บทที่ 13 13

จริงอยู่ที่ผัวเพื่อนเบ้าหน้าฟ้าประทาน เรื่องการบริหารงานไร่ก็เข้าขั้นโอเค แต่คนที่เข้าหากานต์รวีมีเยอะแยะ เอาที่หล่อกว่า รวยกว่า นับนิ้วดูแล้วมีไม่ต่ำกว่าสามราย

“แกอย่าพูดงี้สิ ถ้ารักคนอื่นได้ง่ายๆ ก็ถอนตัวถอนใจไปนานแล้ว” ไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยตั้งคำถามกับตัวเอง กลับกันเลยเพราะถามย้ำๆ อยู่ตลอด

แต่คำตอบก็ออกมาในรูปแบบเดิมเสมอ

“ความรักแกนี่มัน...ทรงอานุภาพมาก” ปรัชญากลอกตามองบนละเหี่ยใจ แต่อีกมุมหนึ่งก็คิดว่าอย่างน้อยเพื่อนก็ไม่เคยยื่นอาหารหมาให้กิน มีแต่ขอสูตรตำรับพิชิตใจผัว

มันก็คงรักของมัน...

“ปูนเสนอความเห็นอะไรสักอย่างซิ” คนเป็นพี่หันกดดันญาติผู้น้องของตัวเอง “เห็นไหมว่ามันนอยด์จนสมองตันคิดงานไม่ออกแล้ว”

ปวัตรเหลือบมองเจ้าของเรื่องราวความรักหวานอมขมกลืน เขาเคยได้ยินแต่ชื่อแต่ยังไม่เคยเห็นสามีของกานต์รวีสักครั้ง งานแต่งไม่ได้ไปร่วมเนื่องจากติดธุระที่ต่างประเทศกลับมาไม่ทัน

ถึงอย่างนั้นก็ยังรับรู้เกือบทุกเรื่องราวของชีวิตคู่

“คนที่เขาไม่รัก ทำไงเขาก็ไม่รัก” ไม่ได้อยากให้คำพูดรุนแรง แต่ถ้าใช้ชีวิตร่วมกันแล้วมันไม่เวิร์กก็ควรถอยออกมา

“ตายแทนเขาก็แค่ขอบคุณ แต่ไม่ได้รักอยู่ดี”

มันคือการแต่งงานโดยที่อีกฝ่ายไม่ได้เต็มใจ ก็เหมือนบังคับให้ใช้ชีวิตกับคนแปลกหน้า

“เจ็บลึกเลยเพื่อนกู”

ปรัชญาเหลือบมองผู้หญิงคนเดียวของกลุ่ม นอกจากที่กานต์รวีจะไม่โกรธแล้วมันยังนั่งทำหน้ามู่ทู่ใส่ปวัตรเหมือนกับทุกครั้ง

“หรือผัวแกไม่ได้ชอบผู้หญิงวะพราว ขนาดอยู่ใกล้ชิดกันมาร่วมปีแบบนี้ยังไม่พัฒนาไปไหน ฉันว่ามันแปลกๆ แล้วนะ”

“ก่อนแต่งงานกัน พี่โตเขาก็เคยมีแฟนมาก่อน เพราะงั้นเรื่องนี้ตัดทิ้งไปได้เลย” ถ้าจะยกเรื่องรสนิยมทางเพศขึ้นมา เธอยืนยันว่าสิปปกรชอบผู้หญิงและที่สำคัญเขาแพรวพราวมากกว่าที่เห็น

“หรือฉันต้องรุกต้องอ่อยให้แรงกว่านี้อะ” ถ้าเธอไม่ยอมหน้าด้านขนข้าวของเข้าห้องนอนเขาแบบนั้น ชาตินี้อย่าได้หวังจะได้นอนห้องเดียวกัน

“พราว” ปวัตรมุ่นหัวคิ้ว อีกทั้งน้ำเสียงยังกดต่ำไม่ชอบใจ

“มีศักดิ์ศรีสักทีเถอะ ดันทุรัง”

“ไอ้ปูน! ใจเย็น” คนเป็นพี่รีบยกมือห้ามทัพ ก่อนที่เรื่องราวมันจะบานปลายมากกว่าเดิม

“ใช่ว่ามันไปทำกับคนอื่นที่ไหน พี่โตก็ผัวมัน”

ปวัตรชะงักไปชั่วขณะก่อนที่จะผงกศีรษะเป็นเชิงรับรู้

“ตัดสินใจเองแล้วกัน”

กานต์รวีไม่ใช่ผู้หญิงโง่และตั้งแต่รู้จักกันมาเจ้าตัวแทบไม่ปล่อยให้ตัวเองเสียเปรียบ แต่นั่นใช้ได้เฉพาะกับคนที่ไม่ได้มีความสนิทสนมชิดเชื้อ ถ้าเป็นคนที่เจ้าตัวมอบมิตรภาพหรือความรักให้ก็จะเป็นอีกอย่าง

เหมือนที่เขาเอ่ยปากตักเตือนไปเมื่อครู่ กานต์รวีก็ไม่มีทีท่าโกรธเคืองแต่อย่างใด นับประสาอะไรกับผู้ชายที่เธอรักอย่างสิปปกร

วันนี้กานต์รวีไม่ได้ขับรถมาเองขากลับเลยต้องอาศัยให้เพื่อนพาไปส่งที่สวนเคียงใจ ทางด้านปีโป้นั้นโบกมือลาแล้วหนึ่งเพราะรีบไปธุระต่อ สารถีทำหน้าที่ส่งเธอกลับบ้านจึงตกไปอยู่กับปวัตรที่ยังออกอาการมึนตึงใส่กันไม่หยุด

“แกโกรธอะไรขนาดนั้นอะ” ไม่อยากให้บรรยากาศมันอึมครึมไปมากกว่านี้ กานต์รวีเลยไม่รีรอที่จะเป็นฝ่ายเอ่ยปากปรับความเข้าใจก่อน

“ขอโทษที่เอาแต่เรื่องพวกนี้มาปรึกษา ต่อไปจะไม่ทำแล้ว”

“ไม่ทำอะไร”

เจ้าของร่างสูงยอมหยุดฝีเท้าแล้วถามกลับไป ที่หญิงสาวบอกว่าต่อไปจะไม่ทำแล้ว เขาคาดว่าเจ้าตัวน่าจะเข้าใจไปอีกทาง

“ไม่เอามาปรึกษาแล้วไง มันก็น่ารำคาญใช่ไหมล่ะ รู้ตัวแหละ แต่ไม่มีเพื่อนที่ไหนแล้วนี่” กานต์รวีตัดพ้อเสียงอ่อย คนที่เธอเรียกว่าเพื่อนได้จริงๆ ก็มีแค่ปรัชญากับปวัตรเท่านั้น

“ช่างเถอะ” ปวัตรถึงกับผ่อนลมหายใจ เขาไม่ได้เบื่อเธอแต่เบื่ออีกคนที่เป็นเจ้าของหัวข้อสนทนามากกว่า

“ขึ้นรถได้แล้ว เดี๋ยวไปส่ง” ชายหนุ่มยอมปัดเรื่องนั้นออกจากหัว พยักพเยิดหน้าบอกคนตัวเล็กที่เริ่มยิ้มออกเมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้โกรธอะไร

กานต์รวีพนมมือขึ้นระหว่างอกด้วยความซาบซึ้งใจ ปากเรียวบางเอ่ยคำอธิษฐาน

“ขอให้ผลบุญกุศุลที่แกรับฟังเรื่องราวของฉันในครั้งนี้ ส่งผลให้แกเจอกับความรักดีๆ ด้วยเถิด สาธุ”

คนทำหน้าที่ขับรถได้แต่ส่ายหน้าก่อนยื่นมือผลักศีรษะเพื่อนไปหนึ่งที คนตัวเล็กทำทีโวยวายเมื่อโดนรังแกแต่ไม่ได้โต้อะไรกลับมา ปากเรียวบางนั่นเริ่มส่งเสียงเมื่อเพลงโปรดวนมาพอดี

เจ้าของใบหน้าคมมีรอยยิ้มผุดขึ้นมา แต่นึกถึงหน้าใครอีกคนรอยยิ้มก่อนหน้านี้กลับเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว

‘ถ้ารักคนอื่นได้ง่ายๆ ก็ถอนตัวถอนใจไปนานแล้ว’

ประโยคของกานต์รวีดังขึ้นซ้ำอีกครั้งในหัวของปวัตร จะว่าไปตั้งแต่เพื่อนแต่งงานมาเขายังไม่มีโอกาสได้เจอตัวจริงสิปปกรเลยสักครั้ง

“เขาทำอะไรไม่ดีกับพราวหรือเปล่า”

“ใคร? พี่โตเหรอ?” ชายหนุ่มเหลือบมองหน้ากันก่อนที่จะกดศีรษะลง “ถ้าไม่นับเรื่องปากร้ายก็…ไม่นะ” 

บางทีปวัตรอาจจะกำลังเข้าใจผิดว่าสิปปกรทำร้ายร่างกายเธอ ซึ่งความจริงแล้วเขาไม่เคยทำแบบนั้นเพราะแค่เฉียดเข้าใกล้เขายังไม่ทำเลย

“เสียใจไหม”

“อือ มันต้องมีอยู่แล้ว” สิ่งที่สิปปกรทำร้ายเธอก็มีแต่วาจาที่เปรียบเสมือนมีดแหลมคมที่บาดลึกกลางใจคนฟัง “ทำให้ใครสักคนหันมารัก มาสนใจเรานี่มันยากเนอะ”

“ยากดิ” ปวัตรกระตุกยิ้ม “ถ้าทำได้ง่ายๆ ทั้งโลกคงมีแต่คนสมหวัง”

“ขนาดพราวมีแต้มต่อยังทำคะแนนยากเลย ผู้ชายอะไรไม่รู้ใจแข็งยังกับหิน” แอบหวั่นใจอยู่ด้วยซ้ำว่าคืนนี้จะเข้าห้องนอนสามีได้หรือเปล่า ไม่ใช่ว่าเขาหาโซ่มาคล้องกุญแจไว้แล้วเหรอ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป