บทที่ 3 Ep.3
“เออ เออ เสร็จงานที่เชียงใหม่ฉันสัญญาว่าจะบอกแม่ว่าเลิกทำงานกับไอ้นิดจริง ๆ ส่วนตอนนี้แกรีบกลับไปจู๋จี๋กับพี่ตะวันเถอะไอ้รุ้ง ป่านนี้สามีแกคงรำคาญความดื้อของฉันเต็มทน เพราะทำให้แกต้องมาเสียเวลาบ่นอยู่อย่างนี้ คอยดูนะถ้าแกกลับมาเมื่อไหร่ ฉันจะหาเรื่องบ่นแกมั่ง” ปวิตาแกล้งตัดบทเพื่อเลี่ยงไม่ให้เพื่อนต้องมาเสียอารมณ์กับเรื่องของเธอทั้งที่กำลังฮันนีมูนอยู่กับคนรักมากไปกว่านี้
“แกสัญญากับฉันแล้วนะไอ้ปอย...แล้วตกลงจะอยู่เชียงใหม่อีกกี่วัน”ทอรุ้งถามอย่างไม่ชอบใจเท่าไหร่
ปวิตาคำนวณและคาดคะเนในใจก่อนจะตอบเพื่อน
“คงสักสองอาทิตย์แหละ”
“ตั้งสองอาทิตย์!...หมดกัน หมดกันชื่อเสียงของแกไอ้ปอย ฉันน่าจะอยู่เมืองไทย ไม่อย่างนั้นแกไม่มีวันได้ทำงานกับนังปีศาจนี่แน่” ทอรุ้งบ่นกระปอดกระแปดมาตามสายโทรศัพท์
“เออ...นี่ตกลงว่าแกเป็นแม่ฉันหรือไงฮะไอ้รุ้งถึงจะห้ามฉันทำนั่นทำนี่น่ะ” ปวิตาหัวเราะขำคำพูดของเพื่อนสาว
“ฉันนี่แหละจะทำให้แม่แกเห็นข้อเสียที่จะส่งแกไปเสียชื่อกับนังปีศาจญาติผีของแก” ทอรุ้งกระแทกเสียงตอกใส่เพื่อนรักกลับมา
“เอาเป็นว่าแค่นี้ก่อนนะไอ้รุ้ง ฉันโป๊นานแล้ว ถึงจะอยู่คนเดียวก็เขินว่ะ” ปวิตาตัดบทพร้อมวางสายทันทีก่อนที่เพื่อนรักจะบ่นได้มากกว่านี้
เธอรู้ดีว่าเพื่อนไม่ค่อยชอบนิสัยของธนิสราญาติผู้น้องของเธอสักเท่าไหร่แต่ถึงยังไงธนิสราก็เป็นน้องเมื่อถูกมารดาขอร้อง เธอซึ่งเป็นพี่จะทำเป็นไม่สนใจใยดีได้อย่างไร แม้ว่านิสัยของธนิสราจะสร้างความหนักใจให้มากสักแค่ไหนก็ตามแต่เธอก็ต้องลองช่วยเท่าที่จะสามารถทำได้ดูก่อนซึ่งถ้าถึงขนาดทนไม่ไหวกันจริง ๆ เธอก็คิดไว้เหมือนกันว่าคงจะไม่ทนรองรับอารมณ์น้องสาวตัวแสบอย่างแน่นอน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...ประตูถูกเคาะเป็นจังหวะในขณะที่เธอกำดึงกางเกงยีนขึ้นผ่านสะโพกกลมกลึง ปวิตาชำเลืองหางตามองไปทางประตูนิดหนึ่งก่อนจะเอื้อมมือหยิบเสื้อยืดเนื้อเบาที่วางพาดอยู่บนที่นอนขึ้นสวมผ่านศีรษะพร้อมกับตะโกนถามเสียงใส
“ใครคะ”
