บทนำ
บท 1
1
ทาบทาม
แสงตะวันยามบ่ายคล้อยค่อยๆ ลดแสงจัดจ้าในยามเที่ยง เพื่อรอคอยจันทราฉายแสงในยามค่ำ สายลมพัดเอื่อยผ่านระเบียงบ้านไม้ทรงไทยภาคใต้ประยุกต์ หลังคาทรงปั้นหยาหลังงามสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย ผิดกับอารมณ์ของผู้ที่นั่งอยู่บนชุดเก้าอี้หวายสีน้ำตาลอ่อนที่ปูด้วยเบาะหุ้มผ้าสีขาวลายดอกไม้
เจสิตาสาวร่างบางนั่งอยู่ตรงหน้าผู้เป็นบิดาและมารดาเริ่มกระสับกระส่าย เพราะไม่รู้ว่าผู้เป็นมารดาเรียกมาพูดคุยด้วยเรื่องอะไรกันแน่ ไม่ต่างจากมารดาของเธอที่มีอาการลุกลี้ลุกลนไม่แพ้กัน
“คุณพูดเถอะ” น้ำเสียงของนางอนงค์เหมือนอยู่ในภาวะกดดันอะไรบางอย่างหันมาพยักพเยิดให้สามีเป็นผู้พูด
“คุณก็พูดสิ คุณเป็นแม่น่าจะพูดง่ายกว่า” นายพรหมผู้เป็นบิดาโยนเรื่องกลับมาทางมารดา
“ดิฉันพูดไปหลายครั้งแล้วนะคะ ลูกไม่เคยยอมเลยสักครั้ง” หญิงวัยกลางคนเกี่ยงงอน แล้วยกถ้วยน้ำชามาจิบเพื่อคลายความกังวล
“คุณพ่อ คุณแม่คะ จะพูดอะไรก็พูดมาเถอะค่ะ อย่าอึกอัก อ้ำอึ้งแบบนี้เลยค่ะ” เจสิตาเอ่ยขึ้นอย่างอดไม่ได้
“คือว่า...อย่างนี้นะลูก เมื่อกี้หนูเห็นใช่มั้ย ว่า...เอ่อ คุณเอมอรเจ้าของลานปาล์มเขามาที่นี่” มารดาเกริ่นแล้วหยิบถ้วยชาร้อนขึ้นมาจิบอีกนิด
“ค่ะ ตาทราบค่ะคุณแม่ แล้วมีอะไรคะ?” หญิงสาววัยสามสิบสองแต่รูปร่างหน้าตาราวกับเพิ่งผ่านวัยเบญจเพสย้อนถามกลับไป มองผู้เป็นบิดากับมารดาสลับกันอย่างสงสัยในท่าที
“คือ คุณเอมอรมาทาบทามขอหนูให้กับลูกชายคนโตของเขาน่ะ ลูกชายเธอเพิ่งกลับจากกรุงเทพฯ มาอยู่ที่บ้าน ครอบครัวนี้เขาเป็นคนดี หากินสุจริต ลูกชายเขาก็ร่ำเรียนสูงมีความรู้พอสมควร พ่อเคยเจอเขา ดูท่าทางเอาการเอางานดีทีเดียว หนูจะว่ายังไง พ่อไม่บังคับหนูหรอกแล้วแต่หนูจะตัดสินใจ” นายพรหมผู้เป็นบิดาตัดสินใจพูดออกไปอย่างเนิบช้า หญิงสาวตั้งใจฟังจนกระทั่งบิดาพูดจบ ก่อนจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“ถ้าคุณพ่อคุณแม่เห็นว่าดี ตาก็ตกลงค่ะ”
“ฮ้า...ทำไมง่ายดายอย่างนี้ล่ะลูก” สองสามีภรรยาอุทานพร้อมกัน สีหน้าตกตะลึงมองหน้ากันอย่างไม่อยากเชื่อหู เพราะที่ผ่านมาหลายต่อหลายครั้งก่อนหน้ามีคนมาติดต่อทาบทาม แต่เจสิตาปฏิเสธกลับไปทุกครั้ง เหตุใดครั้งนี้บุตรสาวของตนจึงยอมตอบตกลงแต่งงานอย่างง่ายดายโดยไม่มีข้อแม้อะไรเลย
“มีเรื่องแค่นี้ใช่มั้ยคะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วตาขอตัวนะคะคุณพ่อคุณแม่” หญิงสาวทำสีหน้าเรียบเฉยพลางลุกขึ้นยืนทำท่าจะหันหลังเดินออกไป
“เดี๋ยวสิลูก พ่อกับแม่ไม่ได้บังคับหนูนะ หนูจะไม่ลองเจอพี่เขาดูก่อนสักครั้งนึงเหรอ จะลองศึกษาดูใจกันก่อนก็ได้ เพราะหนูยังไม่เคยรู้จักหน้าค่าตากันเลย พ่อยังไม่ได้ตอบตกลงกับเขาไป หนูมีสิทธิ์ปฏิเสธนะลูก” นายพรหมทักท้วง จากตอนแรกที่กังวลว่าบุตรสาวจะไม่พอใจ กลับกลายเป็นว่าตัวเขาเองต่างหากที่ต้องตกใจกับการตัดสินใจอย่างง่ายดายของผู้เป็นบุตรสาวเสียเอง
“คุณพ่อบอกว่าเขาเป็นคนดีไม่ใช่เหรอคะ ตาเชื่อคุณพ่อค่ะ จะแต่งวันไหนหรือตาต้องทำอะไรบ้างก็บอกตาแล้วกันค่ะ ตาขอตัวไปทำงานต่อนะคะ” พูดจบหญิงสาวก็ลุกออกจากมุมนั่งเล่นริมระเบียงราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“แล้วจะไม่นัดเจอพี่เขาก่อนแต่งงานหน่อยเหรอลูก” เธอชะงักเมื่อมารดาถาม ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาตอบ
“ไม่จำเป็นหรอกค่ะคุณแม่ เสียเวลาเปล่าๆ พรุ่งนี้ตาต้องขึ้นกรุงเทพฯ ค่ะ มีนัดคุยงานกับลูกค้า อาจจะต้องอยู่ที่โน่นหลายวันค่ะ” หญิงสาวทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งรับเขียนระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้กับองค์กรต่างๆ เธอจึงต้องออกไปพบกับลูกค้าเพื่อคุยรายละเอียดการออกแบบและวางโครงสร้างของโปรแกรม
บางครั้งเธอต้องใช้เวลานานหลายเดือนในการใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวง ทำงานหามรุ่งหามค่ำแทบไม่มีเวลาพักผ่อนเพื่อเร่งให้งานเสร็จทันเวลา เมื่อจบงานบริษัทก็ให้โอกาสพักผ่อนยาวที่บ้านได้หลายวัน
จนกระทั่งหญิงสาวยื่นใบลาออกเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา บริษัทจึงยื่นข้อเสนอให้เธอทำงานเป็นฟรีแลนซ์รับงานมาทำที่บ้านแทนการเป็นพนักงานประจำ ซึ่งหญิงสาวก็ดูจะพอใจกับข้อเสนอนี้ไม่น้อย
ครอบครัวของเจสิตาเป็นเกษตรกรมาแต่ดั้งเดิม เธอลืมตาดูโลกก็เห็นแต่สวนยางพาราสุดลูกหูลูกตาของบิดา นายพรหมผู้เป็นบิดาเป็นคนมีฐานะของหมู่บ้าน เป็นที่รักใคร่ของเพื่อนบ้านเพราะมีอัธยาศัยไมตรีและมีน้ำจิตน้ำใจ
เจสิตานั่งทำงานต่อที่หน้าจอคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กซึ่งวางอยู่บนโต๊ะนั่งเล่นริมระเบียงห้องนอน แต่จิตใจของเธอกลับไม่ได้อยู่ที่หน้าจอนั่นเสียแล้ว เพราะสายตาที่เหม่อมองไปยังทิวทัศน์สวยงามเบื้องหน้าที่เป็นวิวภูเขาสีเขียวเข้มสลับซับซ้อนห่างออกไป กลับกลายเป็นภาพในอดีตที่ประดังประเดเข้ามาในความทรงจำ
“ตา ตาจะลาออกจริงๆ เหรอ พี่ไม่อยากอนุมัติให้ตาลาออกเลย” ภาพของยุทธนาเจ้านายของเธอผุดขึ้นมาในความคิด หลังจากที่ได้อ่านใบลาออกของเธอ สีหน้าของเขามีแววครุ่นคิด
“ค่ะ ตาจะลาออกค่ะ” เธอตอบไปอย่างไม่ลังเล
“มีอะไรที่ทางบริษัททำให้ตาไม่พอใจ นอกเหนือไปจากเหตุผลที่ว่าจะกลับไปดูแลพ่อแม่ที่ต่างจังหวัดรึเปล่า” ยุทธนาถามด้วยสายตาที่เฟ้นหาความจริงจากหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า
“ที่นี่ทำให้ตาอบอุ่นและมีความสุขดีค่ะ ตลอดเวลาการทำงาน ที่นี่ให้สิ่งดีๆ แก่ตามากมาย ตาแค่อยากพักผ่อน อีกอย่างพ่อกับแม่ก็อายุมากแล้ว ไม่ควรอยู่กันตามลำพัง พี่ชายของตาก็รับราชการอยู่ต่างจังหวัด ตาเป็นลูกสาวคนเดียวควรจะอยู่เป็นเพื่อนท่าน” หญิงสาวอ้าง ทั้งๆ ที่รู้สึกเศร้าลึก หวนคิดถึงเตชิตชายหนุ่มที่สร้างความร้าวรานใจต่อเธอ
ตราบใดที่เขายังทำงานอยู่ที่นี่ เธอคงไม่มีความสุขที่ต้องทนเห็นภาพบาดตาบาดใจระหว่างชายหนุ่มที่ดูแสนดีแต่แท้จริงแล้วแสนจะหลอกลวงกับเนตรนภาเพื่อนร่วมงานที่เธอเคยสนิทที่สุด
เตชิตเข้ามาในชีวิตของเธอในช่วงที่เธอกำลังเคว้งคว้าง เพราะความผิดหวังจากกัณฑ์คนรักคนแรกที่คบหากันตอนเรียนมหาวิทยาลัยปีสุดท้าย หลังจากที่กัณฑ์ไปเรียนต่อเมืองนอก ในช่วงแรกความรักยังหวานชื่น ทั้งสองคนยังคงติดต่อโทร. หากันสม่ำเสมอ จนกระทั่งสองปีผ่านไปการติดต่อก็เริ่มขาดหาย
ครั้งสุดท้ายเธอดีใจที่ได้งานที่นี่ ซึ่งเป็นงานที่เธอใฝ่ฝันมานาน จึงรีบโทรศัพท์ไปหากัณฑ์ด้วยความตื่นเต้น แต่เสียงปลายสายกลับกลายเป็นเสียงหญิงสาวคนไทย เจสิตานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจถามไปว่าเธอผู้นั้นเป็นใคร คำตอบที่ได้รับทำให้เธอตัวชา “ดิฉันเป็นแฟนเขาค่ะ แล้วคุณเป็นใครคะ” เสียงนั้นย้อนถามกลับมา
“เอ่อ ฉันเป็นเพื่อนเขาค่ะ” หญิงสาวรีบวางสาย ยืนตัวแข็งทื่อไปพักหนึ่ง เธอทรุดตัวบนที่นอนอย่างไร้เรี่ยวแรง น้ำตาหยดแรกค่อยๆ หยดลงมา ก่อนที่จะไหลทะลักลงมาอย่างไม่หยุดหย่อน ปล่อยให้น้ำตาให้ไหลรินต่อไป
เธอร้องไห้จนเหนื่อยอ่อน จิตใจวนเวียนอยู่กับความทรงจำแสนหวานเก่าก่อนระหว่างเธอกับกัณฑ์ ปล่อยให้ความท้อแท้หมดหวังครอบงำจนหมดแรง
แต่สุดท้ายเธอก็อดทนลุกขึ้นเพื่อไปเริ่มทำงานวันแรก กว่าจะได้งานนี้มามันยากนัก ไม่มีทางที่เธอจะปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือ เพราะมันคือตำแหน่งงานแห่งเกียรติและศักดิ์ศรีที่เธอเฝ้ารอมานาน คิดได้แล้วจึงลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวอย่างประณีตที่สุด โดยไม่ลืมหยิบแว่นตาสีชาขึ้นมาสวมเพื่อปิดบังรอยช้ำที่ดวงตา
“นี่คุณเตชิต เป็นหัวหน้าแผนกของคุณ” ยุทธนาแนะนำให้เธอรู้จักกับหัวหน้าแผนก หญิงสาวมองเขาผ่านแว่นตาสีชาเก๋ไก๋เมื่ออยู่บนใบหน้าเรียวรีนั่น ใครๆ คงคิดว่าเธอใส่แว่นตาเพราะเป็นแฟชั่น แต่แท้จริงแล้วมันถูกใช้เพื่อปิดบังรอยบวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนักหน่วงของคืนที่ผ่านมา
“ส่วนนี่คุณเจสิตาโปรแกรมเมอร์สาวคนใหม่ของเรา ฝีมือไม่เลวเลย ยังไงคุณช่วยดูแลหน่อยแล้วกัน ให้รับงานใหม่ที่ลูกค้านัดเข้าไปเก็บข้อมูลวันนี้เลยนะ” ยุทธนาแนะนำเสร็จ หญิงสาวยกมือไหว้ทำความรู้จักกับชายหนุ่มตรงหน้า
ในสายตาของเธอเตชิตเป็นชายหนุ่มรูปงาม หล่อเหลาขั้นนายแบบ เป็นโปรแกรมเมอร์หนุ่มที่มีความสามารถสูง และคงเป็นที่คลั่งไคล้ของสาวๆ ทั้งบริษัท
เธอเองก็พึงพอใจในตัวเขาไม่น้อย บวกกับท่าทีอ่อนโยนแสนดีกับทุกคนยิ่งทำให้เธอประทับใจ ส่วนตัวเธอน่ะหรือก็อยู่ในขั้นสวยใสเพิ่งจบมหาวิทยาลัยมาได้แค่สองปีพ่วงกับตำแหน่งโปรแกรมเมอร์สาวทำให้เธอเองก็ดูโก้เก๋ไม่น้อยความเคว้งคว้างบวกกับความอ่อนต่อโลกของหญิงสาว แม้จะผิดหวัง ช้ำรักมาแล้วแต่ก็ยังไม่ถึงขั้นรู้จักผู้ชายมากพอ ช่วงแรกก็คิดแค่ว่าคบไว้แก้เหงา อย่างน้อยก็ยังดีกว่าไม่มีใคร วันแรกที่ไปทำงานหญิงสาวยังไม่หายเพลียจากสงครามน้ำตาของคืนที่ผ่านมา จึงเดินเข้าไปซื้อซุปไก่สกัดในมินิมาร์ต ขณะที่เตชิตจอดรถเติมน้ำมันระหว่างเดินทางไปพบลูกค้า
“คุณดื่มทีเดียวหมดขวดเลยเหรอครับ” เตชิตถามเมื่อเห็นหญิงสาวดื่มซุปไก่สกัดรวดเดียวหมดขวด
“ค่ะ จะได้ไม่เสียเวลา” เธอตอบพลางหมุนฝาปิดปากขวดเปล่า
“คุณดื่มทุกวันเหรอครับ” ชายหนุ่มถามเหมือนหาเรื่องคุย
“เปล่าหรอกค่ะ ดื่มเฉพาะวันที่รู้สึกเพลีย หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ รู้สึกว่าจะช่วยให้ดีขึ้นได้เยอะ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แล้วเอี้ยวตัวไปด้านหลังเพื่อทิ้งขวดเปล่าลงถังขยะเล็กๆ ที่วางอยู่ตรงที่วางเท้าเบาะหลัง รถของเขาสะอาดสะอ้าน มีเพียงแฟ้มเอกสารที่ต้องใช้งานวันนี้วางตรงเบาะหลังเท่านั้น
“ตื่นเต้นเรื่องงานใหม่จนนอนไม่หลับหรือเปล่าครับ” เตชิตถามกลับ
“เปล่าค่ะ” เธอตอบสั้นๆ เพราะอยากปิดประเด็นก่อนที่เขาจะพูดเรื่องของเธอจนมากเกินไป
“แว่นที่คุณใส่ไม่น่าจะใช่แว่นสายตาใช่มั้ยครับ” ชายหนุ่มหาเรื่องคุยได้อีกทั้งๆ ที่เธอไม่อยากให้ใครซักไซ้เรื่องนี้เลยสักนิด
“เอ่อ คือ มันเป็นแว่นกันรังสีคอมพิวเตอร์ค่ะ” หญิงสาวบ่ายเบี่ยงตอบไป พร้อมขยับแว่นเล็กน้อยทั้งๆ ที่ไม่จำเป็น
“แต่ในนี้ไม่มีรังสีคอมพิวเตอร์ซะหน่อย คุณจะไม่ถอดแว่นหน่อยเหรอครับ”
“ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ แค่ขอบตาคล้ำเพราะนอนน้อยเลยไม่อยากถอดแค่นั้นเองค่ะ” เธอรู้สึกอึดอัดใจที่ต้องคอยตอบคำถามเรื่องส่วนตัว
“มีเรื่องอะไรเหรอครับ” เขาถามกลับ จนเธอเริ่มโมโหกับความช่างเซ้าซี้ของเขา
“อกหักค่ะ” หญิงสาวตอบความจริงตัดความรำคาญ รถทั้งคันเงียบสนิท ก่อนเขาจะถอนใจยาว
“คุณล้อผมเล่นรึเปล่า” ชายหนุ่มถามขึ้นทำเสียงขำขัน
“ฉันไม่เคยล้อเล่นเรื่องแบบนี้หรอกค่ะ” เธอตอบแบบเกรงๆ เมื่อเพิ่งนึกได้ว่าเขาเป็นหัวหน้างาน
ตั้งแต่นั้นมาเตชิตก็ให้ความสนิทสนมและทำดีจนเธอหลงรักและเกือบหลวมตัวไปกับคารมหวานหูของเขาหลายต่อหลายครั้ง แต่จนแล้วจนรอดเธอก็สามารถเอาตัวรอดมาได้ ด้วยเหตุผลที่เขาไม่ให้เปิดเผยความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอให้ใครในบริษัทรู้
ช่วงเวลาเจ็ดปีที่ทำงานร่วมกันเจสิตาแอบคบกับเตชิตอย่างอึดอัดใจ เขาอ้างเหตุผลว่าไม่อยากให้เป็นที่ครหาเพราะเขาเป็นหัวหน้างาน หากมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับลูกน้องจะขาดความน่านับถือ จนกระทั่งก่อนที่เธอจะลาออกประมาณหนึ่ง สัปดาห์ เนตรนภาเพื่อนสนิทบอกกับเธอว่า ได้ตกเป็นภรรยาของเตชิตแล้ว หญิงสาวจึงรีบไปสอบถามกับเตชิตให้แน่ใจ
“พี่เต เนตรบอกกับตาว่าเมื่อคืนพี่เต...เอ่อ ไปนอนที่ห้องของเนตร แล้วก็...” หญิงสาวอึกอักที่จะเอ่ยประโยคที่น่าอับอายนั่นออกมา น้ำตาคลอเบ้า
ชายหนุ่มผู้แสนดีของเธอเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะทำงานก่อนจะเอ่ยคำพูดที่เธอคาดไม่ถึงออกมา
“ไม่มีอะไรหรอกตา เนตรเขายอมผม แต่คุณไม่ยอม ผมเป็นผู้ชายเรื่องแบบนี้ผมก็ต้องการเหมือนกัน ในเมื่อคุณไม่ยอม ผมก็ต้องหาคนที่เขายอมประทังไปก่อน ยังไงผมก็รักคุณ ถึงเวลาที่ผมจะแต่งงานคนคนนั้นก็ต้องเป็นคุณ”
คำตอบง่ายๆ ที่ออกมาจากปากของเขาทำให้เธอยืนตัวชาอยู่พักหนึ่ง แม้อยากจะกรีดร้องแต่สมองมึนงงและว่างเปล่า ทุกส่วนของร่างกายชาวูบตั้งแต่หัวจดปลายเท้า ขาแทบทรุดกองกับพื้นด้วยความผิดหวัง ทำได้แค่พาร่างกายที่กำลังจะหมดเรี่ยวแรงและน้ำตาที่กำลังจะไหลรินเดินออกมาจากตรงนั้นโดยไร้คำพูดใดๆ หลุดจากปาก
ความเคว้งคว้าง สิ้นหวังกลับมายึดครองหัวใจของเธออีกครั้งอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง พยายามตัดใจจนแล้วจนรอดก็ทำไม่ได้สักที ลาออกและกลับบ้านคือคำตอบสุดท้ายสำหรับเธอ ความคิดนั้นสะดุดลงเมื่อได้ยินเสียงของยุทธนาเจ้านายของเธอ
“เป็นอะไรไปตา พี่เห็นตานั่งเงียบมาพักใหญ่แล้ว ดูท่าทางเหมือนตามีปัญหาไม่สบายใจ เอาเป็นว่าพี่มีทางออกให้ พี่จะยังไม่อนุมัติให้ตาลาออกแต่จะให้ตาลาพักร้อนสักหนึ่งสัปดาห์ไปตัดสินใจว่า ตาจะลาออก หรือกลับมาทำงานต่อ หรืออีกทางเลือกนึงก็เป็นฟรีแลนซ์ให้บริษัท ถ้ามีงานพี่จะเรียกตามารับงานไปทำ ทำเสร็จแล้วตาเอางานมาส่ง พี่เสียดายคนมีฝีมืออย่างตา” ยุทธนาเสนอทางออก
“งั้น ตาตัดสินใจเลยนะคะ ตาขอเลือกเป็นฟรีแลนซ์ให้พี่ยุทธ์ค่ะ ช่วงนี้ตาจะเคลียร์งานเก่าให้เสร็จก่อนสิ้นเดือน และตาจะยังดูแลลูกค้าทุกคนที่ตาทำงานให้เหมือนเดิม ถ้ามีปัญหาอะไรพี่ยุทธ์โทร. หาตาได้ทันทีเลยนะคะ แต่ตาขอกลับไปทำงานที่บ้านต่างจังหวัดตั้งแต่วันพรุ่งนี้เลยค่ะ” เจสิตาให้คำตอบกับผู้เป็นเจ้านายทันทีที่เขายื่นข้อเสนอที่น่าพอใจแก่เธอที่สุด
“เป็นอันว่าตกลง พี่ยังมีตาเป็นพนักงานของที่นี่” ยุทธนาลุกขึ้นยืน ยื่นมือให้หญิงสาวจับ เธอยื่นมือมาสัมผัสมือนั้นเป็นการตกลง
“ถ้าตกลงตามนี้ ตาขอตัวไปทำงานที่ค้างไว้ต่อนะคะ” เธอยกมือไหว้ชายหนุ่มแล้วเดินออกจากห้อง ทิ้งให้เจ้านายหนุ่มมองตามด้วยสายตาห่วงใย
บทล่าสุด
#170 บทที่ 170 จบบริบูรณ์
อัปเดตล่าสุด: 9/22/2026#169 บทที่ 169 เหมือนกันตรงไหน
อัปเดตล่าสุด: 9/22/2026#168 บทที่ 168 ลูกชายท่านทั้งสองคน...คือใคร
อัปเดตล่าสุด: 9/22/2026#167 บทที่ 167 อย่าเพิ่มกรรมให้ตัวเอง
อัปเดตล่าสุด: 9/22/2026#166 บทที่ 166 ไม่เคยโต
อัปเดตล่าสุด: 9/22/2026#165 บทที่ 165 คนกำลังมีความรัก
อัปเดตล่าสุด: 9/22/2026#164 บทที่ 164 แพ้ท้องแปลก ๆ
อัปเดตล่าสุด: 9/22/2026#163 บทที่ 163 ได้ลูกแฝด
อัปเดตล่าสุด: 9/22/2026#162 บทที่ 162 สนุกแต่ไม่ใช่ความสุข
อัปเดตล่าสุด: 9/22/2026#161 บทที่ 161 สุขสงบ
อัปเดตล่าสุด: 9/22/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกิดใหม่เป็นเมียของตัวร้าย...พลิกฐานะให้ร่ำรวยด้วยมิติวิเศษในยุค80
หลินเฟยเฟยตื่นขึ้นมาในร่างของเด็กสาวอาภัพที่ถูกทิ้งเพราะคำทำนายลวงโลก ปล่อยให้แฝดพี่สวมรอยเป็นหงส์ฟ้าเสวยสุขในบ้านเศรษฐี ส่วนเธอต้องทนลำบากแถมยังถูกใส่ร้ายจนตาย!
แต่ขอโทษที หลินเฟยเฟยคนใหม่นี้ไม่หมูเหมือนคนเก่า ในมือมีระบบแลกเปลี่ยนมิติสุดล้ำ สมองมีแผนธุรกิจระดับร้อยล้าน เธอจะพลิกโฉมสมุนไพรบ้านนอกให้กลายเป็นอาณาจักรเครื่องสำอางระดับชาติ ตอกหน้าแฝดพี่ดอกบัวขาวและอดีตคู่หมั้นเฮงซวยให้หงายหลัง!
แถมยังมีเซี่ยจินเหิง พญามารคุมตลาดมืดที่ใครๆต่างหวาดกลัว มาคอยตามป้วนเปี้ยนขอสมัครเป็นบอดี้การ์ดพ่วงตำแหน่งสามี... หึ ดาวไม้กวาดงั้นเหรอ คอยดูเถอะ ฉันจะกวาดเงินกวาดทองให้เกลี้ยงประเทศเลย!
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
คุณหมอ❤️ที่รัก NC18++
"อาหมอกฤษฎิ์"
หนุ่มใหญ่วัย 34 ปี มาเฟียในคราบคุณหมอสูตินรีเวชแห่งโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศ โหด เหี้ยม รักใครไม่เป็น เปลี่ยนคู่นอนเป็นว่าเล่น สำหรับเขารักแท้ไม่เคยมีรักดีๆ ก็มีให้ใครไม่ได้ แต่สุดท้ายดันมาตกหลุมรักแม่ของลูกอย่างถอนตัวไม่ขึ้น❤️
"เฟียร์สตีนอยู่ดีๆรู้ตัวอีกทีก็มีลูกสาววัย4ขวบแล้วอ่ะครับ แถมแม่ของลูกทำเอาใจเต้นแรงไม่หยุดเลยนี่เรียกว่าตกหลุมรักใช่ไหมครับ"
นลินนิภา อารีย์รักษ์
"ที่รัก"
สาวน้อยวัยแรกแย้มบริสุทธิ์ผุดผ่อง ฐานะยากจนสู้ชีวิต เพราะความจำเป็นทำให้เธอต้องตกเป็นของเขา คนนั้นด้วยความเต็มใจ จนทำให้เธอต้องกลายมาเป็นคุณแม่ยังสาวด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็เล่นตลกเหวี่ยงให้เธอกลับมาพบกับเขาคนนั้นอีกครั้ง พ่อของลูกคนที่เธอถวิลหาไม่เคยลืม ❤️
"ตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรก ห่างกันไกลแค่ไหนใจยังคงคิดถึงเธอเสมอ ❤️พ่อของลูก"
หนูน้อยแก้มใส
กมลชนก อารีย์รักษ์
สาวน้อยวัย 4 ขวบ สดใสร่าเริง ฉลาดมาก ซนมาก แสบมาก เซี้ยวมาก เฟียสมาก ใครเห็นเป็นต้องหลงรักในความช่างพูดและขี้อ้อนของน้อง
"ลุงหมอเป็นพ่อขาของแก้มใสเหรอคะ"
หนูเป็นลูกของคุณพ่อกฤษฎิ์กับคุณแม่ที่รักค่ะ
หนูจะเป็นกามเทพตัวจิ๋วที่จะมาแผลงศรให้คุณพ่อกับคุณแม่รักกัน❤️มาเอาใจช่วยหนูกันด้วยนะคะ
เจ้าสาวนอกปรารถนา
จู่ ๆ วันหนึ่งเขาเดินเข้ามาบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า ‘ทำผู้หญิงคนอื่นท้อง’ พร้อมยื่นคำขาดว่า… หากรับไม่ได้ก็เซ็นใบหย่าแล้วไสหัวไป แต่ถ้าอยากรักษาตำแหน่งภรรยาแต่งเอาไว้ ก็จงยอมรับสภาพการใช้ชีวิตแบบ ‘สามคนผัวเมีย’ ในบ้านหลังนี้ซะ!
วันนี้หญิงสาวจึงต้องตัดสินใจ เธอจะยอมก้มหน้ารับความอดสู หรือจะลุกขึ้นสู้เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและเดินออกจากกรงขังไร้รักแห่งนี้ด้วยตัวเอง
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
เมียเด็กของผู้พันสายดุ
การสูญเสียพ่อผู้เป็นดั่งโลกทั้งใบในภารกิจลับ ทำให้ชีวิตของ ‘ม่านมุก’ เด็กสาววัยยี่สิบปีต้องพลิกผัน เธอถูกโยนเข้ามาอยู่ในความดูแลของ ‘พันเอก รุจิภาส วงศ์เดชา’ ผู้บังคับการกองพันทหารราบสายดุ ผู้ชายที่พ่อเธอเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขาไว้!
เขาคือเสือร้ายแห่งกองทัพ เย่อหยิ่ง บ้าอำนาจ และไร้ซึ่งความอ่อนโยน
เขาต้อนรับเธอด้วย 'กฎเหล็ก 5 ข้อ' ที่ขีดเส้นแบ่งสถานะระหว่าง 'ผู้ปกครอง' และ 'เด็กในความดูแล' อย่างชัดเจน
ทว่า... ภายใต้ใบหน้าที่ถมึงทึงและคำพูดที่เย็นชา กลับซ่อนความรู้สึกหวงแหนที่ลึกล้ำจนน่ากลัว
ยิ่งเธอพยศ เขาก็ยิ่งอยากปราบให้อยู่หมัด
ยิ่งเธอหนี เขาก็ยิ่งอยากกักขังเธอไว้ในกรงทองของเขาตลอดกาล!
แต่เมื่อความจริงในอดีตถูกเปิดเผย พร้อมกับความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยแผลเป็น
สมรภูมิแห่งความรักครั้งนี้... ผู้พันสายดุจะยอมคุกเข่าเพื่อสยบหัวใจเด็กพยศได้อย่างไร?
“จำไว้นะม่านมุก... ใครกล้าแตะต้องเธอ... มันต้องตาย!”
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง













