บทที่ 9 บทที่ 1.9
"ได้ยินว่าท่านตกน้ำหายดีแล้วหรือ” เมื่อเห็นว่าเสียนฉิงเยว่ยิ้มให้จึงเดินเข้ามาใกล้ ก่อนหยุดและเอ่ยประโยคหนึ่งราวกับอยากจะชวนสนทนา “ข้ามีนามว่าหนิงเหอ แซ่กวน พี่ชายของข้าสนิทสนมกับคุณชายเสียนเป็นอย่างดี”
เสียนฉิงเยว่เลิกคิ้วมองอีกฝ่ายทันทีที่ได้ยิน ที่ว่าสนิทกับคุณชายเสียนเป็นคนพี่หรือคนน้องเล่า แล้วหากเป็นจริงเมื่อครู่ไยจึงไม่เข้ามาทักทายเสียนเหวิน “ท่านเข้าใจผิดแล้วผู้ที่ตกน้ำคือพี่สาวของข้า หรูซวง ข้ามีนามว่าฉิงเยว่”
นางแนะนำตัวเองเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาทจนเกินไป หลังจากที่ได้ยินนางแนะนำตัว ด้านหลังก็มีคนเดินเข้ามาแนะนำชื่อของตัวเองจนหญิงสาวตาลาย ความจริงนับจากชื่อที่สองสามไปนางล้วนลืมไปจนสิ้นว่าสตรีเหล่านั้นมีนามว่าอย่างไร และมาจากตระกูลใดบ้าง
“เอ๋ นั่นมิใช่คุณชายอวี่หรอกหรือ”
เสียงเอ่ยขึ้นหน้าร้านเครื่องประดับ เรียกความสนใจของสตรีทุกนางที่เข้ามายืนล้อมรอบเสียนฉิงเยว่ จินเอ๋อร์ขยับเข้ามาชิดเสียนฉิงเยว่ก่อนกระซิบเสียงเบา “คุณหนูข้าน้อยว่าเราตามคุณชายรองไปไม่ดีกว่าหรือเจ้าคะ...”
ยังไม่ทันได้จบประโยคก็จำต้องขยับหลบ เมื่อกวนหนิงเหอหันมาสนใจผู้เป็นนายอีกครั้ง
“คุณหนูเสียนจะไม่เข้าไปยังหอน้ำชาหน่อยหรือ”
ดวงตาคาดหวังของสตรีเหล่านั้นทำเอาหญิงสาวสะอึกอึ้งอยู่กับที่ แท้จริงแล้วพวกนางก็อยากให้ตนสร้างโอกาสที่จะได้พบและแนะนำตัวกับเหล่าคุณชายทายาทตระกูลใหญ่ในหอน้ำชาฝั่งตรงข้ามนั่นเอง หญิงสาวแทบจะถอนฉุนออกมาด้วยความรำคาญ กระนั้นนางกลับเพียงแย้มยิ้ม ก่อนก้มหน้าลงแล้วเอ่ยเสียงเบา
“ต้องขออภัยเมื่อครู่พี่เหวินกำชับไว้แล้วว่าให้รอที่นี่ ดังนั้น...”
เสียงซุบซิบดังขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้จงใจให้นางได้ยินอย่างแน่นอน “เช่นนั้นคงไม่ใช่นาง”
“นั่นสิดูสองคนก่อนหน้ายังงดงามกว่านางมาก”
“แต่ข้าได้ยินว่าคนที่ตกน้ำเป็นคู่หมายของคุณชายใหญ่ แล้วพวกนางทั้งสามคน ใครกันเล่าเป็นคู่หมายของคุณชายรองเสียน”
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวหมุนตัวกลับไปสนใจเครื่องประดับอีกครั้ง กวนหนิงเหอจึงจากไปด้วยท่าทีกระฟัดกระเฟียดไม่พอใจ เช่นกันกับเหล่าหญิงสาวที่รายล้อมเสียนฉิงเยว่เมื่อครู่ ส่วนใหญ่แล้วพวกนางต่างพร้อมใจกันเข้าไปยังหอน้ำชาฝั่งตรงข้าม
เมื่อรอบกายเริ่มเงียบลงเสียนฉิงเยว่จึงหันไปมองจินเอ๋อร์ “เราควรกลับไปเสียดีหรือไม่ ข้าว่าหากยังรั้งอยู่ที่นี่นานก็ยิ่งจะเจอเข้ากับเรื่องวุ่นวาย”
“แต่คุณชายรองให้รออยู่ที่นี่นะเจ้าคะ”
“จินเอ๋อร์เจ้าก็ได้ยินแล้วว่าข่าวลือออกมาว่าอย่างไร หากให้ข้ากลายเป็นหนึ่งในข่าวลือคงไม่เป็นผลดีเท่าไหร่” เสียนฉิงเยว่ขมวดคิ้ว “เจ้าไปส่งข่าวบอกพี่เหวินว่าเราจะขอกลับก่อน คฤหาสน์ตระกูลเสียนอยู่ไม่ไกลเดินไปก็ถึง บอกเขาให้ทำธุระให้เสร็จไม่ต้องกังวล ข้ารอเจ้าอยู่ที่นี่ก็แล้วกัน หากเขากำลังยุ่งอยู่เจ้าก็กระซิบบอกคนของพี่ซีหลิวเมื่อครู่ให้เขาแจ้งต่อพี่เหวิน”
“เช่นนั้นข้าจะรีบไปรีบกลับ ท่านรออยู่ที่นี่อย่าไปไหนนะเจ้าคะ”
“ข้ารู้แล้วเจ้าไปเถิด” เสียนฉิงเยว่พยักหน้าก่อนมองตามสาวใช้ที่เดินออกไปจากร้าน
ดูเหมือนอิทธิพลของคุณชายทั้งห้าจะมีผลต่อหญิงสาวในเมืองฉางอันไม่น้อย ดูทีหรือเมื่อครู่ภายในร้านยังเต็มไปด้วยหญิงสาวมากมายที่เข้ามาเลือกซื้อเครื่องประดับ พอรู้ว่าพวกเขาอยู่ที่หอน้ำชาฝั่งตรงข้ามเท่านั้น ภายในร้านก็ร้างไร้ซึ่งผู้คนทันที
ร่างเล็กหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในร้าน มิคาดข้างแก้มของนางกลับชนเข้ากับแผงอกหนั่นแน่นของบุรุษผู้หนึ่งเข้าอย่างจัง จมูกของนางได้กลิ่นหอมคล้ายกับกลิ่นเปลือกสนหน้าร้อนผสมกับถานเซียง คิ้วเรียวขมวดมุ่นลง เมื่อเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าก็เริ่มฉายแววตื่นตะลึงขณะพยายามทรงตัว ก้าวหลบไปด้านหลังพร้อม ๆ กัน
“เจอตัวแล้ว” เสียงทุ้มเนิบนาบทำให้หญิงสาวยิ่งตระหนกมากขึ้น ด้วยเพราะเสียงคุ้นเคยนี้...นางไม่มีวันลืมเลือน เสียนฉิงเยว่รับรู้ถึงสัมผัสจากมือใหญ่และอ้อมแขนซึ่งรัดเอวอรชร ไม่ให้ผละออกห่าง
“ทะ...ท่าน”
ดวงตาแตกตื่นระคนตกตะลึงเรียกรอยยิ้มกว้างของชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี เขาก้มลงพร้อมก้มหน้าลงไปหาคนที่พยายามเอนกายไปด้านหลังเพื่อหลบ “นึกอยู่แล้วว่าเจ้าต้องไม่ลืมข้า” เขากระซิบเสียงเบา
ท่อนแขนที่รัดเอวอรชรดันร่างนางเข้ามาแนบชิดกายด้านหน้าอย่างอุกอาจ
เสียนฉิงเยว่ลมหายใจติดขัดก่อนจะกวาดสายตามองหาความช่วยเหลือ กระนั้นรอบกายกลับเงียบงันไร้ซึ่งผู้อื่นโดยสิ้นเชิง บัดนี้ภายในร้านเครื่องประดับหามีคนอยู่ไม่ แม้แต่คนดูแลสินค้าภายในร้านเองก็ไม่รู้ว่าหายไปไหน
“จดจำค่ำคืนนั้นได้หรือไม่ คืนที่เจ้าปีนขึ้นไปบนเตียงของข้า ในยามที่ข้ากำลังจะหลับใหล...” เขากระซิบเสียงแผ่ว จงใจเป่ารดลมหายใจของตัวเองไปทั่วใบหน้าของหญิงสาว
“ทะ...ท่านปล่อยข้านะ”
ใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างเพียงปลายนิ้ว ทำให้ร่างของหญิงสาวสั่นเทาด้วยความหวาดหวั่น มือสองข้างเป็นเพียงสิ่งที่กั้นขวางกายส่วนหน้าของนางและเขา หญิงสาวพยายามดันร่างแกร่งออกไป ถึงอย่างนั้นเขากลับให้ความรู้สึกราวกับเป็นหินผาที่ไม่อาจเคลื่อนไหว
ความทรงจำวันนั้นยังคงหลอกหลอนนางมาจนถึงวันนี้ ไม่คิดว่าเขาเป็นคนฉางอัน หากรู้แต่แรกว่าเขาอยู่ที่นี่เป็นตายอย่างไรนางย่อมไม่มีทางเดินทางมาอย่างแน่นอน วันนี้รู้สึกเสียใจก็สายเกินไปแล้ว
“ข้าว่าเราสองคนมีความหลังที่ควรรำลึกถึงร่วมกันอยู่กระมัง”
“ไม่...ไม่นะ” เมื่อรู้สึกว่าร่างทั้งร่างของตนกำลังถูกยกลอยขึ้น เสียนฉิงเยว่พลันส่งเสียงร้องออกมา