เสียงเคาะประตูที่ดังจากหน้าห้องทำให้ปวิตาต้องรีบแต่งตัวอย่างเร็ว เมื่อสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยหญิงสาวจึงเดินมาหยุดหน้าประตูห้องนอนตนเอง เธอเดาได้ว่าญาติสาวต้องเป็นคนที่มายืนเคาะเรียกอยู่หลังบานประตู แต่ถึงจะมั่นใจว่าเป็นธนิสรา ปวิตาก็รอบคอบพอที่จะมองลอดตาแมวตรวจสอบดูจนมั่นใจ
“ฉันเองปอย เสร็จหรือยังล่ะ”เสียงแสดงความหงุดหงิดของธนิสราร้องถามผ่านประตูเข้ามา
“เสร็จแล้วหล่ะ” หญิงสาวดึงประตูเปิดรับญาติสาว
ธนิสราทำตาโตมองสำรวจญาติผู้พี่ตั้งแต่หัวจรดเท้าพร้อมกับถามเสียงแหลม “นี่เธอจะแต่งตัวแบบนี้ไปทานข้าวกับพ่อเลี้ยงนะเหรอปอย”
ปวิตาก้มลงสำรวจเสื้อผ้าที่สวมซึ่งเป็นเพียงเสื้อยือพอดีตัวกับกางเกงยีนส์เอวต่ำ ถ้าไม่เอาไปเปรียบเทียบกับชุดราตรียาวคว้านลึกจงใจโชว์ล่องอกกับแบบเสื้อผ่าหลังจรดเอวของธนิสรา เธอก็ถือว่าแต่งตัวได้น่ารักสมตัวอยู่แล้ว เพราะถึงแม้ปวิตาจะไม่ใช่คนสวยสะดุดตาอย่างธนิสรา แต่เธอก็มีรูปร่างอวบขาวราวหยวกกล้วยประกอบกับหน้าอกคัพซี หน้าตาราวสาวเกาหลีที่กำลังเป็นที่นิยม ทำให้เธอดูเด็กกว่าธนิสราหลายปี
แน่นอนว่าเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องเดียวที่ทำให้ธนิสราอิจฉาเธอมากเพราะทุกครั้งเมื่อธนิสราต้องยืนคู่กับปวิตา จะมีคนทักว่าญาติผู้น้องเป็นพี่สาวทั้งที่ความจริงธนิสราอายุน้อยกว่าเธอเกือบสี่ปีทีเดียว แต่น้องสาวก็ไม่เคยยอมเรียกเธอว่าพี่สักครั้ง ซึ่งเธอก็พอจะเข้าใจว่าน้องสาวรำคาญเรื่องที่มักจะถูกทักถึงหน้าตาที่ปวิตาดูเด็กกว่านั่นแหละ มิหนำซ้ำตัวที่เล็กกว่าของเธอทำให้เธอยิ่งดูเหมือนเด็กกว่าน้องเข้าไปอีก ที่สำคัญที่สุดก็ดูจะเป็นเรื่องหน้าอกคัพซีของเธอด้วยที่ทำให้ญาติสาวคอยแต่ยกเรื่องความสวยและความสูงมาข่มเธอเสมอ แต่เธอก็ไม่คิดจะไปต่อปากต่อคำด้วยเลยสักครั้ง
“ทำไมล่ะ เขาไม่มามองฉันหรอก เขาคงจะมองแต่นิดอยู่แล้ว ปอยใส่อะไรก็ไม่มีผลหรอก”
“แต่มันไม่สมเกียรติพ่อเลี้ยงเลยนะปอย เขาจะว่าเอาได้ ยิ่งเธอนามสกุลเดียวกับฉันด้วยนะ” ธนิสราชักสีหน้าแย้งขึ้นอย่างไม่พอใจ
“ถ้าอย่างนั้นฉันก็ไม่ไป”ปวิตาตัดรำคาญและทำท่าจะหมุนตัวกลับเข้าไปในห้องถ้าไม่ติดว่าถูกธนิสรารั้งข้อมือของเธอไว้
“ได้ยังไงละ เธอจะให้ฉันไปคนเดียวได้ยังไงปอย เธอเป็นผู้จัดการให้ฉันนะ” ธนิสราทำเสียงแข็งใส่อย่างไม่ยอมลงให้ ไม่สนใจว่าปวิตาจะหันมาทำหน้าเซ็งสุดขีดใส่เธอ
