บทที่ 9 9

เรื่องยากคือการโน้มน้าวใจให้เจ้าของที่ดินยอมปล่อยขายมากกว่า ยิ่งคนที่ไม่เดือดร้อนเรื่องเงินด้วยแล้วเปอร์เซ็นต์ที่เขาจะยอมขายให้นั้นต่ำกว่ายิ่งกว่ายอดหญ้า

อธิปดึงนามบัตรออกจากกระเป๋าสตางค์เลื่อนให้เพื่อน

“วันศุกร์ช่วงเที่ยงที่โรงแรมxxx เขาว่างแค่วันนั้น”

เจ้าของสวนเคียงใจหลุบมองรายละเอียดบนกระดาษสี่เหลี่ยม เห็นตำแหน่งหน้าที่การงานเจ้าของที่ดินที่เขาต้องทำการติดต่อขอซื้อแล้วก็เกิดความหนักใจ

“ในฐานะที่มึงคร่ำหวอดแวดวงนี้ มึงว่ากูควรทำไง” ถ้าไม่ใช่ที่ดินผืนที่มีความหมายกับพ่อมากที่สุด เขาคงยอมตัดใจปล่อยไปเหมือนกับผืนอื่นๆ

“เงินต่อเงินเท่านั้น”

บนโลกใบนี้ไม่มีใครหรอกที่ไม่ชอบเงิน ทว่ามันก็มีข้อยกเว้นอยู่ อธิปมองตาเพื่อนก็รู้ว่าคิดอย่างเดียวกับเขา

“แต่มันใช้ได้แค่กับบางคน”

สิปปกรผงกศีรษะเป็นเชิงรับรู้ ข้อนี้แหละที่ทำให้เขากังวล

เสร็จจากคุยธุระกับเพื่อนแล้วสิปปกรหาอะไรง่ายๆ กินเช่นก๋วยเตี๋ยวในตลาดก่อนกลับเข้าไร่ตรวจเช็กสภาพผลผลิตในแต่ละวันเหมือนอย่างเคย

ทำงานอย่ากลัวเหนื่อย เราต้องลงมาดูงานด้วยตัวเองซึ่งเขาไม่เคยไว้วางใจให้คนอื่นทำแทนทั้งหมด

เพราะความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในอดีตคือบทเรียนที่ควรตระหนักจนถึงทุกวันนี้ ที่ชีวิตต้องมาติดแหง็กอยู่กับผู้หญิงอย่างกานต์รวี สาเหตุหลักมันก็มาจากการบริหารงานที่ล้มเหลวยังไงล่ะ

“ตั๋วบุฟเฟต์วันหยุดยาวเป็นไงบ้างครับพี่จิ๋ว” สิปปกรเพิ่งเพิ่มโซนใหม่ในไร่เมื่อต้นปีที่แล้ว เปิดเป็นบุฟเฟต์ผลไม้ตามฤดูกาลสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการแวะเข้ามาเยี่ยมชม

“ถ้าเสาร์อาทิตย์เต็มทุกรอบแล้วค่ะ วันธรรมดาก็เหลือไม่เยอะแล้ว”

จิรวรรณเพิ่งรับตำแหน่งผู้จัดการไร่หลังจากที่สิปปกรเข้ามาบริหารงานในสวนเคียงใจแบบเต็มตัว พนักงานหลายคนชิงลาออกหลังจากที่เกิดเรื่องขึ้น

งานนี้มองยังไงก็รู้ว่าคงมีนอกมีในอีกทั้งแม่ไม่เคยย่างกรายเข้ามาเหยียบดินในไร่ด้วยซ้ำ กลายเป็นช่องว่างช่องใหญ่ให้คนที่จ้องจะคดโกงกินไม่ต่างอะไรจากการปอกกล้วยเข้าปาก

“สำรองเรื่องรถรางแล้วใช่ไหมครับ”

นักท่องเที่ยวต้องจอดรถยนต์ไว้ด้านล่างแล้วรันคิวขึ้นรถรางที่ทางไร่เตรียมไว้อีกที เพราะฉะนั้นยิ่งเป็นวันหยุดยาวผู้คนอาจเยอะกว่าวันหยุดธรรมดาหลายเท่าตัว

“เรียบร้อยค่ะคุณโต” หน้าที่หลักๆ ของจิรวรรณคือช่วยงานของเจ้านายทุกอย่าง ยอมรับว่างานหนักพอสมควรแต่ค่าตอบแทนที่สิปปกรให้นั้นถือว่าสมน้ำสมเนื้อ

ไม่สิ...เรียกว่ามากกว่าทุกไร่ที่เธอเคยหว่านใบสมัครเสียอีก

“อ้อ โรงงานส่งตัวพรูฟตัวซองกับกล่องผลไม้อบกรอบมาพอดีเลยค่ะ คุณโตจะตรวจเลยไหมคะ เผื่ออยากแก้อะไรเพิ่มพี่ได้แจ้งเขา”

สิปปกรรับตัวอย่างแพ็กเกจจิงมาดูแบบผิวเผิน สลับกับมองนาฬิกาถึงรู้ว่าตอนนี้ใกล้เวลาเลิกงานแล้ว ถึงเขาจะชอบคนทำงานว่องไวและเรียบร้อยแต่ก็ไม่เคยคิดกินแรงพนักงาน

“ผมเอาไปตรวจที่บ้านแล้วกัน”

“โอเคค่ะ คุณโตจะได้ลองปรึกษาคุณพราวด้วย” ผู้จัดการรีบอธิบายต่อเมื่อเห็นเจ้าของสวนเคียงใจมุ่นหัวคิ้ว

“ตอนดูในไฟล์สีมันก็เข้ากันอยู่นะคะ แต่พอดูตัวพรูฟแล้วพี่ว่ามันแปลกๆ”

สิปปกรยอมรับว่ามีอคติกับภรรยาเป็นทุนเดิม แต่เท่าที่รู้มาเหมือนว่าหญิงสาวจะทำงานเกี่ยวกับด้านนี้โดยเฉพาะ เพราะเหตุผลนี้กระมังผู้จัดการไร่ถึงได้เอ่ยปากบอกแบบนั้น

ใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีก็กลับถึงบ้าน พบว่ากานต์รวีน่าจะมาถึงสักพักแล้วเพราะกลิ่นหอมฉุยลอยเตะจมูกส่งผลให้น้ำย่อยในกระเพาะเริ่มทำงาน

จะว่าไปสิ่งที่เพิ่งค้นพบข้อดีของผู้หญิงคนนี้คงเป็นเรื่องฝีมือในการทำอาหาร เพราะเจ้าตัวเอ่ยปากให้แม่บ้านคนก่อนไปช่วยส่วนกลาง หน้าที่เตรียมกับข้าวกับปลาจึงไปตกอยู่ที่ตัวเอง

“กลับมาแล้วเหรอคะ” ยังไม่ทันจะก้าวขาเข้าบ้าน คนที่เพิ่งนึกถึงก็ส่งเสียงร้องพร้อมกับวิ่งออกมาทั้งที่ยังสวมผ้ากันเปื้อนในมือถือทัพพี ใบหน้ารูปไข่ประดับไปด้วยรอยยิ้มเหมือนอย่างทุกครั้ง

ทว่าน่าเบื่อสำหรับคนมองอย่างสิปปกร

“เห็นแล้วจะถามทำไม”

กานต์รวีย่นหน้าใส่ถ้อยคำเหล่านั้น ไม่ได้นึกหยิบมันมาใส่ใจเพราะเดี๋ยวจะเข้าทางคนใจร้ายอย่างเขาเสียเปล่าๆ ดูสภาพแล้วเสร็จจากธุระเขาคงกลับเข้าไปตรวจงานในไร่มาแน่ๆ ถึงได้ดูหมดเรี่ยวแรง

“ไปอาบน้ำให้สบายตัวเถอะค่ะ อีกสิบนาทีพราวน่าจะทำกับข้าวเสร็จพอดี”

คนตัวโตไม่ได้ตอบอะไรกลับมาแต่เลือกเดินผ่านหน้าขึ้นบันไดขึ้นไปยังพื้นที่ส่วนตัว เจ้าของดวงตากลมได้แต่โคลงศีรษะตัวเองเบาๆ หลังจากมองแผ่นหลังกว้างที่ลับสายตาไปแล้ว

ที่เขาว่ากันว่าความใกล้ชิดอาจสร้างความผูกพันเห็นทีคงไม่จริง แต่พอลองคิดดูดีๆ อีกทีกานต์รวีเพิ่งตกผลึกได้ว่าระหว่างเธอกับสิปปกรแทบไม่เฉียดเข้าใกล้คำว่าใกล้ชิดเลยด้วยซ้ำ

เราจะเจอหน้ากันเฉพาะเวลานั่งกินข้าวด้วยกันเท่านั้น บางมื้อเธอต้องนั่งกินคนเดียวด้วยซ้ำเพราะชายหนุ่มมีออกไปสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อน

‘นี่มันไม่ใช่ชีวิตแบบผัวเมียแล้วเปล่าวะ แกเหมือนแม่บ้านมากกว่าเมียพี่โตอะ’

คำพูดของเพื่อนสนิทแวบเข้ามาในหัวจนเผลอนิ่วหน้าเมื่อนึกตาม

‘ถึงขั้นนี้แล้วฉันเชียร์ให้แกรุกให้สุด บางทีของพวกนี้เราก็ต้องสร้างสถานการณ์ขึ้นมาเอง มารยาหญิงหัดงัดออกมาใช้บ้างสิยะ’

ที่ผ่านมาเธอเอาแต่รอเวลาแถมยังหวังในโชคชะตาอีก สุดท้ายเสียเวลาไปเกือบปีโดยที่ไม่ได้อะไรเลย

เสียงน้ำเดือดปุดๆ ดึงสติกานต์รวีกลับมา สองขาเรียวรีบก้าวกลับไปในครัวเก็บความผิดหวังที่ผุดขึ้นมาก่อนหน้า ตอนนี้เธอควรจัดการกับอาหารก่อนที่คนขี้โมโหจะลงมา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป