บทนำ
“ปล่อยฉันนะ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน”
“ไม่ได้เป็นอะไรกันเหรอ โดนฉันทับจนมีลูกมาสองคนนั่นนะ เขาเรียกว่าอะไร”
“อีกอย่างอย่ามาบอกว่าเด็กสองคนนั่นไม่ใช่ลูกฉัน”
“โคลกแบบฉันมาขนาดนั้น ไม่น่าเชื่อว่าเชื้อฉันจะแรงขนาดนี้” ร่างบางตวัดมือไปที่หน้าคมเต็มแรง
เพี้ยะ
แรงตบทำให้หน้าคมถึงกลับสะบัด นิ่มเองถึงกับหน้าซีดเมื่อคนตรงหน้าหันมาช้าๆ ด้วยดวงตาที่วาวโรจน์ ร่างบางที่ค่อยๆ ถอยหลังอย่างหวาดกลัว
ก่อนที่จะได้ทันหันไปเปิดประตูห้องเพื่อหนีจากสถานการณ์ตรงนี้ ก่อนจะกริ้ดสุดเสียงเมื่อมือหนาคว้าเเขนเสลากระชากเข้าหาตัว
“งั้นเรารำลึกความหลังกันหน่อยไหม แม้จะแค่ครั้งเดียวก็ช่างเถอะ”
บท 1
ณ.ผับหรูใจกลางเมือง ตึกใหญ่สามคูหา ที่คราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก ด้านล่างนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติกำลังสนุกสนาน ทั้งเต้นทั้งดื่ม
อคิน บูระกิจ เจ้าของผับหรูที่ตอนนี้เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติของร่างกายตัวเอง ก่อนสบถออกมาอย่างไม่สบอารมณ์
“ฝีมือใคร” พลางนึกไปถึงแก้วสีอำพันที่ตัวเองเพิ่งดื่มไปตอนนั่งที่เคาเตอร์บาร์ด้านล่าง ก่อนที่จะได้สั่งให้คนสนิทควานหามือคนทำ อยู่ๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขี้น
“ใคร”
“เอ่อ ผู้จัดการให้เอาเครื่องดื่มมาให้ค่ะ” นิ่ม หรือ วิลาสินี ลักษณ์วงศ์ สาวน้อยในวัยเบญจเพส บอกออกไป
“เข้ามา” เสียงจากในห้องเอ่ยอนุญาตทำให้ร่างบางค่อยๆ เปิดประตูเข้าไป แต่แล้วอยู่ๆ ก็มือหนาคว้ามาที่แขนโดยไม่สนใจว่าถาดเครื่องดื่มจะร่วงแตก
ร่างบางที่ลอยหวือเข้าปะทะกับอกแกร่ง ถึงกับยืนนิ่ง ก่อนละลำละลักเอ่ยปากออกไป
“คุณจะทำอะไร ปล่อยฉันนะ”
“ฉันแค่เอาเครื่องดื่มมาให้แทนพี่ลิฟท์” ร่างบางพูดออกไปตามความจริง ใช่ที่จริงคนที่ควรจะเอาเครื่องดื่มขึ้นมาห้องนี้ได้ต้องมีคำสั่งจากเจ้าของผับและผู้จัดการเท่านั้น อยู่ๆ ลิฟท์ที่โดนลูกค้าเรียก ก็หันมาบอกเธอให้เอาเครื่องดื่มขึ้นมาส่งที่ห้องVIPแทน
“ฉันไม่ได้เป็นคนสั่งให้เอาขึ้นมา อ้อ นี่เธอคงจะสมรู้ร่วมคิดกับยายนั่นสินะ”
“แต่แปลกนะ ทำไมยายนั่นไม่เข้ามาดูผลงานด้วยตัวเองล่ะ” อคินที่ตอนนี้กำลังอดกลั้นอย่างหนักเพราะฤทธิ์ยาที่โดน ประกอบกับร่างบางที่อยู่ในอ้อมแขน มีกลิ่นแป้งเด็กหอมอ่อนๆ ทำให้คนตัวโตสูดความหอมเข้าเต็มปอด
“แต่ก็ดีต่อให้เข้ามาฉันก็แตะไม่ลง” อคินที่ตอนนี้พยายามตั้งสติก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนในอ้อมแขน วงหน้าหวาน ผมหยักโศกที่ทำให้คนตรงหน้าดูเย้ายวนโดยไม่ต้องทำอะไรเลย
“ส่วนเธอ นี่คือบทลงโทษของคนที่สมรู้ร่วมคิด” ร่างบางถึงกับตะลึงเมื่อได้ยินคนตัวโตพูดจบ ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อคนตัวโตโยนเธอลงบนเตียงกว้างที่อยู่อีกห้องนึง
“คุณ ปล่อยฉันไปเถอะนะ ฉันไม่รู้เรื่อง ฉันทำตามหน้าที่ของฉันเท่านั้น” ร่างบางละล่ำละลักพูดออกไป
“อย่าเสียเวลาดีกว่า” เสียงรูดซิปกระโปรงดังขึ้นนิ่มถึงกับดิ้นหนีมือหนาที่พยายามจะดึงกระโปรงให้หลุดพ้นจากขาเรียว ก่อนจะเงยหน้ามองคนตัวโตด้วยสายตากรุ่นโกรธ
“อย่าดิ้นให้เหนื่อยเลย” อคินยื่นมือไปลูบที่กรอบหน้าหวานที่พราวไปด้วยเหงื่อและคราบน้ำตา ริมฝีปากบางเม้มเป็นเส้นตรง
“หึ รู้ไหมยิ่งเธอทำแบบนี้ ฉันยิ่งชอบ ดูสิจะพยศได้นานแค่ไหน” อคินที่เห็นท่าทางของคนใต้ร่าง เพราะเป็นคนชอบเอาชนะ ยิ่งมาเจอแบบนี้ ยิ่งทำให้คนอย่างเค้าถูกใจ ก่อนจะก้มลงไปที่ริมฝีปากสีสด ค่อยๆ บดจูบขบเม้มทีล่ะนิด มือหนาลูบไล้ไปทั่วร่างบาง เพราะฤทธิ์ยาทำให้อคินเองก็ทนได้ไม่นาน จนเมื่อความอดทนสิ้นสุดลง มือหนากระชากเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ร่างบางสวมอยู่จนกระดุมกระเด็นกระดอนไปคนละทิศคนละทาง ก่อนจะก้มลงไปสูดความหอมที่อกอิ่ม ริมฝีปากหนากดจูบไปทั่วพร้อมฝากรอยสีกุหลาบไปทั่วอกอิ่มก่อนจะเอื้อมมือไปปลดตะขอหลังอย่างชำนาญ
นิ่มถึงกับผวาก่อนจะพลิกตัวหันหลังหนีเพื่อให้พ้นจากสายตาคมที่มองไปทั่วร่างก่อนจะพยายามเขยิบหนีจนชิดหัวเตียง
อคินที่ปล่อยให้ร่างบางถอยหนี ก่อนจะแสยะยิ้มอย่างถูกใจเมื่อเจอเข้ากับดวงตาหวานที่มองมาอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ
“อย่าหนีให้เหนื่อยเลย ห้องนี้เป็นห้องส่วนตัวของฉัน ถ้าฉันไม่อนุญาตใครก็เข้ามาไม่ได้”
“ฉันไม่ได้ทำอะไรอย่างที่คุณว่า คุณปล่อยฉันไปเถอะนะ ไม่งั้นฉันจะฟ้องเจ้าของผับนะ” อคินเมื่อได้ยินร่างบางพูดถึงตัวเองก็ได้แต่ยิ้มอย่างถูกใจ
“หมดเวลาเล่นเกมส์เเมวจับหนูแล้วล่ะ” เมื่อพูดจบอคินก็ลากข้อเท้าบางเข้าหาตัวอย่างแรงก่อนจะ บดจูบอย่างเร้าร้อนเอาแต่ใจ
“ไม่ คุณอย่าทำแบบนี้เลยนะ ฉันไม่ได้สมรู้ร่วมคิดกับใครทั้งนั้น” นิ่มที่ดิ้นรนให้หลุดจากอาการหวาบหวามที่คนตัวโตมอบให้อย่างสุดความสามารถ ก่อนจะยื่นมือบางปิดหน้าคนตัวโตไว้ อคินถึงกับส่งเสียงจิ๊จ๊ะอย่างขัดใจก่อนจะรวบมือบางให้ขึ้นไปอยู่เหนือหัว
เมื่อหนีไปไหนไม่ได้และไม่รู้จะจัดการกับอารมณ์ที่คนตัวโตก่อขึ้นมาได้ยังไง ได้แต่หลับตายอมรับบทรักที่ตัวเองไม่ต้องการ
“อย่า”
นิ่มห้ามปรามเสียงสั่นพร่า แต่คนตัวโตที่ตอนนี้โดนฤทธิ์ยาครอบงำเงยหน้าขึ้นมองร่างบางที่ตอนนี้ตัวแดงเถือกบิดหนีอารมณ์หวามที่เค้าเป็นคนปลุกขึ้นมา ก่อนจะก้มหน้ากลืนกินยอดอกของเธออย่างรุนแรง ทิ้งสัมผัสร้อนผ่าวไปทั่วร่างบาง มือหนายังคงสำรวจไปทั่วร่างก่อนจะเลื่อนมือไปที่สะโพกกลมกลึง ค่อยๆ ใช้นิ้วลากแพนตี้ตัวจิ๋วออกอย่างช้าๆ
“อย่า อ๊า” ร่างบางบิดเร้าเมื่อคนตัวโต ก้มหน้าสัมผัสใจกลางร่าง ลิ้นร้อนซอกซอนดูดด์มกลีบกุหลาบของเธอ ร่างบางสั่นระริก ความรู้สึกที่พุ่งสูง ร่างบางหอบหายใจ พยายามเปล่งเสียงเอ่ยห้าม แต่เสียงที่ออกมากลบเป็นเพียงเสียงครางหวานๆ เท่านั้น
“อ๊า คุณ”
“เรียกผมอคิน” คนตัวโตบอกออกไปเบา
บทล่าสุด
#83 บทที่ 83 รักคือรัก
อัปเดตล่าสุด: 12/2/2025#82 บทที่ 82 บทสรุปของหัวใจ
อัปเดตล่าสุด: 12/2/2025#81 บทที่ 81 ปกป้องคนของใจ
อัปเดตล่าสุด: 12/2/2025#80 บทที่ 80 แถลงข่าว
อัปเดตล่าสุด: 12/2/2025#79 บทที่ 79 เปิดตัวได้ไหม
อัปเดตล่าสุด: 12/2/2025#78 บทที่ 78 ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป
อัปเดตล่าสุด: 12/2/2025#77 บทที่ 77 คนแก่มาเยือน
อัปเดตล่าสุด: 12/2/2025#76 บทที่ 76 ไปเที่ยวกันไหม
อัปเดตล่าสุด: 12/2/2025#75 บทที่ 75 พาตัวใกล้ใจ
อัปเดตล่าสุด: 12/2/2025#74 บทที่ 74 ล้ำเส้นที่ขีดไว้
อัปเดตล่าสุด: 12/2/2025
คุณอาจชอบ 😍
กับดักรักท่านประธาน
พยาบาลที่รักของนายจอมเหวี่ยง
"แหม ผู้ชายเพอร์เฟกต์ดูแลตัวเองได้มันจืดชืดจะตายค่ะ มะลิชอบดูแลคนไข้ดื้อๆ ปากแข็งแบบคุณคิรินมากกว่า... ท้าทายดี!"
ใครจะไปคิดว่า 'คิริน' ท่านประธานจอมเหวี่ยงที่เอาแต่ขังตัวเองในห้องและไล่พยาบาลออกเป็นว่าเล่น จะต้องมายอมสิ้นฤทธิ์ให้พยาบาลจบใหม่หน้ามึนอย่าง 'มะลิ'
จากที่ตั้งป้อมเกลียดชัง ทำไปทำมา... กำแพงที่กั้นไว้กลับพังทลายไม่มีชิ้นดี
และจากคนไข้ปากร้ายที่เอาแต่ไล่ตะเพิดเธอในวันนั้น กลายเป็นคนไข้สายรุกที่ขยันชวนพยาบาลส่วนตัวทำ 'กายภาพบำบัด' บนเตียงทุกคืนไปซะได้
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
เจ้าพ่อมาเฟีย
เสี่ยงรักร้ายนายเพื่อนไม่สนิท
“แล้วฉันจะได้อะไรจากนาย” พรีนต่อลองกับเขาคนหน้าขรึม
“เธอ....” สายตาคมคู่ดุจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจ เขาเสียเวลาที่เธอต่อลองกับเขามากพอแล้ว
“เหอะ คิดว่าหล่อ เป็นไอดอลแล้วไง ใช่ว่าสาวๆ จะชอบนายจะทุกคนหรอกนะ” พรีนเอ่ยพร้อมเชิดหน้าใส่แทคิณ ไอดอลแล้วไง ถึงนายนี้จะหล่อตรงสเปกฉันมากก็เถอะ เล่น ตัวไปสิคะ ใบหน้าอันหล่อเหลาโน้มเข้าหาคนตรงหน้า พร้อมกับหลุดรอยยิ้มที่มุมปาก
“ไม่ชอบ เกลียดฉัน” เขาแสยิ้มถามคนตรงหน้า
“ก็ไม่ขนาดนั้น”
“จะช่วยไม่ช่วย” เขาเอ่ยเสียงเข้ม แต่นั้นภายในหัวของพรีนกับคิดอะไรขึ้นมา
“ฉันไม่เคยช่วยใครฟรี อะไรดีน๊า นาฬิกานั้นก็แบรนด์หรู แหวนที่นิ้วนายนั้นก็สวย” นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ของคนใบหน้าสวยจงใจเหลือบมองที่แขนและข้อมือของเขามาอย่างตั้งใจ นาฬิกานั้นก็สวย แหวนที่ใส่ในนิ้วนั้นก็แบรนด์ดังด้วยสิ แต่น่าเสียดายที่เธอมีมันหมดแล้ว
“อะไร ดีน๊า ที่สาวๆ ทั้งประเทศอยากได้จากนายกัน” เธอเอ่ยอย่างเชิดหน้า เหอะเขาคงคิดว่าฉันอยากได้ อย่างสาวๆ คนอื่นๆ อยากได้ละสิ ในเมื่อเขาให้โอกาสแล้ว แต่เธอกับไม่เลือกมัน ได้เขานี้แหละจะยัดเยือดสิ่งนี้ให้เธอเอง
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
เมื่อวิศวะดุหวงเด็ก
เด็กเลี้ยงอาจารย์หมอวินท์
แต่กลับเลือกเดินจากไปในวันที่กำลังจะมีเจ้าก้อนน้อย
สองปีผ่านไป...
เธอกลับมาในฐานะเด็กฝึกงาน
และเขาอยู่ในฐานะคุณหมอเจ้าของไข้ลูกชายของเธอ
เรื่องราวจะลงเอยอย่างไร จบลงแบบไหน
ติดตามได้ใน... เด็กเลี้ยงอาจารย์หมอวินท์
MY HONEY ของรักวิศวะ
“มันไม่รับหรอก ก็ว่าทำไมไม่บอกว่าของข้างในเป็นอะไร ที่แท้ก็เอาแฟนกับรถมาลงเดิมพัน หึ…ตลกดี”
“ไม่ใช่!”
“งั้นก็ลองโทรหามันดูสิ ถ้ามันรับฉันจะส่งเธอหามัน แต่ถ้าไม่…ก็ช่วยไม่ได้”
“พี่เจฟเป็นแฟนเมล แฟนเมลไม่ทำแบบนั้นแน่นอนค่ะ”
“หึ เออเอา แล้วแต่เธอเลย แต่ฉันจะเอารถคันนี้กลับ”
เมล รีบเดินอ้อมมาหาซาน เอาตัวเองดันตัวเขาออกห่างจากรถแล้วกางมือออกห้ามไว้
“ไม่ได้ค่ะ รถแฟนเมล”
ซานยกมือขึ้นเกาหางคิ้วเบาๆ มองท่าทางดื้อดึงอีกฝ่ายอย่างถอดใจ
“มันเอารถคันนี้เดิมพัน…รวมถึง เธอ ด้วย”
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
คลั่งรักแค่เธอ (มาวิน X อบิเกล)
ปากบอกไม่รักไม่ชอบ แค่ของเล่นที่ยังไม่เบื่อแต่ตามติดเป็นเงาแบบนี้เขาเรียกว่าอะไรกัน













