บทที่ 17 17
สิปปกรปิดกั้นกันทุกทางแล้วถ้าเธอยังเอ้อระเหยอยู่แบบนี้สุดท้ายคงได้อยู่กับความว่างเปล่า เธอรู้ว่าคนเป็นสามีตั้งใจดึงเกมไปเรื่อยๆ และพยายามหลีกเลี่ยงเธอให้ถึงที่สุดจนกว่าจะถึงวันหย่า
มาถึงจุดนี้แล้วก็ต้องสู้ให้ถึงที่สุดสิ เพราะงั้นไอ้เรื่องความน้อยใจเสียใจควรพับเก็บ ไม่ต้องสนใจมันยิ่งดีถือคติ ‘ด้านได้ อายอด’ เป็นพอ
ตั้งใจว่าจะไปเดินเล่นในงานที่จัดอยู่ตึกข้างๆ โรงแรมเห็นว่าภายในงานมีขายของกินอยู่หลายบูธ น่าจะได้หิ้วของกินเล่นขึ้นไปกินบนห้องมากกว่าต้องไปนั่งกินในห้องอาหารคนเดียวเหงาๆ
กานต์รวีก้าวออกจากประตูเมื่อลิฟต์หยุดที่ชั้นสองซึ่งมีทางเชื่อมไปยังอาคารจัดงานได้ มีป้ายตั้งบอกชัดเจนว่าเลี้ยวขวาคือทางเชื่อม
ใช้เวลาว่างเดินเตร็ดเตร่อยู่ในงานได้ราวๆ ครึ่งชั่วโมง น้ำย่อยในกระเพาะเริ่มส่งเสียงประท้วง แต่จากที่เดินสำรวจบูธขายของกินแล้วไม่ค่อยมีอะไรน่าดึงดูดใจเท่าไหร่ เห็นทีคงได้กลับไปสั่งอาหารที่โรงแรมขึ้นไปกินบนห้องแล้วกระมัง
จังหวะที่ตัดสินใจจะเดินกลับที่พัก ปลายเท้าของกานต์รวีต้องหยุดชะงักโดยที่หัวใจนั้นอยู่ๆ ก็วูบโหวงขึ้นมาโดยพลัน ดวงตากลมจับจ้องไปยังชายหญิงคู่หนึ่งที่ตอนนี้ถูกกลืนหายไปกับฝูงชน
ไม่มีทางที่เธอจะจำสิปปกรผิด ผู้ชายคนเมื่อครู่คล้ายคลึงกับสามีของตัวเองมากเสียจนน่าใจหาย แต่สาเหตุที่ทำให้โหวงในอกคงเป็นเพราะเธอเห็นชายหนุ่มคนนั้นมากับผู้หญิงอีกคนซึ่งมองหน้าไม่ชัดเพราะสายตาเธอดันไปปักหลักฝ่ายชายมากกว่า
กว่าจะตั้งสติได้ก็ปาไปหลายสิบวินาที ปลายเท้าเรียวรีบเบี่ยงเปลี่ยนเส้นทางเพื่อตามไขข้อข้องใจ แต่ไม่ว่าจะเดินวนหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอจนกานต์รวีนึกถอดใจ
จากที่ตอนแรกจะแวะซื้อกาแฟไว้นั่งดื่มตอนปั่นงาน แต่จิตใจตอนนี้ไม่มีอารมณ์จะทำอะไรทั้งนั้น กระทั่งความหิวยังเลือนหายไปราวกับเสกได้
ช่วยบอกทีว่าภาพที่เห็นเมื่อครู่เป็นเพียงการเข้าใจผิดของเธอ...
สิปปกรมากรุงเทพฯ เพื่อเจรจาเรื่องติดต่อขอซื้อที่ดิน แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายกับการโน้มน้าวใจให้อีกฝ่ายยอมขาย แม้ว่าจำนวนตัวเลขที่เขาเสนอไปนั้นจะมากกว่าราคาประเมินก็ตาม
เดิมทีปู่ของเขาเคยเป็นเจ้าของที่ดินผืนนั้นมาก่อน แต่มีเรื่องจำเป็นเลยต้องขายทิ้งในตอนนั้น มันมีคุณค่าต่อความทรงจำดังนั้นสิปปกรเลยวานให้อธิปช่วยสืบหาเจ้าของปัจจุบัน
ทีแรกคุณวันชัยต้องการที่จะขายแต่ไม่รู้เพราะสาเหตุอะไรถึงได้มีท่าทีคล้ายจะเปลี่ยนใจ
“ผมขอเก็บไปคิดดูก่อนแล้วกัน ไว้จะให้คำตอบอีกที”
แปดสิบเปอร์เซ็นต์ของคนที่บอกขอกลับไปคิดดูก่อนนั้นส่วนใหญ่มักจบลงที่ปฏิเสธ กระนั้นสิปปกรยังคงต้องส่งยิ้มตามมารยาทที่มนุษย์พึงมี
“ครับ” สำหรับเขาเงินสามารถซื้อได้ทุกอย่างก็จริง แต่มันคงใช้ไม่ได้กับทุกคนโดยเฉพาะคนที่ไม่เดือดร้อนเรื่องพวกนี้ แม้จะเสียดายที่ตัวเองไม่สามารถนำที่ดินของปู่กลับมาได้ แต่สุดท้ายเขาก็พร้อมยอมรับผลของมัน
การที่อีกฝ่ายบอกจะให้คำตอบอีกทีแต่ไม่ได้ระบุเวลามันก็คือคำตอบที่ชัดเจน สิปปกรเป็นคนเข้าใจอะไรง่าย เขาไม่คิดเซ้าซี้แต่อย่างใด
“ถ้าอย่างนั้นผม…” เขายังพูดไม่ทันจบประโยค คนที่ไม่คิดว่าจะเจอที่นี่กลับเสนอหน้ายืนเยื้องส่วนหัวโต๊ะ
มาได้ยังไงวะ?
