง?" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยความดูแคลนอย่างปิดไม่มิด "มุกเดิมๆ ใช้ซ้ำเป็นครั้งที่สอง ไม่เบื่อบ้างหรือไง?"

เสียงสะอื้นของจารวีชะงักไปครู่หนึ่ง

เหล่าสาวใช้ที่ได้ยินเสียงต่างรีบวิ่งเข้ามาดูเหตุการณ์ และต้องยืนตัวสั่นด้วยความตกใจเมื่อเห็นสภาพความวุ่นวาย

ไม่นานนัก วรนนก็ปรากฏตัวขึ้นด้วยใบหน้าถมึงทึง

เมื่อเห็นเศษแจกันที่แตกกระจายและจารวีที่กำลังนั่งร้องไห้ สีหน้าของเขาก็เคร่งเครียดขึ้นทันตา นัยน์ตาคมกริบตวัดมองภาวิดาอย่างคาดโทษ "นี่เธอทำเรื่องบ้าอะไรอีกแล้ว?!"

ยังไม่ทันที่ภาวิดาจะได้อ้าปาก จารวีก็รีบชิง "แก้ตัว" แทน "พี่วรนนคะ อย่าโทษพี่ภาวิดาเลยค่ะ เป็นจารเองที่ซุ่มซ่าม..."

"ก็จริงที่ไม่ควรโทษเธอ" ภาวิดาพูดแทรกขึ้นมาเสียงเรียบ ดวงตาจ้องมองวรนนอย่างท้าทาย แฝงแววเย้ยหยัน "ต้องโทษฉันเองที่มายืนผิดที่ผิดทาง ให้โอกาสแม่คนนี้แกล้งเดินมาชน"

คิ้วเข้มของวรนนขมวดเข้าหากันจนแทบเป็นปม "ภาวิดา! เธอยังกล้าแก้ตัวอีกเหรอ? จารวีจะมีเหตุผลอะไรที่ต้องทำลายข้าวของเพื่อใส่ร้ายเธอ?"

"ทำไมจะไม่มี?" ภาวิดาย้อนถาม มุมปากยกยิ้มเย็นชาที่ดูขมขื่น "เมื่อสามปีก่อนหล่อนก็ทำแบบนี้นี่ หรือคุณวรนนจำไม่ได้? อ้อ... ลืมไป คุณวรนนรู้ดีที่สุด เพราะคุณเลือกที่จะเชื่อแต่หล่อนมาตลอด ไม่ใช่หรือไง?"

คำพูดของเธอเปรียบเสมือนเข็มเล่มเล็กที่ทิ่มแทงใจดำ จนวรนนถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ

"มันไม่ใช่เรื่องที่ฉันจะเชื่อหรือไม่เชื่อ แต่หลักฐานมันคาตาอยู่ตรงนี้ จะให้บอกว่าคนทั้งบ้านตาบอดหรือไง?" เขากัดฟันกรอด มองดูท่าทีหยิ่งยโสของภาวิดาด้วยความหงุดหงิด

ภาวิดาแค่นหัวเราะราวกับได้ยินเรื่องตลกที่สุดในชีวิต สายตากวาดมองเหล่าคนรับใช้ที่ก้มหน้างุด "ในบ้านหลังนี้ น้ำตาของแม่จารวีคือกฎหมาย ส่วนคำพูดของฉันภาวิดาก็เป็นแค่คำแก้ตัวฟังไม่ขึ้น คุณวรนน... จะถามหาความจริงไปทำไมให้มากความ"

เธอหมุนตัวเตรียมจะเดินหนี ไม่อยากเสวนากับคนใจบอดอีกต่อไป

"หยุดเดี๋ยวนี้นะ!" วรนนตวาดลั่น "ทำของแตกแล้วคิดจะเดินหนีไปเฉยๆ โดยไม่รับผิดชอบหรือไง?"

เท้าของภาวิดาชะงักกึก แต่เธอไม่ได้หันกลับมา น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นเย็นยะเยือกจนน่าขนลุก "คุณวรนนลืมอะไรไปหรือเปล่า? ฉันคือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของคุณ การทำแจกันในบ้านตัวเองแตกใบหนึ่ง ฉันต้องรับผิดชอบอะไร? แต่ก็นะคุณวรนน... ตอนเช็คกล้องวงจรปิด ก็ช่วยดูให้ละเอียดหน่อยแล้วกัน อย่าให้มัน 'บังเอิญ' ข้ามช็อตสำคัญไปเหมือนคราวก่อนอีกล่ะ"

พูดจบ เธอก็เดินจากไปทันทีโดยไม่รีรอ

แผ่นหลังที่เหยียดตรงนั้นดูเด็ดเดี่ยว ไร้ซึ่งความอ่อนน้อมยอมจำนนเหมือนในอดีต

จารวีได้ยินคำว่า 'ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย' ก็รู้สึกเหมือนโดนตบหน้า ความเกลียดชังพุ่งพล่านในอก

ทำไมผู้หญิงพรรค์นี้ถึงยังยึดตำแหน่ง 'คุณนาย' ของบ้านไว้ได้หน้าตาเฉย?

คำพูดของภาวิดาทำให้ใบหน้าของวรนนมืดครึ้มลงกว่าเดิม โดยเฉพาะคำทวงสิทธิ์ความเป็นภรรยาที่ทิ่มแทงใจเขา

จารวีเห็นท่าไม่ดี จึงรีบขยับเข้าไปซบไหล่ชายหนุ่มอย่างออดอ้อน น้ำเสียงปนสะอื้นแต่แฝงความหวังดีจอมปลอม "พี่วรนนคะ ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ... พี่ภาวิดาแก... แกอาจจะเพิ่งออกมา สภาพจิตใจคงยังไม่ปกติ"

วรนนพยายามข่มอารมณ์โกรธ "ผู้หญิงคนนั้นก็แค่กลับมาวางก้ามอวดเบ่ง"

ตอนอยู่กับไอ้ณพล ไม่เห็นจะทำตัวแข็งข้อแบบนี้

จารวีลอบสังเกตเห็นว่าอารมณ์ของวรนนถูกปั่นป่วนได้ง่ายดายเพียงเพราะภาวิดา ในใจเริ่มสังหรณ์ไม่ดี "จารได้ยินมาว่าสังคมข้างในนั้นมันโหดร้าย... บางทีพี่เขาอาจจะติดนิสัยก้าวร้าวมาโดยไม่รู้ตัว ไม่ได้ตั้งใจหรอกค่ะ แจกันใบนี้แตกไปแล้วก็ช่างมันเถอะ จารไม่เป็นไรค่ะ ขอแค่พี่วรนนอย่าทะเลาะกันเพราะจารเลย..."

คำพูดที่ดูเหมือนจะไกล่เกลี่ย แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นการตอกย้ำว่าภาวิดาเป็นคนคุกที่มีนิสัยหยาบกระด้าง สันดานเสีย

วรนนมองไปยังทิศทางที่ภาวิดาเดินหายไป แววตาเต็มไปด้วยความรังเกียจและระแวงสงสัย ก่อนจะหันมาปลอบโยนหญิงสาวข้างกายเสียงเบา

...

ดึกสงัด

อาศัยความทรงจำและข้อมูลที่ได้จากณพล ภาวิดาลักลอบหลบสายตาของบอดี้การ์ดที่เดินเวรยาม ย่องเงียบไปยังเรือนเล็กซอมซ่อท้ายสวนที่ถูกล็อคกุญแจแน่นหนา

หัวใจของคนเป็นแม่บีบรัด้วยความเจ็บปวด เธอล้วงเอาขนมปังเนื้อนุ่มและนมกล่องที่แอบซ่อนไว้แนบอกเพื่อให้ยังมีความอุ่น สอดเข้าไปตามช่องว่างใต้ประตูไม้ผุพัง

เสียงกุกกักแผ่วเบาดังลอดออกมา ตามด้วยเสียงฉีกซองและเสียงดูดนมกลืนลงคออย่างหิวกระหายของเด็กน้อย

น้ำตาของภาวิดาไหลรินลงมาเงียบๆ ท่ามกลางความมืดมิด

ทว่า... เช้าวันรุ่งขึ้น เด็กน้อยกลับมีอาการไข้ขึ้นสูง อาเจียน และท้องเสียอย่างรุนแรง

แพทย์ประจำตระกูลถูกเรียกตัวมาดูอาการ และวินิจฉัยว่าเกิดจากอาหารเป็นพิษและร่างกายอ่อนแอจนจับไข้

เมื่อข่าวรู้ไปถึงหูวรนน เขาก็ระเบิดอารมณ์โกรธออกมาทันที

จารวีที่คอยประกบอยู่ข้างกาย แสร้งทำสีหน้าวิตกกังวลแล้วถอนหายใจ "ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้... เมื่อวานแกยังดีๆ อยู่เลย... อุ๊ย หรือว่าจะเป็นเพราะ..."

เธอแกล้งทำท่าอึกอัก ยกมือทาบอกด้วยความตกใจ พลางปรายตามองไปทางห้องพักของภาวิดา

"เพราะอะไร?" วรนนถามเสียงเข้ม

จารวีทำท่าทางหวาดกลัว แล้วกระซิบเสียงสั่น "คือ... เมื่อคืนจารเหมือนเห็นพี่ภาวิดาแอบเดินไปทางเรือนหลังบ้านน่ะค่ะ... พี่วรนนคะ จารไม่อยากจะมองพี่เขาในแง่ร้าย แต่ว่า... แต่ว่าพี่เขาเกลียดเด็กคนนี้จะตาย เกลียดที่เด็กคนนี้ทำให้ชื่อเสียงพี่เขาป่นปี้ ทำให้พี่เขาอดเชิดหน้าชูตาเป็นคุณนาย... พี่เขาอาจจะ... อาจจะคิด..."

เธอละคำพูดไว้ในฐานที่เข้าใจ แต่ความหมายนั้นชัดเจนยิ่งกว่าแสงตะวัน — ภาวิดาต้องการกำจัด 'มารหัวขน' เพื่อทวงคืนตำแหน่งคุณนายของตระกูล!

"ภาวิดา!" เพลิงโทสะของวรนนลุกโชน เขาพุ่งตัวออกไปตามล่าหาตัวภรรยาในนามทันที

ภาวิดาที่เพิ่งรู้ข่าวว่าลูกชายป่วยกำลังร้อนรนจนแทบคลั่ง แต่กลับต้องมาเผชิญหน้ากับวรนนที่กำลังโกรธจัดพร้อมข้อกล่าวหาอันเลวร้าย

"เธอมันนางงูพิษ! ขนาดเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองยังไม่เว้น! อยากจะเป็นคุณนายจนตัวสั่นขนาดนั้นเชียวเหรอ? ถึงได้กล้าใช้วิธีสกปรกแบบนี้กับเด็กตาดำๆ!"

ภาวิดาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตระหนักได้ทันทีว่าเป็นฝีมือของจารวีอีกแล้ว!

ความอยุติธรรมที่สั่งสมมาตลอดสามปี ความโกรธแค้น และความเจ็บปวดที่ลูกชายต้องมาทนทุกข์ ระเบิดออกมาในวินาทีนั้น

"วรนน! คุณมันตาบอดแล้วใจยังบอดอีกหรือไง?! นั่นมันลูกชายแท้ๆ ของฉัน! ลูกในไส้ที่ฉันยอมแลกชีวิตให้ได้! ฉันจะไปทำร้ายแกทำไม?! นังจารวีต่างหาก! มันเป็นฝีมือของนังผู้หญิงคนนั้นมาตลอด! สามปีก่อนก็มัน! ตอนนี้ก็ยังเป็นมัน! ทำไมคุณไม่ไปเช็คดูบ้างว่าเมื่อคืนมันทำอะไร?! ทำไมถึงเอาแต่เชื่อคำพูดพล่อยๆ ของมันอยู่ฝ่ายเดียว?!"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป