บทที่ 8 8
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเธอปล่อยให้ความอึมครึมลากยาวมาจนถึงตอนนี้ เพิ่งมาฉุกคิดได้ว่าหากไม่ลุกขึ้นสู้เพื่อหัวใจตัวเองแล้วเมื่อไหร่จะถึงเส้นชัย และต่อให้ไม่ถึงเส้นชัยแต่อย่างน้อยก็ถือว่าได้ลองพยายาม
ให้เวลาตัวเองอีกแค่หนึ่งปีเท่านั้น หากมันไม่มีทีท่าว่าจะพัฒนาไปในทางที่ดีก็คงต้องยอมรับความจริง
ความจริงแล้ววันนี้นอกจากมีนัดตรวจงานที่รีสอร์ตแล้ววันนี้เธอต้องเข้าออฟฟิศไปประชุมกับทีมงาน กว่าจะกลับถึงบ้านคงช่วงเย็นๆ ตอนแรกตั้งใจจะอ้อนให้คนเป็นสามีไปส่งแล้วรอกลับพร้อมกัน เขาจะได้รู้ว่าความจริงแล้วแต่ละวันเธอก็มีงานทำเหมือนกับคนอื่นเขา
งานเธอไม่จำเป็นต้องประจำอยู่ออฟฟิศทุกวัน สมัยนี้หลายคนทำงานที่บ้านเยอะแยะไป คิดว่าสิปปกรคงรู้แต่เขาแค่หาเรื่องบั่นทอนจิตใจเธอก็เท่านั้น
“อ้าวคุณพราว”
ดาวเรืองเป็นผู้จัดการรีสอร์ตเห็นรถของเจ้านายขับเข้ามาพอดีเลยรีบมาช่วยรับของลงจากรถ
“พี่นึกว่าคุณพราวให้คุณโตมาตรวจงานแทนเสียอีก”
“พี่โตเข้ามาแล้วเหรอคะ” คิ้วเรียวขมวดมุ่น ใบหน้ารูปไข่หันมองรอบๆ บริเวณไม่เห็นรถของสามีจอดอยู่
“เข้ามาถึงเมื่อยี่สิบนาทีที่แล้วได้ค่ะ มาถึงก็เดินไปเช็กงานเสร็จสรรพ เห็นบอกว่าจะส่งรายละเอียดให้คุณพราวเอง”
ดาวเรืองพูดยังไม่ทันขาดคำเสียงแจ้งเตือนก็เด้งขึ้นมารัวๆ คราวนี้กานต์รวีพอจะรู้แล้วว่าสิปปกรแค่หาทางเลี่ยงไม่มากับเธอสองคนก็แค่นั้น
เลือดเย็นยังไงก็เลือดเย็นอย่างนั้นไม่เปลี่ยนแปลง เห็นทีเธอคงต้องรุกให้หนักกว่าเดิมไม่งั้นผลลัพธ์คงไม่ต่างจากเดิมอย่างที่เขาว่าไว้จริงๆ
สิปปกรล็อกหน้าจอโทรศัพท์หลังจากส่งรูปถ่ายในส่วนที่ควรแก้ไขให้กานต์รวีไปหมดแล้ว เพิ่มเติมคือกดปิดเสียงแจ้งเตือนเมื่อคนเป็นภรรยาส่งไลน์กลับมาไม่ต่ำกว่าสามข้อความ
ผู้หญิงคนนี้...น่ารำคาญยังไงก็น่ารำคาญอยู่อย่างนั้น
เวลานี้สิปปกรมีเงินพอที่จะแลกกับอิสระของตัวเองก็จริง แต่เขายังมีความจำเป็นต้องใช้เงินก้อนนั้นนำมาหมุนเวียนกับธุรกิจส่วนตัว แพลนการปลดหนี้ที่วางไว้คิดว่าคงไม่เกินสี่ปีหากผลประกอบการเป็นไปตามที่หวังไว้
ทว่าอยู่ๆ กานต์รวีกลับส่องแสงสว่างลงมาโดยการเปิดปากเองว่าจะหย่าให้ภายในหนึ่งปีนับจากนี้
อาจจะอยู่นอกเหนือความคาดหมายไปสักหน่อยแต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี
อดทนอีกแค่หนึ่งปี ชีวิตเขาจะกลับไปมีอิสระดังเดิม
เสียงกระดิ่งกระทบกับประตูร้านบ่งบอกว่ามีแขกมาเยือน พนักงานเอ่ยต้อนรับลูกค้าใหม่ที่เดินเข้าไปสั่งเครื่องดื่ม ไม่นานมันก็สับเท้าเดินมาที่โต๊ะเขาพร้อมกับพยักหน้าให้ราวกับคนอดนอน
“ไม่ไหวไอ้เหี้ย! กูยังไม่ได้นอน!”
สิปปกรมองเพื่อนที่กระแทกตัวลงนั่งบนโซฟานุ่ม สภาพของอธิปค่อนข้างสอดคล้องกับคำพูด แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้คนที่เลื่อนนัดกะทันหันรู้สึกผิดแต่อย่างใด
“นึกคึกอะไรของมึงถึงได้เปลี่ยนมานัดกูเวลานี้”
อธิปรู้ดีว่าต่อให้ด่าตรงๆ ก็ไม่ได้ทำให้คนอย่างสิปปกรรู้สึกระคายผิวหน้า
“กูงัดร่างจากเตียงเพื่อมาหามึงโดยเฉพาะเลยนะไอ้เวร”
“แวะไปตรวจงานที่รีสอร์ตมา”
“รีสอร์ตเมียมึง?” คนพูดเลิกคิ้วขึ้น ขณะที่ริมฝีปากหนายกยิ้มอย่างสนใจ
“แล้วไม่พาน้องพราวมาด้วย กูไม่เจอหน้านานแล้ว”
อธิปเป็นหนึ่งในคนที่รู้ว่าสิปปกรแต่งงานกับกานต์รวีเพราะเหตุผลอะไร แต่ทุกวันนี้มันก็ยังใช้ชีวิตแบบเดิม ไม่เหมือนคนแต่งงานสักนิด
ไม่ได้จะปรักปรำว่าเพื่อนลักลอบคบชู้แต่อย่างใดเพราะสิปปกรไม่ใช่คนประเภทนั้น แต่เขากำลังหมายถึงว่ามันแทบไม่พากานต์รวีออกงานหรือพามาแนะนำให้เพื่อนรู้จักในฐานะเมียด้วยซ้ำ
ถึงจะแต่งด้วยเงื่อนไขบางอย่าง แต่สถานะทางกฎหมายทั้งคู่ถือว่าเป็นสามีภรรยากันอยู่ดี
“กูจะพามาทำไม” สิปปกรถึงกับถอนหายใจเมื่อนึกถึงหน้าภรรยาทางนิตินัย “ต่างคนต่างใช้ชีวิตสิวะ”
“อยู่ด้วยกันมาเกือบปีแล้ว มึงยังไม่เลิกตั้งแง่กับน้องเขาอีกเหรอ” อธิปว่าเสียงกลั้วหัวเราะ
หากให้พูดตามตรงกานต์รวีเป็นผู้หญิงที่มีคุณสมบัติครบถ้วนทั้งรูปร่างหน้าตารวมไปถึงฐานะทางบ้าน จากที่เคยมีโอกาสได้พูดคุยนิสัยก็ไม่ได้แย่ขนาดที่สิปปกรเคยปรามาสไว้
“น่ารำคาญ”
สิ่งที่กานต์รวีพยายามทำมันน่าหงุดหงุดในสายตาเขาทุกอย่าง
“แล้วถ้ามึงยังไม่หยุดพูดถึงเด็กนั่นกูจะกลับบ้าน พรุ่งนี้ค่อยมาคุยธุระ”
“มึงนี่ก็อารมณ์ขึ้นง่ายฉิบหาย” คนโดนขู่ว่าเสียงกลั้วหัวเราะแต่ก็ไม่ได้เย้าแหย่อะไรอีก เดี๋ยวถ้ามันกลับบ้านขึ้นมาจริงๆ พรุ่งนี้เขาต้องแหกขี้หูขี้ตาตื่นขึ้นมาอีก
“สรุปเรื่องที่กูฝากให้มึงหาว่าไงบ้าง” สิปปกรรอให้พนักงานเสิร์ฟเครื่องดื่มของเพื่อนเสร็จก่อนแล้วถึงเอ่ยต่อ
“สารภาพตามตรงว่ากูยังไม่ได้คุยลึกขนาดนั้น” อธิปคว้ากาแฟเย็นขึ้นดูดอึกหนึ่งพร้อมกับยกมือห้ามเมื่อมันกำลังจะอ้าปากถามซ้ำ
“ลองติดต่อผ่านผู้ช่วยเขาไปแล้ว เห็นว่าทางนั้นไม่สะดวกคุยผ่านทางโทรศัพท์ ถ้าอยากคุยต้องนัดเจอ”
“นัดให้ที เดี๋ยวกูคุยกับเขาเอง เปอร์เซ็นต์ก็ตามที่ตกลงกันไว้”
สิปปกรไม่ใช่คนใจแคบ ถึงจะเป็นเพื่อนสนิทแต่เรื่องงานก็คืองาน
“กูจัดการให้มึงแล้วครับเพื่อน ส่วนเรื่องเงินกูไม่ได้ซีเรียส ให้บาทเดียวกูก็ไม่โกรธ” อธิปมีหน้าที่แค่ควานหาช่องทางติดต่อเจ้าของที่ดินเท่านั้น สำหรับเขาแล้วมันเป็นเรื่องเล็ก
“เลี้ยงเหล้ากูก็พอ”
