บทที่ 18 18

“พราวกับพี่โตไม่ค่อยคุยกันเรื่องงานน่ะค่ะ” คิดว่าให้เหตุผลนี้แบบนี้น่าจะฟังขึ้นอยู่

“สามีเราเขามาติดต่อขอซื้อที่ดินกับลุง” คนสูงวัยครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ลอบถอนหายใจเล็กน้อย “ที่จริงลุงตั้งใจจะเก็บไว้เป็นของขวัญหลานชายน่ะ”

กานต์รวีพยักหน้ายิ้มรับเข้าใจกับสิ่งที่ท่านพูดมา เธอเองก็แค่อยากเข้ามาทักทายเพื่อนของลุงบัลยงก์หลังจากที่ไม่ได้เจอกันนาน

“เห็นว่าเป็นผืนที่มีความหมายกับครอบครัวใช่ไหม”

ทว่าอยู่ๆ ท่านก็หันไปถามสิปปกรด้วยคำถามที่ดูเหมือนทิศทางคำตอบจะเปลี่ยนไป

“ครับ” ซึ่งคนเป็นสามีของเธอก็ตอบรับด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ส่วนกานต์รวีนั้นตื่นเต้นดีใจไปล่วงหน้าแต่ก็ยังพยายามซ่อนอาการไว้ตามมารยาท

“งั้นก็เอาตามราคาประเมินแล้วกัน” วันชัยเห็นแก่มิตรภาพของตัวเองกับบัลยงก์ในอดีต อีกฝ่ายเคยให้ความช่วยเหลือกับเขาไว้เยอะ “กับลูกกับหลานผมไม่คิดเอากำไร”

“ขอบคุณนะคะคุณลุง”

กานต์รวีคลี่ยิ้มเต็มวงหน้าก่อนยกมือไหว้คนสูงวัย ในขณะที่สิปปกรยังคงนั่งนิ่งมีเพียงรอยยิ้มจางๆ แต่งเติมบนริมฝีปากเท่านั้น

แปลว่าธุระที่สิปปกรเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ สำเร็จแล้ว...

กานต์รวีอยากเห็นสิปปกรประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้าน เพราะงั้นถ้าเรื่องไหนเธอพอจะช่วยได้ก็พร้อมผลักดันเต็มที่ การที่คุณลุงวันชัยยอมขายที่ดินในราคาประเมินให้มันก็ถือว่าเป็นเรื่องราวที่ดีไม่ใช่เหรอ

แล้วทำไมสิปปกรถึงได้ดูไม่พอใจเท่าไหร่ หลังจากแยกกับชายสูงวัย เธอก็พาสิปปกรขึ้นมายังห้องพักที่จองเอาไว้ เขายอมเดินตามมาง่ายๆ แต่กลับไม่พูดไม่จาจนเธอสัมผัสได้ถึงอารมณ์คุกรุ่นของเขา

ซึ่งพอก้าวขาเข้ามาในห้องไม่ทันไร เขาก็เริ่มเปิดฉากปะทะใส่ทันที

“ทำบ้าอะไร!” น้ำเสียงของสิปปกรห้วนกระด้างแถมยังยกนิ้วชี้หน้าใส่กันอย่างหยาบคาย

“พราวก็ช่วยพี่โตไง” เขาจะมาใส่อารมณ์กับเธอทำไม

“ช่วย?” เจ้าของร่างสูงแค่นหัวเราะทว่านัยน์ตาคมกลับตวัดมองกันอย่างทิ่มแทง ริมฝีปากหยักบิดยิ้มก่อนเอ่ย “ช่วยได้แล้วรู้สึกยังไง”

“ก็ต้องดีใจสิคะที่ช่วยพี่โตได้ โอ๊ย…พี่โต!” กานต์รวีร้องเสียงหลงเมื่อเขาคว้าข้อมือเธอแล้วบีบแรงจนรู้สึกเจ็บ

“พราวเจ็บนะ!”

“มีความสุขมากใช่ไหมที่กดหัวคนอย่างฉันลงได้ กะหยิบยกบุญคุณรอบนี้ไว้ต่อรองกับอะไรอีกล่ะ”

“ไปกันใหญ่แล้วค่ะ” เรื่องแค่นี้ทำไมเขาต้องยกคำว่าบุญคุณขึ้นมาด้วย “พราวมีนัดคุยงานกับลูกค้าที่นี่พอดี แล้วก็บังเอิญเห็นพี่โตกับคุณลุง“

“บังเอิญได้ยินที่ฉันคุยกับเขาด้วยงั้นสิ?”

“….”

“รู้อะไรไหม” สิปปกรยอมปล่อยข้อมือหญิงสาวในที่สุด เหลือบตามองรอยแดงที่เกิดขึ้นกับผิวบางนั่นแล้วก็ได้แต่แสยะยิ้ม “ฉันเกลียดเธอก็เพราะแบบนี้ไง ไอ้ท่าทีเหนือกว่าเหมือนต้องการให้ฉันก้มหมอบเพื่อยอมรับการช่วยเหลือของเธอน่ะ”

“พราวไม่เคยคิดแบบนั้น”

“ไม่คิดอะไร! เธอทำมันลงไปแล้ว!” มันคือความหวังดีที่เขาไม่เคยต้องการจากผู้หญิงคนนี้ “ที่ชีวิตฉันต้องมาติดแหง็กกับผู้หญิงอย่างเธอ ไม่ใช่เพราะสาเหตุนี้หรือไง!”

กานต์รวีนิ่วหน้ากับคำปรามาสที่คนเป็นสามีโยนใส่กัน เธออาจจะรักเขาจนบางทีก็ตาบอดไปบ้างแต่สิ่งที่สิปปกรพูดมานั้นมันก็ใช่ว่าถูกต้องทั้งหมด

ทำไมถึงผลักความผิดให้เธออยู่ฝ่ายเดียวล่ะ

“เป็นพี่โตที่ตกลงเองไม่ใช่เหรอคะ” พอเอ่ยไปแบบนั้นเขาก็ดูนิ่งไปเล็กน้อย “ทางพราวแค่ยื่นข้อเสนอ ถ้าพี่ไม่โอเคก็แค่ปฏิเสธมันก็จบ”

“…”

“อย่าโยนว่าเป็นความผิดของพราวคนเดียวสิ”

“คนอย่างเธอนี่มันน่าเหลือเชื่อจริงๆ” สิปปกรถึงกับแหงนหน้าแค่นหัวเราะ บอกแล้วไงว่าคนอย่างกานต์รวีมีพิษสงมากกว่าที่เห็น “ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องนั้น สาบานเลยว่าต่อให้เหลือเธอเป็นคนสุดท้ายบนโลก ฉันก็จะไม่มีทางเฉียดเข้าใกล้ให้เนื้อตัวสกปรก”

คนอะไร ปากคอช่างเราะราย

“พี่โตอยากลองสกปรกดูบ้างไหมล่ะคะ ความจริงถ้าพี่อยากหย่า บางทีอาจจะต้องยอมกัดฟันทำอะไรที่มันฝืนใจตัวเองบ้างนะ” เจ้าของร่างบางจงใจใช้เนื้อตัวเบียดเสียด ปลายเล็บครูดกับแผงอกกว้างผ่านเนื้อผ้าชั้นดี

“เสี้ยนจนต้องยกข้อเสนอแบบนี้ขึ้นมาเลยหรือไง”

กานต์รวีเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเปล่งเสียงออกไปด้วยท่าทีไร้ความกริ่งเกรง “ถ้าพี่โตทำหน้าที่สามีที่ดีบ้าง พราวอาจจะยอมลดหนี้ให้ก็ได้นะคะ”

“เท่าไหร่” แม้จะรู้ว่ามันคือหลุมพราง แต่สิ่งที่ผู้หญิงหน้าด้านพูดมานั้นมันทำให้เขาคิดได้ บางทีอาจจะต้องกัดฟันยอมทำอะไรที่ฝืนใจ

“ว่าไง? เธอจะลดหนี้ให้ฉันเท่าไหร่” 

“ครั้งละแสนเป็นไงคะ” ถ้าเขากล้าทำเธอก็กล้าให้ “พราวใจป้ำขนาดนี้ พี่โตล่ะ พูดแล้วกล้าทำหรือปะ...”

ท้ายประโยคคำพูดของกานต์รวีถูกกลืนหายลงกับไปในลำคอเมื่อถูกเจ้าของร่างสูงดึงตัวเข้าหา ก่อนที่เขาจะกระแทกริมฝีปากลงมาบดเบียดไร้ซึ่งความอ่อนโยน

ทุกสัมผัสที่ได้รับเต็มไปด้วยอารมณ์หยาบโลนตามแรงโทสะชายหนุ่ม กานต์รวีได้แต่ดีดดิ้นเพื่อหาทางออกจากพันธนาการนี้ แต่สิปปกรกลับกักขังกันด้วยวงแขนแข็งแกร่ง หญิงสาวเบี่ยงหน้าหนีทว่าปลายคางถูกฝ่ามือใหญ่บีบไว้จนเรียวปากบางเผยอออก

“อื้อ” เขาแทรกเรียวลิ้นเข้ามาในโพรงปาก เกี่ยวกระหวัดกวาดต้อนไม่แยแสต่อการดิ้นรน ยิ่งเธอต่อต้านมากเพียงใดเขายิ่งรุกรานมากเท่านั้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป