บทที่ 10 10

ปกติแล้วกานต์รวีไม่ค่อยกินมื้อเย็นหนักเท่าไหร่ ผิดกับสิปปกรที่ตักข้าวเพิ่มตลอดเป็นพวกกินจุ ไม่สนเรื่องแป้งหรือโซเดียมสักนิด รูปร่างของชายหนุ่มไม่ถึงกับฟิตแอนด์เฟิร์มมีกล้ามเป็นมัดๆ แต่ก็ชวนน่ามองไม่น้อย เพราะถึงจะกินตามใจปากไปนิดแต่ก็เห็นแบ่งเวลาว่างออกกำลังกายอยู่บ้าง

สิปปกรลงมาราวกับรู้เวลาเพราะจัดโต๊ะเสร็จพอดี เหลือบมองใบหน้าคมที่จับจ้องอยู่กับหน้าจอไอแพด เห็นมุมปากหยักหยัดยิ้มคล้ายอารมณ์ดีสาเหตุคงเป็นพวกเส้นกราฟเหล่านั้น

“พราวให้ป้านันมาช่วยดูแลบ้านแทนพี่ณีนะคะ”

ป้านันคือแม่บ้านที่อยู่กับลุงบัลยงก์มานาน หลังสูญเสียลุงผู้เป็นที่รักไปท่านก็กลับไปอยู่บ้านเฉยๆ เธอเลยติดต่อไปหญิงสูงวัยจึงตกปากรับคำทันที

“ทำไรก็ทำ” เจ้าของบ้านกดล็อกหน้าจอไอแพด วางมันไว้เก้าอี้ตัวข้างๆ แล้วถึงเทความสนใจมาที่เมนูบนโต๊ะอาหาร

เขาลงมือตักกับข้าวเข้าปากไม่สนใจสายตาคนที่เฝ้ารอคำชม รสชาติดีกว่าที่คิดไว้ แต่เรื่องอะไรจะเอ่ยปากชมให้คนอย่างกานต์รวีได้ใจ

แน่นอนว่าหญิงสาวหอบเอาความผิดหวังโยนทิ้งไปข้างหลัง การกระทำสำคัญกว่าคำพูดการที่สามีตักข้าวเข้าปากเรื่อยๆ แปลได้ว่ามันไม่ได้แย่อะไร

“ว่าแต่ทำไมวันนี้พี่โตไม่รอพราวก่อนคะ” หญิงสาวส่งเสียงตัดพ้อถึงเรื่องที่ชายหนุ่มหนีกลับไปก่อน ส่งไลน์ไปหาก็ไม่ยอมเปิดอ่าน

“จะอะไรนักหนา” สิปปกรเกลียดการโดนคาดคั้นหรือโดนตั้งคำถามพวกนี้ “อยากให้ช่วยตรวจก็ช่วยแล้วไม่ใช่หรือไง”

“ใจดำกับพราวจังเลยนะ เดี๋ยวก็เลิกรักซะหรอก” ทำเป็นพูดเล่นกลบเกลื่อนไปอย่างนั้น ต่อให้จะบอกว่าชินชาแล้วแต่ไม่ได้หมายความว่าข้างในไม่มีบาดแผล

“ดี! ทำให้ได้อย่างที่ปากพูดด้วย”

“อนาคตข้างหน้าก็ไม่รักแล้วไงคะ แต่ตอนนี้ยังเหลือเวลาอยู่ ขอรักพี่โตต่อไปก่อนแล้วกัน” อันที่จริงก็ทำปากเก่งไปอย่างนั้น พอถึงเวลาเข้าจริงๆ ชีวิตจะไปทางไหนยังไม่รู้เลย

“เธอ…” สิปปกรวางช้อนลงแล้วนั่งกอดอก นัยน์ตาคมกริบจดจ้องกันราวกับกำลังค้นหาความจริงบางอย่าง

“จะหย่าให้ฉันจริงๆ ใช่ไหม”

หลังจากสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักอย่างลุงบัลยงก์แล้ว ถือว่าสิปปกรถือเป็นที่พึ่งจิตใจหนึ่งเดียวของเธอในเวลานี้ หากหย่ากันแล้วก็แปลได้ว่าเธอต้องอยู่คนเดียว

“ถ้าพี่โตอยากหย่าก็ช่วยทำตัวน่ารักกับพราวบ้างสิคะ” อย่างน้อยๆ ให้เธอได้มีเวลาเก็บเกี่ยวความสุขที่เหลือบ้างก็ยังดี “

เกิดพราวเปลี่ยนใจไม่หย่าให้ขึ้นมา…อันนี้ก็ไม่รู้นะ”

การหย่าต้องเกิดจากความต้องการของเธอ หรือไม่สิปปกรต้องชดใช้หนี้ทั้งหมดที่ทำการกู้ยืมไป

นั่นคือเงื่อนไขที่ทางชายหนุ่มก็รู้ดี

“คิดจะทำอะไรกันแน่” เจ้าของสวนเคียงใจหรี่ตาลงเล็กน้อย บอกตามตรงว่าเขาไม่เชื่อว่าคนอย่างกานต์รวีจะทำตามอย่างที่พูดมา

“พราวแค่อยากให้เรามีความทรงจำดีๆ ก่อนแยกย้ายกันไปใช้ชีวิตใครชีวิตมัน” เธอหมายความอย่างที่พูดจริงๆ ในวันข้างหน้าคงมีหลายครั้งที่มองย้อนกลับมาในช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกัน

“อยู่กับคนอย่างเธอจะเรียกว่าเป็นความทรงจำที่ดีได้ยังไง”

ทว่าความหวังอันน้อยนิดเหมือนโดนปัดตกทันที ถ้ารอให้สิปปกรเป็นฝ่ายเห็นใจหรือเดินเข้ามาหาคิดว่าชาติหน้าก็คงเป็นหมันอยู่อย่างนี้

“พี่โตเปลี่ยนแพ็กเกจจิงสินค้าเหรอ” ไม่รู้จะต่อเรื่องนั้นยังไงก็เลยเปลี่ยนเรื่องคุยเสียเลย “พราวไม่ได้จะแอบดูนะ แต่พี่ทำหล่นไว้ข้างโซฟา”

สิปปกรนิ่งไปพักหนึ่ง ดีเหมือนกันที่กานต์รวีเอ่ยขึ้นมา กระแอมไอเล็กน้อยแล้วถึงเอ่ยปากถาม

“มีความเห็นยังไง”

คนตัวเล็กถึงกับเลิกคิ้วขึ้น ไม่แน่ใจว่าเมื่อครู่หูฝาดไปหรือเปล่า

“พี่โตถามความเห็นพราวเหรอคะ”

“ตรงนี้มีคนอื่นนอกจากเธอหรือไง” ชายหนุ่มว่าเสียงห้วน เกลียดรอยยิ้มที่อีกฝ่ายพยายามซ่อนแต่สุดท้ายก็ยังเล็ดลอดออกมา

“อืม สินค้าเป็นผลไม้อบแห้งใช่ไหมคะ” กานต์รวีดีใจที่เขามีเรื่องพูดคุยกับเธอแถมยังให้ช่วยเสนอความเห็นแบบนี้ ตอนที่ได้ยินตอนแรกก็เลยเหนือความคาดหมายเล็กน้อย

“กลุ่มเป้าหมายส่วนมากก็น่าจะเป็นผู้หญิง”

ผลิตภัณฑ์แปรรูปของสวนเคียงใจกระจายขายไปเกือบทั่วประเทศ แม้ว่าปัจจุบันยอดขายจะมาจากช่องทางสื่อออนไลน์เป็นหลักแต่การวางขายหน้าร้านก็ยังสำคัญอยู่

“ถ้าพราวเป็นลูกค้า พราวก็จะเลือกหยิบกล่องที่สะดุดตาแล้วก็สวยที่สุด”

“สวยกับสะดุดตาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน” สิปปกรขัดขึ้นมา

“แต่แบบประเมิน คำว่า ‘สวย’ ของผู้หญิง มีความเห็นตรงกันมากกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์นะคะ” กานต์รวีระบายยิ้มหวานๆ ให้กับสามี นึกขึ้นได้เลยหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วเปิดไฟล์ที่ตัวเองทำไว้ให้เขาดู

“อันนี้คือโทนสีของปีนี้กับปีหน้าค่ะ พราวว่าเลือกโทนอ่อนลงมาอีกสักเฉดน่าจะดี โลโก้จะเด่นขึ้นด้วยมองแล้วดูสบายตา”

โลโก้ของสวนเคียงใจยังคงใช้แบบเดิมตั้งแต่สมัยบิดาของเขา ข้อดีคือเป็นที่จดจำของนักท่องเที่ยวไปแล้ว ข้อเสียคือมันอาจจะดูล้าสมัยไปนิด และถ้าให้เดาสิปปกรคงไม่มีความคิดที่จะเปลี่ยน

“อืม”

กานต์รวีแทบอยากกลอกตาเป็นวงกลม เสนอความเห็นไปยาวเหยียดแต่เขาตอบกลับมาแค่ ‘อืม’ คำเดียว ไม่รู้เลยว่าทิศทางคำตอบจะไปทางไหนกันแน่

ดูเอาเถอะว่าสิปปกรตั้งตัวเป็นปรปักษ์กับเธอมากแค่ไหน ที่จริงงานพวกนี้ให้เธอทำแทนก็ได้แต่เขากลับจ้างเจ้าอื่นเสียอย่างนั้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป