บทที่ 9 ห้องพี่ธียังอยู่เหมือนเดิม

สองบ่าวสาวรับแขกกันตั้งแต่ใกล้ค่ำจนเริ่มมืด แขกมาเต็มทุกโต๊ะล้นไปถึงโต๊ะด้านนอกหน้าลานปาล์มซึ่งอรกมลจัดไว้สำรองสำหรับหนุ่มสาวที่ต้องการบรรยากาศแบบธรรมชาติ โดยเจ้าภาพได้จัดเตรียมโต๊ะสำหรับคนงาน ซึ่งมีนายเม่นเป็นหัวโจกมีลอยเป็นลูกคู่คอยรับส่งมุกกันตลอดเวลา ส่งเสียงสรวลเสเฮฮา ครื้นเครง หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยในการเตรียมงานกันมานาน

บ่าวสาวถ่ายรูปร่วมกับแขกในงาน ชายหนุ่มทำได้อย่างคล่องแคล่วไม่ติดขัด ยิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนเจ้าบ่าวที่เต็มใจแต่งงาน จนดูไม่ออกว่าเจ้าสาวที่ยืนอยู่ข้างกายเป็นผู้หญิงที่เขาเพิ่งเจอหน้าครั้งแรกเมื่อเช้านี้ 

เจสิตายืนตัวแข็งทื่อ ตั้งรับไม่ทันเพราะถูกโอบกอดเหมือนกับเธอเป็นเจ้าสาวที่เจ้าบ่าวรักปานจะกลืนกิน เขาหยอกเย้าเธอต่อหน้าแขกเหรื่อ แม้เธอจะแอบหยิกเตือนเขาไปหลายครั้งที่เขาเสแสร้งรักจนเกินเหตุ แต่เจ้าบ่าวจอมเจ้าเล่ห์ของเธอก็ไม่ได้หยุดแสดงอาการแสร้งรักนั่น

งานนี้คนที่ขาดทุนเต็มประตูก็คือตัวเธอเอง เขาแกล้งหาเรื่องฉวยโอกาสได้ตลอดเวลา ส่วนตัวเขาเองก็สนุกกับการทำให้หญิงสาวข้างกายรู้สึกพ่ายแพ้ต่อคำปรามาส เขาแกล้งทำเป็นมีความสุขต่อหน้าทุกคน เริ่มสับสนว่าความรู้สึกมีความสุขนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาจริงๆ หรือว่าแค่แกล้งทำ

อรกมลรีบกลับขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดที่นางเอมอรเตรียมไว้ให้ เป็นชุดราตรีเกาะอกสีกลีบบัว เผยเนินอกอิ่มและช่วงไหล่นวลเนียน ช่วงเอวประดับด้วยดอกกุหลาบผ้าสวยหวานดอกเล็กสีเดียวกัน ปักด้วยเลื่อมและมุกจากช่วงอกจนถึงเอว

อรกมลยืนหมุนไปหมุนมาอยู่หน้ากระจกสำรวจตัวเองอย่างไม่มั่นใจ เพราะไม่เคยใส่ชุดแบบนี้มาก่อน หญิงสาวจึงเตรียมหาผ้าคลุมไหล่มาคลุม แต่ยังไม่ทันจะได้เปิดตู้เสื้อผ้า เสียงช่างแต่งหน้าที่นางเอมอรสั่งไว้ก็ดังขึ้นด้านนอก อรกมลรุดไปเปิดประตูให้ทันที

“ว้าย คุณอร ไหนมดแดงดูซิ” มดแดงร้องกรี๊ดกร๊าดแล้วจับร่างบางตรงหน้าหมุนไปหมุนมา

“มันโป๊ไปใช่มั้ยคะพี่มดแดง น้องอรกำลังจะหาผ้ามาคลุมไหล่อยู่พอดี” เธอหันไปขอความคิดเห็นมดแดงซึ่งเป็นช่างที่คุณเอมอรจ้างมาคู่กับซินดี้  มดแดงเป็นช่างแต่งหน้าที่แต่งตัวเป็นผู้ชายแต่ท่าทางตุ้งติ้งเป็นผู้หญิง

“ใครว่าล่ะคะคุณน้อง เบบี๋นี่มันหุ่นนางแบบชัดๆ ไม่ต้องคลุมอะไรทั้งนั้นค่ะคุณน้อง จัดเต็มแบบนี้ไปเลย รับรองตะลึงจังงังกันทั้งงาน เป็นนางซินมาตั้งนานแล้ว ได้เวลาเปิดตัวซะที เดี๋ยวพี่มดแดงแต่งหน้าให้ เอาให้สุดฝีมือไปเลย” ว่าแล้วเธอก็เริ่มลงมือแต่งหน้าอย่างรวดเร็วสมกับเป็นมืออาชีพ

“ดูสิคะ จำได้มั้ยว่าใครที่อยู่ในกระจก” มดแดงหมุนเก้าอี้ให้หันไปทางกระจก อรกมลถึงกับตะลึงไปกับใบหน้าสวยงามของผู้หญิงที่สะท้อนอยู่ในกระจกเงา

‘นี่มันตัวเธอหรือใครกันแน่ ไม่เหมือนเธอเลยสักนิดเลยนะอรกมล ปกติแค่ทาแป้งเด็กกับลิปกลอสก็เพียงพอแล้ว’

“มันไม่เยอะเกินไปเหรอคะพี่มดแดง” อรกมลหันมาถามมดแดงซ้ำอีกครั้ง

“น้อยไปด้วยซ้ำค่ะคุณน้องขา รีบลงไปเถอะค่ะ เดี๋ยวไม่ทันเจ้าบ่าวเจ้าสาวขึ้นเวทีนะคะ” มดแดงรีบดันอรกมลออกไปนอกห้อง

เสียงรถมาจอดที่หน้าบ้าน อรกมลกำลังจะออกจากบ้านรีบเดินไปดู เพราะคิดว่าเป็นแขกที่จะมาร่วมงานเลี้ยงตอนค่ำ แต่แล้วเธอก็ตื่นเต้นแทบช็อกเมื่อพบว่าบุคคลที่ก้าวลงมาจากรถลีมูซีนของสนามบินเป็นใคร

“พี่ธี” หญิงสาวพึมพำเบาๆ เป็นเวลาเดียวกันที่คนขับรถเดินไปเปิดท้ายรถหิ้วกระเป๋าเดินทางของชายหนุ่มลงมาวาง

“จะให้ผมวางกระเป๋าที่ไหนดีครับ” คนขับรถถามอย่างนอบน้อม

“เดี๋ยวน้องอรถือไปให้เองค่ะ” อรกมลอาสาอย่างลืมตัวว่าตนอยู่ในชุดสวยหรูหราพร้อมออกงาน

“เอ่อ...เดี๋ยวครับ คุณเป็นใครครับ” เมธีน้องชายของเมธัสที่ตัดสินใจกลับบ้านเร็วกว่ากำหนดเพื่อมาร่วมงานแต่งงานของพี่ชายตกใจที่เห็นสาวสวยตรงหน้าวิ่งเข้ามาแย่งกระเป๋าจากคนขับรถ

“เอ่อ...” หญิงสาวอึกอัก

‘ใช่สิ เขาจะจำเธอได้ยังไง ตอนเขาไปเรียนต่อเธอเพิ่งจะเรียนชั้นมัธยมต้นเอง ตอนนั้นเธอแทบไม่อยู่ในสายตาเขาเลยด้วยซ้ำ เขาจำเธอไม่ได้ แต่เธอจำเขาได้ จำเขาได้มาตลอด’

“น้องอร...เอ่อ ดิฉัน อรกมลค่ะ” หญิงสาวแนะนำตัวเองอย่างเป็นทางการ น้อยใจอย่างไร้เหตุผลที่เขาจำเธอไม่ได้

“อรกมล อรกมล อ๋อ เธอคืออรกมลเด็กตัวเล็กๆ ลูกสาวคุณป้าราตรีที่ชอบมาทำลายสมาธิฉันตอนอ่านหนังสือน่ะหรือ” เมธีถามต่ออย่างไม่แน่ใจ

“ค่ะ ดิฉันคืออรกมลเด็กตัวเล็กๆ ที่ไม่ได้สำคัญอะไรคนนั้น” เธอตอบอย่างน้อยใจ

“ไม่อยากจะเชื่อ ทำไมเธอถึง...สวย เอ่อ...โตเป็นสาวเร็วขนาดนี้” เมธีมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง

“ดิฉันเป็นผู้ใหญ่แล้วค่ะ อายุยี่สิบสองปีแล้ว เรียนจบปริญญาตรีมาตั้งหนึ่งปีแล้วค่ะ ไม่ใช่เพิ่งโต”

“โตเป็นผู้ใหญ่แล้วเหรอ คนโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เขาไม่ต้องพยายามประกาศให้คนอื่นรู้หรอกว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่” เขาพูดพร้อมหัวเราะหึในลำคอที่เห็นท่าทางเง้างอนของหญิงสาวตรงหน้า

“น้อยใจรึ ที่พี่จำเราไม่ได้” เมธีย่อเข่าลงมองหญิงสาวตรงหน้าให้เต็มตา

“น้องอรของพี่จริงๆ ด้วย” เขาเอื้อมมือไปบีบจมูกของคนขี้งอน แต่เธอรีบเบนหน้าหนี

“พี่จะจำได้ยังไง ก็น้องอรของพี่โตขึ้นและสวยขนาดนี้ ผู้ชายคนไหนเห็นก็คงตะลึงเหมือนพี่นี่แหละ” เขาพยายามง้องอน

“ยิ้มหน่อยน่า พี่เพิ่งมาถึง ไม่ได้บอกใครล่วงหน้ายังไม่รู้เลยว่าคืนนี้จะมีที่นอนรึเปล่า” ชายหนุ่มพยายามเปลี่ยนเรื่องให้เธอหายงอน

“ห้องพี่ธียังอยู่เหมือนเดิมค่ะ น้องอรทำความสะอาดให้ทุกสัปดาห์ เดี๋ยวน้องอรช่วยหิ้วกระเป๋าไปให้นะคะ” อรกมลพูดจบก็ทำท่าจะดึงกระเป๋าออกจากมือของเมธี

บทก่อนหน้า
บทถัดไป