บทที่ 16 16
ไม่รู้ว่าเมื่อคืนสิปปกรได้กลับเข้ามานอนที่ห้องหรือเปล่า จำได้ว่าเผลอสะดุ้งตื่นขึ้นมาช่วงเที่ยงคืนแล้วยังพบว่าบนเตียงมีแค่เธอคนเดียว พอเปิดประตูออกไปดูยังเห็นว่าไฟด้านล่างเปิดอยู่ แปลว่าจนถึงตอนนั้นชายหนุ่มก็ยังนั่งทำงานหรือไม่เขาก็ปักหลักนอนที่นั่นไม่คิดจะขึ้นมาบนห้อง
กลายเป็นว่าวันนี้ทั้งวันเธอยังไม่เห็นแม้แต่เงาของสิปปกร โทรหาเขาก็ไม่รับสายเธอเลยไม่คิดเซ้าซี้ต่อเพราะรู้ว่าต่อให้โทรจนสายแทบไหม้คนอย่างสิปปกรคงไม่คิดจะรับอยู่ดี
“คุณตะวัน” กานต์รวีชะงักฝีเท้าหลังจากเดินออกมารับลมหน้าบ้านแล้วเห็นลูกน้องคนสนิทของสามี “พี่โตไปกรุงเทพฯ แล้วเหรอคะ”
“อ่า...ครับ ไปเมื่อเช้านี้เอง”
อันที่จริงเธอพอจะเดาได้แล้วแหละเพราะไม่เห็นกระเป๋าเดินทาง สิปปกรจงใจเดินทางก่อนกำหนดคงเพราะกลัวว่าเธอจะหาทางติดสอยห้อยตามไปด้วย
“ส่วนรถคุณพราวน่าจะเสร็จพรุ่งนี้เย็นๆ ยังไงเดี๋ยวผมจัดการขับมาให้เองครับ”
กานต์รวีพยักหน้าตอบรับก่อนที่อีกฝ่ายจะขอตัวกลับไปทำงานต่อ ดีที่เมื่อเช้าเธอโทรหาปวัตรขอให้เพื่อนแวะมารับเพื่อที่จะไปกรุงเทพฯ พร้อมกัน ไม่งั้นคงได้วุ่นโทรเลื่อนนัดลูกค้าอีก
วันรุ่งขึ้นปวัตรมารับตั้งแต่เช้า แม้จะเป็นเพื่อนกันแต่กานต์รวีรู้สึกเกรงใจเลยหาทำมื้อเช้าง่ายๆ อย่างพวกแซนด์วิชติดมือมาด้วย
“ฝีมือดีไม่ตก ยืมตัวไปเป็นแม่ครัวหน่อยดิ”
“ที่จริงกะจะทำข้าวให้กินนี่แหละ แต่อย่างที่รู้ว่าพี่โตหวงความเป็นส่วนตัวพราวเลยไม่อยากเสี่ยง ซอรี่นะปูน”
“แซนด์วิชก็ไม่ได้แย่ ไม่เสียเวลาด้วยไง”
“ไว้พราวคุยงานกับลูกค้าเสร็จแล้วเราไปหาอะไรอร่อยๆ กินกัน” ไม่อยากนึกถึงคนใจร้ายเท่าไหร่เลยหาชวนคุยเรื่องอื่น “พราวอยากกินบุฟเฟต์อันนั้นอะ ไม่รู้ต้องจองคิวล่วงหน้านานไหม”
“เดี๋ยวจัดการให้” ปวัตรยกยิ้ม “แล้วรอกลับพร้อมกันเลยใช่ไหม”
“อาจจะกลับก่อน” ทั้งที่ตอนแรกบอกว่าไม่อยากนึกถึง แต่สุดท้ายในหัวก็ยังมีแต่ชื่อของสิปปกรวนเวียนเต็มไปหมด “ไม่ต้องไปส่งนะ พราวว่าจะกลับพร้อมกับพี่โต”
ได้ยินแบบนั้นปวัตรจึงพยักหน้ารับไม่คิดต่อความยาวสาวความยืด
ส่วนกานต์รวีใช้วิวข้างทางเป็นที่พักสายตา ปกติแล้วหากมีลูกค้าในกรุงเทพฯ ต้องการนัดคุยงานแบบเจอหน้าส่วนมากปรัชญาจะรับหน้าที่นี้เป็นส่วนใหญ่ เพราะเจ้าตัวมากรุงเทพฯ ทุกอาทิตย์อยู่แล้ว เพียงแต่ครั้งนี้ลูกค้าเอ่ยชัดว่าอยากให้เป็นเธอ
กานต์รวีจองที่พักไว้สองคืนเนื่องจากสถานที่ใกล้ๆ โรงแรมมีจัดงานเกี่ยวกับวงการธุรกิจ SME พอดี เลยตั้งใจว่าจะไปหาเดินเสาะหาข้อมูลใส่หัวเพิ่มสักหน่อย เพราะมีแพลนจะขยับขยายธุรกิจตัวเองในอนาคตอันใกล้
อีกครึ่งชั่วโมงจะถึงเวลาที่นัดกานต์รวีเลยใช้ร้านกาแฟชั้นล่างของทางโรงแรมเป็นที่นั่งรอ ระหว่างที่ยังว่างอยู่เลยนั่งดูข้อมูลของลูกค้าไปพลางๆ
นอกจากต้องนำเสนอสินค้าของเราให้ลูกค้าสนใจแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการสังเกตและหาข้อมูลของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบธุรกิจหรือแม้กระทั่งไลฟ์สไตล์ของลูกค้า เธอมองว่าข้อมูลทุกอย่างล้วนมีผลต่อการนำเสนอทั้งหมด
ลูกค้าคนนี้ชื่อธราธิปอายุอานามน่าจะเด็กกว่าสิปปกรสักหนึ่งปีหรือไม่ก็สองปี เขาได้รับการแนะนำมาจากคุณปิ่นมณีซึ่งเป็นลูกค้าประจำของเธออีกหนึ่งทอด
ด้วยเหตุผลนี้แหละ เธอถึงต้องลงทุนมาพบกับธราธิปด้วยตัวเองแทนที่จะเป็นปรัชญาอย่างทุกครั้ง เพราะทางธราธิปเป็นฝ่ายเอ่ยปากเองว่าอยากคุยเรื่องงานกับเธอมากกว่าคนอื่น
กานต์รวีเข้าห้องน้ำสำรวจตัวเองอย่างถี่ถ้วนอีกครั้งก่อนที่จะกลับมานั่งโต๊ะเดิม ภาพลักษณ์ก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในการพบปะลูกค้าเช่นกัน
ธราธิปปรากฏตัวในเวลานัดหมายไม่ขาดไม่เกิน ธุรกิจของชายหนุ่มทำเกี่ยวกับเครื่องหอม สินค้าเกินครึ่งมักถูกซื้อเป็นของขวัญหรือของฝากมากกว่าซื้อใช้เอง เพราะฉะนั้นแพ็กเกจจิงจึงจะเน้นการความสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้า ให้ผู้รับรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนพิเศษที่ได้รับของขวัญชิ้นนี้
หลังจากนำเสนองานดูเหมือนว่าผลลัพธ์น่าจะเทไปทางที่น่าพอใจสำหรับกานต์รวี
“เอาตามนั้นเลยแล้วกันครับ”
“ได้เลยค่ะ อีกประมาณหนึ่งอาทิตย์พราวจะส่งตัวอย่างให้คุณเจย์นะคะ” หญิงสาวระบายยิ้มเต็มวงหน้า หากทางธราธิปตกลงที่จะร่วมงานกันยาวๆ ก็ถือว่าเป็นผลดีกับเธอ
กานต์รวีจัดการส่งบรีฟเข้าไลน์กลุ่มให้กับทางทีมออกแบบ แต่กลับต้องชะงักเมื่อเงยหน้าจากไอแพดแล้วเจอกับสายตาของธราธิปที่จับจ้องกันอยู่
“นี่ก็เที่ยงพอดี คุณพราวอุตส่าห์มาถึงกรุงเทพฯ ผมขอเลี้ยงข้าวได้ไหมครับ” นี่เป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มมีโอกาสได้เจอกับกานต์รวีหลังจากที่ติดต่อกันเรื่องงานผ่านทางไลน์มาโดยตลอด
“อ่า...ขอโทษด้วยนะคะคุณเจย์” คนถูกชวนส่งยิ้มจางๆ ให้ลูกค้าหนุ่ม ก่อนแสร้งยกมือขึ้นเพื่อดูนาฬิกา “พอดีพราวนัดกับสามีไว้แล้วค่ะ”
สำหรับกานต์รวีแล้วงานคืองานและเธอไม่สะดวกใจไปไหนต่อกับลูกค้า ซึ่งดูเหมือนธราธิปจะชะงักไปชั่วขณะหลังจากที่ได้ยินและเห็นแหวนบนนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ
“น่าเสียดายนะครับ” เพราะคุยกับกานต์รวีถูกคอเลยอยากทำความรู้จักเพิ่มอีกนิดก็ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะแต่งงานมีสามีเป็นตัวเป็นตนแล้ว
“ถ้าอย่างนั้นผมคงต้องขอตัวก่อน”
หญิงสาวค้อมศีรษะลงเล็กน้อยพร้อมส่งรอยยิ้มก่อนที่ฝ่ายชายจะปลีกตัวออกไปในที่สุด
ตอนนี้ปาเข้าไปจะบ่ายสองแล้วทั้งวันมีเพียงแซนด์วิชกับกาแฟตกถึงท้อง หลังจากเอาของขึ้นไปเก็บบนห้องกานต์รวีติดต่อหาสิปปกรแต่กลับถูกอีกฝ่ายตัดสายเลยไม่อยากโทรซ้ำบางทีตอนนี้เขาอาจจะติดธุระสำคัญอยู่
“จะเอาอย่างนี้ใช่ไหม!”
