บทที่ 8 ชมกันเอง

อรกมลเดินไปห้องแต่งตัวเจ้าสาว พบนายพรหมผู้เป็นบิดาของเจ้าสาวอยู่ในชุดสูทสีเทา นั่งไขว่ห้างอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ด้านหน้าห้อง

“คุณลุงคะ คุณป้าให้มาตามค่ะ เจ้าบ่าวมาถึงแล้ว”

“น่าจะเสร็จกันแล้วนะ เดี๋ยวลุงจะตามให้ ขอบใจนะหนู” นายพรหมพูดจบก็เดินไปเคาะห้องแต่งตัว ส่วนอรกมลก็เดินกลับไปที่บ้านเพื่อแต่งตัวตามที่นางเอมอรสั่งไว้

“แม่อนงค์ ลูกแต่งตัวเสร็จรึยัง ฝ่ายเจ้าบ่าวเขามาตามแล้ว” นายพรหมตะโกนเรียก

“เสร็จแล้วจ้า จะออกไปเดี๋ยวนี้แหละพ่อ” เสียงนางอนงค์ผู้เป็นภรรยาตอบกลับมาพร้อมกับประตูห้องที่เปิดออก นายพรหมมองลูกสาวในชุดแต่งงานแสนสวยแล้วอดชมไม่ได้

“แหม ลูกสาวพ่อวันนี้สวยจริงๆ ไหนยิ้มให้พ่อดูหน่อย เพิ่งจะเห็นหนูโตเป็นสาวก็วันนี้เอง” นายพรหมกลั้วหัวเราะเบาๆ ขณะที่ชมลูกสาวของตัวเอง

“นี่ พ่อคะ หนูอายุสามสิบสองแล้วนะคะ เรียกว่าแก่แล้วต่างหากค่ะ ไม่ใช่เพิ่งโตเป็นสาว” เจสิตายิ้มกว้างกระเซ้าพ่อ เธอรู้ดีว่าสำหรับพ่อกับแม่แล้ว เธอยังคงเป็นเด็กน้อยๆ ของท่านเสมอ

“ฮ่ะ ฮ่ะ พ่อก็เป็นแบบนี้แหละ ไม่เคยคิดว่าหนูโตแล้วซะที ไปเถอะเจ้าบ่าวเขารออยู่แล้ว เดี๋ยวพ่อจะไปส่ง” นายพรหมพูดจบก็ยื่นแขนให้ลูกสาวเกาะ หญิงสาวรีบคว้าแขนของพ่อมากอด รู้สึกอบอุ่นและเต็มตื้นในหัวใจ

นี่เธอกำลังจะเป็นผู้ใหญ่และกำลังจะมีครอบครัวจริงๆ แล้วเหรอ ความสับสนเริ่มเกาะกุมหัวใจ ความรู้สึกเคว้งคว้างแบบนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งที่สามแล้วในชีวิตเธอ

ครั้งแรกเกิดขึ้นตอนพ่อไปส่งเธอเข้าโรงเรียนอนุบาลในวันแรก วันที่พ่อส่งเธอให้กับคุณครู เธอหันไปมองพ่อจนลับสายตาขณะที่คุณครูพาเธอเข้าห้องเรียน

ครั้งที่สองตอนที่เธอขึ้นรถทัวร์มาเรียนที่กรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก เธอรู้สึกใจหายตอนที่รถทัวร์ค่อยๆ เคลื่อนออกไป โดยมีสายตาของพ่อมองตามจนสุดสายตา

และนี่เป็นครั้งที่สามที่หญิงสาวจะต้องจากอ้อมอกของพ่อกับแม่ไปยังดินแดนแปลกใหม่อีกครั้ง ทั้งๆ ที่เตรียมใจไว้ก่อนล่วงหน้า แต่พอถึงเวลาเธอก็แทบเข่าอ่อน

เดอะโชว์ มัสต์ โกออน เธอให้คำตอบกับตัวเอง การแสดงกำลังจะเริ่มต้นเธอต้องแสดงไปจนกว่าจะถึงเวลาจบ เจสิตาเกาะแขนบิดาก้าวเดินออกไปพร้อมกัน โดยมีมินตราเพื่อนเจ้าสาวกับนางอนงค์ผู้เป็นมารดาเดินตามมาด้านหลัง

“เจ้าสาวมาแล้ว” เสียงของบรรดาแขกเหรื่อในงานพูดขึ้น เมธัสซึ่งกำลังทักทายแขกผู้ใหญ่ที่เป็นเพื่อนของบิดาหันมาทางต้นเสียงที่ได้ยิน

‘เกมกำลังจะเริ่มต้นแล้ว’ เขาคิดในใจ แต่สายตาที่เคยมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวก็มาสะดุดลงที่หญิงสาวตรงหน้า เจ้าสาวของเขาเพรียวบาง สวยสง่าใน      ชุดสีขาว ชายกระโปรงยาวลากพื้นหรูหราตามสมัยนิยม สวมถุงมือ  สีขาว โชว์เนินอกอิ่มและไหล่ขาวเนียนกระจ่างตา เกล้าผมสูงปล่อยปอยผมเล็กเคลียแก้มเนียนใสอมชมพู แต่งหน้าด้วยโทนสีชมพูพาสเทล หวานซึ้งอย่างมีสไตล์

‘เธอคงเป็นเจ้าสาวในฝันที่ผู้ชายทั้งโลกฝันจะได้ครอบครอง ไม่ใช่สิ ต้องไม่ใช่เรา แน่ๆ’ ใจเจ้ากรรมพยายามจะปฏิเสธความคิดนั้น

เจสิตาเองก็ตกตะลึงในโฉมใหม่ของเจ้าบ่าวไม่ต่างกัน รูปร่างสมส่วน สง่างาม ใบหน้าที่ไร้หนวดเครารกครึ้มทำให้เขาดูอ่อนวัยกว่าชายหนุ่มเมื่อช่วงเช้า

ชายหนุ่มตรงหน้านี้ดูคล่องแคล่ว มีเสน่ห์ เหมือนหนุ่มหล่อไฮโซในเมืองกรุง ไม่เหมือนชายหนุ่มผู้อมทุกข์เมื่อเช้าเลยสักนิด และดูเป็นมิตรขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

หญิงสาวค่อยๆ เงยหน้าขึ้น มองเจ้าบ่าวแล้วยิ้มบางๆ อย่างเคย ดวงตากลมโตคู่หวานนั้นสะกดชายหนุ่มเข้าอีกแล้ว

‘ตกลงเธอเป็นนางฟ้าหรือแม่มดจำแลงกันแน่ สายตาของเธอช่างมีอำนาจ’ เมธัสคิดในใจแล้วรีบเรียกสติกลับคืนมา

‘จำไว้... เกมนี้นายเมธัสจะต้องเป็นผู้คุมเกม’

เขาส่งยิ้มหวานให้เจ้าสาว ยิ้มที่เคยสะกดสาวๆ ให้อ่อนระทวยมานักต่อนักแล้ว หญิงสาวแทบละลายอยู่ตรงนั้น แต่ก็ต้องชะงักเมื่อสายตาหวานฉ่ำที่เขาส่งมาให้นั้นแปรเปลี่ยนเป็นสายตาท้าทายเหมือนกับจะบอกว่าฉันทำได้มากกว่าที่เธอเคยปรามาสไว้เสียอีก

เมธัสค่อยๆ เดินเข้ามาหาเจ้าสาวด้วยสายตาที่หวานซึ้งแล้วโปรยคำหวานว่า ‘คุณสวยมาก’ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองบิดาของเธอยิ้มๆ แล้วพูดว่า

“ผมขออนุญาตมารับตัวเจ้าสาวของผมนะครับ คุณพ่อ” เขาเน้นคำว่า คุณพ่อ ก่อนยื่นแขนมาให้เจ้าสาวเกาะ นางเอมอรกับนายราเมศมองหน้ากันอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

“มันเกิดอะไรขึ้น” นายราเมศกระซิบถามภรรยา

“ไม่ทราบค่ะ ดิฉันก็งง งงจริงๆ ค่ะ” นางเอมอรทำท่าเหมือนจะยกมือเกาศีรษะเพราะหาคำตอบให้กับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ แต่ก็ต้องรีบวางมือลงเพราะกลัวว่าผมที่ให้ช่างทำผมยีจนฟูและจัดทรงเหมือนคุณนายในละครทีวีจะเสียทรง

“มีอะไรหรือคะคุณอร” นางอนงค์ผู้เป็นมารดาของเจ้าสาวเข้ามาถามเมื่อเห็นสองสามีภรรยากระซิบกระซาบกันอย่างผิดปกติ

“ไม่มีอะไรหรอกจ้ะแม่อนงค์  แค่ชมว่าเจ้าสาวเจ้าบ่าวสวยหล่อสมกันจริงๆ”  นางเอมอรรีบแก้ตัว

“แหม ดิฉันก็ว่างั้นค่ะ คุณหนึ่งโกนหนวดโกนเครา หล่อเหลาเอาการจนดิฉันจำแทบไม่ได้เลยค่ะ อย่างกับคนละคน” สายตาของนางอนงค์แสดงให้เห็นว่าเธอพูดความจริง

“ค่ะ ดิฉันก็แปลกใจ เอ๊ย ดิฉันก็คิดแบบนั้นค่ะ หนูตาของแม่อนงค์ก็สวยซะจนฉันตะลึงไปเหมือนกัน” นางเอมอรตอบตะกุกตะกัก

“อย่ามัวแต่ชมกันเองอยู่เลย รีบพาลูกไปรับแขกเถอะ แขกเริ่มมากันเยอะแล้ว” นายพรหมเดินมาเตือน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป