บทที่ 5 Ep.5
“คุณนิดให้เกียรติไปเต้นรำกับผมต่อได้ไหมครับ”
“ถ้าไม่ดึกเกินไปนัก ก็โอเคค่ะ”ธนิสราช้อนตามองอย่างยั่วเย้า
ในขณะที่ปวิตาได้แต่กระพริบตาปริบ ๆ กับบทสนทนาสั้น ๆ ของทั้งคู่ดังนั้นเธอจึงรีบพูดแทรกขึ้นทันที
“แต่ปอยขอตัวนะนิด”
“ไม่ได้นะ ปอยจะปล่อยนิดไว้ลำพังได้ไงล่ะ”ธนิสรารีบหันไปกระซิบเสียงดุใส่ญาติสาว
“แต่ปอยไม่อยากไปนี่นิด”ปวิตาทำหน้าขัดใจ
“แป๊บเดียวเองนะ ไปเป็นเพื่อนนิดหน่อย”ธนิสรากระซิบเสียงแข็ง
“ไม่ดึกหรอกนะครับคุณปอย”กวินเป็นฝ่ายเอ่ยชวนญาติของธนิสราอีกแรง
“แต่....”ปวิตากำลังจะปฏิเสธแต่ไม่ทันเพราะธนิสรารีบดึงมือเธอพร้อมตอบรับปากชายหนุ่มโดยไม่ยอมให้เธอได้ปฏิเสธ
“ปอยต้องไปอยู่แล้วคะพ่อเลี้ยง เราไปกันเลยนะคะ”ธนิสราตอบพลางส่งยิ้มหวานให้กวิน
“ไปครับ...รับรองว่าผมไม่รบกวนคุณปอยจนดึกแน่” กวินส่งความนัยที่รู้กันกับธนิสราซึ่งก็ได้รับยิ้มยั่วเย้าตอบกลับมาเช่นกัน
“ก็ได้คะ”
ปวิตาถอนหายใจเพราะไม่อยากให้ทั้งสองคิดว่าเธอเล่นตัวเกินงาม และถ้าเห็นว่าดึกเกินเธอก็จะขอตัวกลับก่อนอย่างแน่นอน ปวิตารับรองว่าเธอจะไม่ทนนั่งถ่างตารอธนิสราแม้ญาติสาวจะอ้อนวอนและบังคับให้อยู่ต่อก็เถอะ หญิงสาวจึงจำใจต้องเดินตามคนทั้งคู่เข้าไปในผับสุดหรูของโรงแรมน่านฟ้า
บรรยากาศอึมครึมเต็มไปด้วยกลิ่นควันบุหรี่คละคลุ้งทว่ากวินกับธนิสรากลับตกอยู่ในโลกสีชมพูที่ต่างคิดว่ามีกันและกันตามลำพังเท่านั้นในขณะที่ปวิตาได้แต่มองทั้งสองด้วยความรู้สึกเบื่อหน่ายออกอาการเซ็งอย่างเห็นได้ชัด ไอ้ความดึงดูดที่ทั้งคู่มีให้แก่กันมันช่างรวดเร็วซะยิ่งกว่าจรวดติดเทอร์โบซะอีก ญาติสาวของเธอช่างเป็นสาวแรงสูงที่ไวไฟดีแท้ ธนิสราเป็นอย่างที่เพื่อน ๆ ของเธอกล่าวจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่เจ้าหล่อนนั้นยังเป็นแค่นักศึกษามหาวิทยาลัยปี 1 เท่านั้น แต่ความสามารถด้านผู้ชายนั้นยิ่งกว่าคนจบปริญญาตรีอย่างเธอซะอีก
ปวิตาสู้อดทนอยู่เป็นเพื่อนญาติผู้น้องกระทั่งเวลาล่วงเลยมาจนถึงห้าทุ่มแต่ไม่มีทีท่าว่าทั้งสองจะขยับเขยือนไปไหน พวกเขาทำเหมือนมากันเพียงลำพังโดยไม่มีเธอมาด้วยอย่างนั้นแหละ แล้วเธอก็เบื่อที่จะรอให้คนทั้งคู่หันมาสนใจแล้วด้วย ปวิตาจึงลุกขึ้นและเดินออกไปโดยไม่บอกใครเมื่อความง่วงเริ่มจู่โจมจนเธอแทบจะนั่งไม่อยู่ ประกอบกับอาการมึนค๊อกเทลสีสวยหลายแก้วที่เผลอดื่มเข้าไปในระหว่างนั่งรอธนิสรา
หญิงสาวจึงเดินขาปัดน้อย ๆ อย่างคนที่มีระดับแอลกอฮอลในสายเลือดพอสมควร ปวิตาเดินตรงไปที่หน้าเคาน์เตอร์เพื่อขอกุญแจห้องพัก ดังนั้นเมื่อลากสังขารตัวเองเข้าห้องได้แม่เมรีร่างอวบอิ่มถอดเสื้อผ้าออกจากร่างเดินโซซัดโซเซเข้าไปอาบน้ำใหม่ทันที กลิ่นบุหรี่ที่ได้มาจากในผับใต้ถุนโรงแรมสร้างความหงุดหงิดใจให้เธอมากมายจนต้องตัดสินใจสระผมใหม่ ทั้งที่ตาแทบจะลืมไม่ขึ้นอยู่แล้ว
น้ำเย็น ๆ ไม่สามารถช่วยบรรเทาความง่วงให้กับสาวขี้เซาอย่างปวิตาเลยแม้แต่น้อยดังนั้นหลังจัดแจงตัวเองจนสะอาดหอมกรุ่นไปทั้งตัวแล้ว ร่างบางซึ่งมีเพียงผ้าขนหนูผืนเล็กจึงเดินโผเผออกมาจากห้องอาบน้ำทั้งที่ดวงตาริบหรี่ใกล้ปิดเต็มทน แต่มือเรียวไม่ลืมที่จะดึงผ้าเช็ดตัวขนาดใหญ่กว่าที่แขวนไว้หน้าห้องน้ำขึ้นมาเช็ดผมด้วยท่าทางเหมือนคนใกล้หลับกลางอากาศเต็มทน หญิงสาวทรุดตัวนั่งลงบนที่นอน เริ่มรู้สึกขี้เกียจจึงไม่ยอมลุกขึ้นหาชุดใส่ประกอบกับคิดว่าตนเองล็อคห้องไว้อย่างดีแล้ว แถมยังอยู่ในโรงแรมหรูมีระดับทำให้หมดกังวลจึงล้มตัวนอนทั้งผ้าขนหนูผืนเดียว สอดตัวเข้าใต้ผ้าห่มผืนหนาหลับไปอย่างง่ายดาย
ในขณะที่ปวิตากำลังหลับสบายบนเตียงกว้าง ธนิสราก็กำลังหงุดหงิดเมื่อหันกลับไปมองที่โต๊ะและไม่เห็นญาติผู้พี่ซึ่งคงหนีกลับก่อนแต่ไม่ยอมบอกกล่าวเธอบ้าง นางงามคนสวยจึงพยายามข่มอารมณ์โกรธหันกลับไปกระซิบบอกกวินซึ่งกำลังโอบประคองเธอก้าวไปตามจังหวะเพลงด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานเบา ๆ ว่า
“ปอยหนีกลับไปก่อนแล้วคะพ่อเลี้ยง”
“ช่างเธอเถอะครับ คุณอยู่กับผมปลอดภัยแน่นอนคนสวย”
กวินเอ่ยเสียงกระซิบตอบหญิงสาวข้างหูพร้อมกับหยอกเย้าเธอเล่นด้วยการขบเม้มติ่งหูของเธอเบา ๆ
ธนิสราเตลิดเพลิดไปกับอาการที่เกิด หญิงสาวเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มและทอดสายตาวาวตอบสนองสัมผัสหวามของกวินอย่างมีความหมาย กวินช่างเป็นหนุ่มที่ไฟรักร้อนแรงนัก แม้ว่าเธอและเขาจะพึ่งได้เจอกันเพียงครั้งแรก เขาก็ทำราวกับว่ารู้จักเธอมานานแสนนาน ทั้งที่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย
“นี่ก็ดึกมากแล้ว นิดว่านิดต้องกลับแล้วล่ะค่ะ”ธนิสรากล่าวเบา ๆ พลางเงยหน้าขึ้นทอดสายตามองชายหนุ่ม
“อย่าใจร้ายกับผมนักเลยนะ”กวินส่งสายตาออดอ้อน ซึ่งใช้กับสาว ๆ เป็นประจำ
“ก็ไม่ได้ใจร้ายซะหน่อย นิดแค่อยากอาบน้ำ...นอนแล้วก็เท่านั้นเอง” ธนิสราทำท่ากัดปากนิด ๆ อย่างนางยั่วในละครพร้อมช้อนตามองสบตากับกวินเป็นเชิงแนะให้เขาเข้าใจความหมายที่ส่งไปทางสายตาสื่อไปถึงชายหนุ่มที่มองเธออยู่เช่นกัน
“ตกลงครับ ถ้าคุณนิดอยาก...นอนแล้วก็ตามใจครับคนดี”