สิปปกรยอมรับว่าตกใจที่เจอเมียตีทะเบียนโผล่มาแบบนี้ แต่ก็ไม่คิดแสดงตัวว่ารู้จักกันเพราะสิ่งที่อีกฝ่ายทำนั้นค่อนข้างเสียมารยาท
“คุณลุง สวัสดีค่ะ” กานต์รวีเพิกเฉยต่อสายตาตำหนิของสามีแล้วเทความสนใจไปทางผู้สูงวัยที่รับไหว้เธอด้วยสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย ทว่าไม่กี่วินาทีรอยยิ้มเด่นชัดขึ้น
“อ้าวหนูพราว มาทำอะไรที่นี่ลูก”
“พราวมากับพี่โตค่ะ” ฝ่ามือบางแตะเข้ากับต้นแขนแกร่งพร้อมถือวิสาสะนั่งลงข้างๆ คนเป็นสามี
“พี่โตเป็นสามีของพราวเองค่ะคุณลุง”
“หืม?” วันชัยแปลกใจไม่น้อยที่หลานสาวของรุ่นพี่แนะนำผู้ชายตรงหน้าว่าเป็นสามี “ทำไมลุงถึงไม่รู้เรื่องที่เราแต่งงาน”
“พอดีเราจัดงานกันแบบเล็กๆ แค่คนในครอบครัวค่ะ ช่วงนั้นลุงสันเริ่มป่วยแล้วด้วย พราวขอโทษที่ไม่ได้ส่งการ์ดเชิญนะคะ”
ก่อนหน้าที่กานต์รวีจะตัดสินใจกลับขึ้นห้อง มองลงมาเห็นสามีตัวเองนั่งอยู่ที่โต๊ะเดียวกันกับที่ตัวเองเคยนั่งคุยงานก่อนหน้านี้ เพราะงั้นเลยเปลี่ยนเป้าหมายลงมาชั้นล่างแทนเพื่ออยากค้นหาความจริง
แต่ก็ไม่คิดว่าคนที่นั่งอยู่กับสิปปกรจะเป็นคนรู้จัก กานต์รวีไม่ได้ทะเล่อทะล่าเดินเข้าหาในทันทีแต่ยืนมองอยู่สักพักจนคาดคะเนได้ว่าพวกเขากำลังเจรจาบางอย่างกันอยู่
ท่าทีของคุณลุงวันชัยทำให้รู้ว่าการเจรจาที่สิปปกรตั้งใจมาถึงที่นี่นั้นอาจไม่ประสบความสำเร็จ นั่นคือเหตุผลที่เธอจำเป็นต้องทำตัวเสียมารยาทแบบนี้
“ลุงเข้าใจ” วันชัยระบายยิ้มเมื่อนึกถึงรุ่นพี่ที่มีบุญคุณอย่างบัลยงก์ ชายสูงวัยลอบระบายลมหายใจออกเล็กน้อยถึงค่อยหันกลับมาทางหนุ่มรุ่นลูกแล้วส่งยิ้มให้ “ผมไม่รู้มาก่อนเลย”
“ผมก็เพิ่งทราบเหมือนกันครับ” สิปปกรจำต้องรับคำปั้นหน้ายิ้มเมื่อเห็นท่าทีอีกฝ่ายเปลี่ยนไปเล็กน้อย ทั้งสายตา ทั้งน้ำเสียง ดูเหมือนวันชัยจะเอ็นดูกานต์รวีอยู่ไม่น้อย จากการที่หญิงสาวใช้คำพูดรวมถึงแทนตัวเองแบบนั้นแปลว่าทั้งสองคนคงสนิทในระดับหนึ่ง
