บทที่ 5 บทที่ 1.5

“ไปเถิด” เสียนจวินบอกพร้อมกับโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ เขามองตามร่างเล็กที่แต่ไหนแต่ไรก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตา ก่อนจะเอนแผ่นหลังเข้ากับพนักพิงเก้าอี้

เสียนฮูหยินหันกลับไปมองผู้เป็นสามีแล้วส่งยิ้มให้ “ผิดหวังหรือที่ผลออกมาเช่นนี้ ท่านมิใช่บอกว่าหนึ่งในพวกนางจะเป็นใครก็ได้หรอกหรือ”

“แต่ข้าก็ยังหวังให้เป็นเยว่เอ๋อร์ แต่เห็นชัดว่านางขี้ขลาดถึงเพียงนี้ ตั้งแต่มาถึงนางยังไม่เคยเงยหน้าขึ้นเลยสักครั้ง ทั้งยังเอาแต่เออออคล้อยตามผู้อื่นไปหมดเสียทุกเรื่อง” เสียนจวินได้แต่ถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง

เสียนฮูหยินไม่กล่าวอะไรออกมา แม้ในใจนางจะยังคงรู้สึกขัดแย้ง ด้วยท่าทีของเสียนฉิงเยว่ผู้นี้ทำให้นางรู้สึกลังเลอยู่บ้าง ภายนอกเห็นชัดว่าหญิงสาวผู้นี้หาได้ใส่ใจกับเรื่องใด ทั้งยังดูขี้อายและขี้ขลาดอยู่หลายส่วน แต่ลึก ๆ ไม่รู้ว่าเหตุใดนางจึงรู้สึกว่านี่หาใช่ตัวตนของอีกฝ่ายไม่

“ฮูหยิน เจ้าว่าลูกเหวิน...”

“ท่านรับปากข้าแล้ว” เสียนฮูหยินขมวดคิ้ว “แค่คนเดียวเท่านั้น” นางเสียงแข็งขึ้นมาอย่างไม่อาจห้าม

ก่อนหน้านี้นางกับสามีเคยพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องสะใภ้ของตระกูลเสียน เนื่องจากเสียนจวินต้องการให้หนึ่งในหญิงสาวของตระกูลเสียนจากเมืองเสียนหยางแต่งให้กับบุตรชายของตน ตอนนี้ก็ดูเหมือนจะได้คำตอบแล้วหากให้ดูจากท่าทีของบุตรชายคนโต

ความจริงนางไม่ได้รังเกียจเสียนหรูซวง ออกจะพอใจด้วยซ้ำที่ได้สตรีเช่นนี้มาเป็นสะใภ้ เพราะเท่าที่สังเกตบรรดาหญิงสาวทั้งสี่ เสียนหรูซวงใบหน้างดงาม คุณสมบัติหรือก็โดดเด่นเพียบพร้อม หากไม่นับว่านางรู้สึกว่าหญิงสาวผู้นี้สุขุมลุ่มลึกเกินไปบ้าง แต่เมื่อมองว่าฮูหยินผู้นำตระกูลไม่อาจอ่อนโยนไร้เดียงสา นางจึงคิดว่าเหมาะแล้วที่เป็นเสียนหรูซวง

ทว่า...ความรู้สึกเสียดายลึกๆ นี้ เสียนฮูหยินไม่อาจปัดออกไปจากใจเลยจริงๆ

หลังเห็นผู้เป็นนายเดินเข้าไปในห้อง จินเอ๋อร์มองซ้ายมองขวาเพื่อให้มั่นใจว่าโดยรอบไม่มีผู้อื่นจึงรีบปิดประตู ร่างเล็กวิ่งเข้าไปหาผู้เป็นนายที่เดินเข้าไปรินชาดื่มราวกำลังกระหาย “คุณหนู”

“ไม่ได้ไปร่วมดูชมละครฉากหนึ่งในห้องโถง เจ้าถึงกับอดรนทนไม่ไหวอยากให้ข้าเล่าออกมาถึงเพียงนี้” เสียนฉิงเยว่หัวเราะออกมาเสียงเบากับท่าทีของสาวใช้คนสนิท ดวงตาคู่งามทอประกายขบขันขี้เล่น ผิดไปจากหญิงสาวแสนจะขี้ขลาดที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเมื่อครู่ราวกับเป็นคนละคน

“อย่าล้อข้าอีกเลย ท่านรีบบอกมาเร็วเข้าว่าเกิดอะไรขึ้น ครั้งนี้คุณหนูใหญ่ทำให้ใครโดนลงโทษเจ้าคะ” จินเอ๋อร์เอ่ยถามออกมาด้วยกลัวเหลือเกินว่าผู้เป็นนายของตนจะพลอยโดนลงโทษไปด้วย

“เปล่าหรอก ครั้งนี้ถือว่าพี่ซวงเอ๋อร์สามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสสำเร็จ เห็นชัดว่านางพลัดตกลงไปเอง แต่ยังสามารถทำให้ผู้คนเข้าใจว่านางถูกคนผลักลงไป ภายหลังยังถึงกับทำให้พี่ซีหลิวซาบซึ้งใจที่นางเป็นคนจิตใจดีคอยปกป้องน้องสาวทั้งสาม เห็นทีเร็ว ๆ นี้คงมีข่าวดีกระมัง”

เสียนฉิงเยว่รินชาอีกจอก ครั้งนี้นางไม่ได้ดื่มเข้าไปคราเดียวแต่ค่อย ๆ จิบทีละนิด

นับตั้งแต่บิดาและมารดาของนางจากไป นางเหลือตัวคนเดียวในคฤหาสน์ตระกูลเสียนที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดี บรรดาฮูหยินใหญ่ฮูหยินรองของเสียนฮั่ว ต่างก็ผลักนางไปทางโน้นทีทางนี้ที ราวกับนางเป็นตัวอัปมงคลที่หามีผู้ใดต้องการไม่

โชคยังดีที่ฮูหยินสามของเสียนฮั่วไม่มีบุตรจึงรับนางเอาไว้นางจึงไม่ถูกรังแกจนเกินไป ถึงอย่างนั้นฐานะของนางในตระกูลเสียนกลับไร้ซึ่งความสำคัญโดยสิ้นเชิง

ตลอดมานางเอาแต่อยู่ในที่ของตน ไม่ยุ่งเกี่ยว ไม่แสดงตน พยายามทำตัวราวกับไร้ตัวตนมาโดยตลอด ไม่ว่าคนในตระกูลจะเหยียดหยามหรือดูหมิ่น นางก็ได้แต่ทำเป็นโง่งมไม่สนใจ เนื่องจากเกรงว่าจะถูกขับไสไล่ส่ง

ไม่เพียงเท่านั้นนางยังต้องดูแลฮูหยินสามที่เป็นดังเกราะคุ้มภัยในยามที่อีกฝ่ายล้มป่วยกระเสาะกระแสะ ถึงอย่างนั้นทันทีที่ฮูหยินสามจากไป นางจึงเริ่มรู้ซึ้งว่าคนในตระกูลเสียนยังโหดร้ายได้มากกว่าที่เคยตระหนัก

ยิ่งนางแสร้งทำเป็นอ่อนแอและขลาดเขลา พวกเขาก็ยิ่งได้ใจหาเรื่องรังแกนางอยู่ร่ำไป

ปีก่อนถึงขนาดมีความคิดจะยกนางให้ไปเป็นอนุของบุตรชายของคหบดีตระกูลหวัง ทั้งที่มีข่าวลือไม่ใคร่จะสู้ดีว่าเขาลุ่มหลงสุรานารี ทั้งยังชอบตบตีทำร้ายฮูหยินและอนุของตนเองภายในจวน

หากไม่ใช่เพราะนางใช้เล่ห์กลเล็กน้อย ทำให้เขาเป็นฝ่ายปฏิเสธที่จะรับนางเข้าตระกูล มีหรือนางจะเอาตัวรอดมาได้

หลายสิบปีมานี้นอกจากฮูหยินสามซึ่งรู้จักนิสัยใจคอ และตัวตนที่แท้จริงของนางแล้ว ก็มีเพียงจินเอ๋อร์สาวใช้คนสนิทเท่านั้นที่ล่วงรู้ ตัวตนที่แท้จริงที่ว่าเสียนฉิงเยว่...ไหนเลยจะเป็นสตรีขี้ขลาดที่ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตาผู้คน!!!

ในยามนั้นคหบดีหวังส่งคนมาถอนหมั้นโดยอ้างว่านับตั้งแต่บุตรชายของเขาหมายตาเสียนฉิงเยว่ ก็พลันฝันร้ายและมีวิญญาณร้ายคอยตามหลอกหลอน พวกเขายังถึงกับโทษว่านางเป็นตัวโชคร้ายที่ทำให้ผู้คนต้องหนีห่าง ดังนั้นคนในตระกูลเสียนจึงต่างก็ละเลยนาง ไม่เข้าใกล้ ไม่สนใจ ทั้งยังจงใจเพิกเฉย แม้แต่อาหารการกินและเงินที่สมควรได้ พวกเขาก็แสร้งทำเป็นลืมเลือนจนสิ้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป