บทที่ 20 20

กานต์รวีหดมือลงแนบข้างลำตัว ใบหน้าอิ่มแสดงความตัดพ้อชั่วขณะก่อนปรับเปลี่ยนสีหน้าอย่างรวดเร็ว

“เสียดายจัง” เสียงหวานบ่นพึมพำ ก็แค่อยากมีโมเมนต์นั่งกินข้าวในร้านอาหารที่บรรยากาศดีๆ บ้าง อุตส่าห์ได้มากรุงเทพฯ กับสามีทั้งที แต่ดูเหมือนมันจะไกลเกินเอื้อมสำหรับเธอไปหน่อย

“ถ้ายังไม่อยากกลับ จะอยู่เที่ยวต่อก็เรื่องของเธอ” สำหรับสิปปกร เวลาเป็นเงินเป็นทองไม่มีมานั่งคิดแต่เรื่องไร้สาระไปวันๆ เหมือนผู้หญิงคนนี้

“พี่โต รอพราวด้วย” กานต์รวีอยากกรีดร้อง หันมาอีกทีก็พบว่าชายหนุ่มคว้ากระเป๋าเดินออกจากห้องไปแล้ว “อย่าเพิ่งปิดลิฟต์นะคะ รอก่อนๆ”

เจ้าของใบหน้าคมเข้มกระแทกลมหายใจออกด้วยความเบื่อหน่าย ไม่ต้องหันไปมองก็พอจะรู้ว่าเจ้าตัวกำลังซอยเท้าตามหลังมาติดๆ

สิปปกรทนฟังเสียงท้องร้องของกานต์รวีมาสักพักแล้ว เขาเกลียดคนพูดไม่รู้ฟังทั้งที่บอกไว้ล่วงหน้าแล้วว่าให้หาอะไรกินให้เรียบร้อย

สุดท้ายเขาต้องยอมเสียเวลาเลี้ยวเข้าปั๊มน้ำมัน เพื่อให้ตัวปัญหาลงไปซื้อของกิน

“รีบซื้อรีบมา” ชายหนุ่มปรายตามองคนตัวเล็กที่แม้แต่ตอนนี้ก็ยังมีรอยยิ้มเปื้อนหน้า กานต์รวีเป็นผู้หญิงประเภทไม่สะทกสะท้านอะไร จนบางทีเขาก็จนปัญญาที่จะสั่งสอนเธอ

“พี่โตเอาด้วยไหม” หญิงสาวเอ่ยปากถามตามฉบับคนมีน้ำใจ

“ไม่”

“ตอบเร็วจังค่ะ พราวหมายถึงกาแฟนะ” กานต์รวีย่นจมูกเล็กน้อยเมื่อโดนสามีตอบปัดทันที เห็นแบบนี้ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากแซว “แอบคิดถึงเรื่องอื่นหรือเปล่าเนี่ย”

เจ้าของนัยน์ตาคมกริบตวัดมองไม่ชอบใจ ทั้งที่เพิ่งออกปากเตือนไปเมื่อคืนหยกๆ ว่าให้เลิกปากดี ยิ่งมองอากัปกิริยาล้อเลียนตรงหน้าก็ยิ่งเดือดปุดๆ อยู่ในใจ ลมหายใจถูกกระแทกออกมาขณะที่ริมฝีปากหนาเหยียดยิ้ม

“ผู้หญิงอย่างเธอนี่มันไร้ยางอายจริงๆ”

“ไม่คุยเรื่องนี้แล้วดีกว่า เดี๋ยวพี่โตความดันขึ้น”

กานต์รวีใช้จังหวะที่สิปปกรโต้กลับไม่ทัน รีบลงจากรถแล้วเดินดุ่มๆ ไปยังร้านกาแฟที่อยู่ห่างจากรถเล็กน้อย ริมฝีปากบางระบายยิ้มเต็มวงหน้าแม้เพิ่งลับฝีปากกับคนเป็นสามีมาหมาดๆ

อาจจะเป็นเพราะช่วงเลิกงานพอดีหรือเปล่า คนในร้านกาแฟถึงได้ดูหนาตามากกว่าที่คิด

“เป็นอเมริคาโน่ไม่หวานหนึ่งแก้ว แล้วก็ครัวซองเนยสดด้วยค่ะ” หลังจากสั่งเครื่องดื่มพร้อมขนมปังหนึ่งชิ้นเธอจึงมองหาที่ว่างเพื่อรอ ระหว่างนั้นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กข่าวทั่วไปเพื่อฆ่าเวลา

ทว่าจู่ๆ เธอกลับได้รับข้อความจากสิปปกรที่เพิ่งเด้งขึ้นมา

สิปปกร : มีธุระด่วน รออยู่นี่เดี๋ยวมารับ

คิ้วเรียวย่นเข้าหากันก่อนที่ปลายเท้าจะเบี่ยงทิศทางไปยังประตูร้านแล้วรีบเดินกลับไปที่รถซึ่งก็พบว่ามีคันอื่นมาจอดแทนแล้ว

กานต์รวีกดโทรหาชายหนุ่มทันที ทั้งมือทั้งหัวใจสั่นไปหมดไม่รู้ว่ารู้สึกอย่างไรมากกว่ากันระหว่างเสียใจกับโกรธที่อยู่ๆ โดนทิ้งไว้ที่ปั๊มน้ำมัน

เขาโกรธที่เธอต่อปากต่อคำถึงขนาดต้องทิ้งเธอไว้ที่นี่เลยงั้นเหรอ รอสายอยู่สักพักสิปปกรก็กดรับสาย

“ไม่ได้อ่านข้อความที่ฉันส่งไปหรือไง”

“ธุระอะไรของพี่โต มันด่วนมากถึงขนาดรอพราวไม่ได้เลยเหรอ” ไม่รู้ว่าเธอจะอึ้งอะไรก่อนดีระหว่างสิปปกรเป็นฝ่ายทิ้งกันไปแบบดื้อๆ หรือว่าน้ำเสียงที่ฟังดูแล้วบ่งบอกถึงความรำคาญใจอย่างเห็นได้ชัด

“ธุระสำคัญ อีกชั่วโมงเดียวเดี๋ยวไปรับ”

“ถ้าไม่วนกลับมารับพราวตอนนี้ ก็แชร์โลเคชันมาค่ะ พราวจะโบกแท็กซี่ตามพี่โตไปเอง” ทั้งโกรธทั้งเสียใจ ยิ่งไปกว่านั้นลึกๆ แล้วเธออยากรู้ว่าธุระสำคัญของสิปปกรคืออะไรถึงต้องรีบไปขนาดนี้

“พราว อย่าพูดไม่รู้เรื่อง” ปลายสายกดเสียงต่ำกว่าเดิม “ไม่พอใจก็กลับเอง จะเอาไง”

“…”

“เสร็จธุระแล้วจะไปรับ”    

กานต์รวีรู้ดีว่าเธอไม่เคยมีความสำคัญกับสิปปกรแม้แต่น้อยนิด แต่ก็ไม่เคยคิดว่าเขาจะใจดำทิ้งเธอเอาไว้แบบนี้โดยไม่คิดไยดีต่อกัน ถ้าไม่เห็นแก่ความเป็นสามีภรรยากันก็ช่วยเห็นแค่ความเป็นเพื่อนมนุษย์ไม่ได้หรืออย่างไร

คำว่า ‘เดี๋ยวมารับ’ ของสิปปกรนั้นตีเป็นเวลาไม่ได้

ท้องฟ้าที่สดใสในตอนแรกถูกความมืดกลืนกินในที่สุด เธอนั่งรอคนเป็นสามีมาร่วมสี่ชั่วโมงได้แล้วและไม่รู้ว่าต้องรอไปอีกนานเท่าไหร่

ความอัดแน่นข้างในถูกระบายผ่านลมหายใจ จะโทษใครได้ในเมื่อเธอเป็นฝ่ายเลือกทางเดินนี้เอง มีคนเตือนแล้วแต่เธอก็ยังรั้นดันทุรังที่จะเดินหน้าทำตามความตั้งใจเดิม

“ขอโทษนะคะลูกค้า ร้านกำลังจะปิดแล้วค่ะ” เสียงของพนักงานดึงสติหญิงสาวกลับมาสู่ปัจจุบัน กานต์รวีตอบรับคำแผ่วเบาก่อนที่จะเดินออกจากร้านด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย

ถือว่าเป็นเรื่องโชคดีหรือเปล่าที่เธอสะพายกระเป๋าติดตัวมาด้วย มีเพียงเสื้อผ้าและของใช้ที่อยู่ในกระเป๋าเดินทางซึ่งถูกเก็บไว้ท้ายรถของสิปปกร

สี่ชั่วโมงถือว่ามากเกินพอกับการนั่งรอแบบไม่รู้จุดหมาย กานต์รวีโหลดแอปฯ เรียกรถไว้แล้วรวมถึงหาโรงแรมละแวกนี้ไว้พลางๆ ลังเลอยู่ว่าเธอควรหาที่พักแล้วนอนอีกสักคืน หรือว่าควรตรงไปหมอชิตเพื่อนั่งรถบัสกลับ

หลังจากลองชั่งใจดูแล้วเอนเอียงไปทางข้อแรกมากกว่า เพราะถ้าให้นั่งรถบัสเดินทางกลับเลยมีหวังจะไม่ไหวเอา ลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าวันนี้ยังไม่มีข้าวสักเม็ดตกถึงท้อง นึกแล้วก็อยากเขกหัวแรงๆ ร่างกายตัวเองยังไม่รักแล้วจะหวังให้เขามารักอีก

กานต์รวีพ่นลมหายใจอันหนักอึ้งออกมาอีกระลอก ตัดสินใจแล้วว่าจะเรียกรถจากแอปฯ เพื่อเดินทางไปยังโรงแรม นอนเอาแรงสักคืนพรุ่งนี้ตื่นมาค่อยว่ากันอีกที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป