บทที่ 12 ฮันนีมูน

เมื่อขึ้นมาบนห้อง หล่อนก็เปิดโทรศัพท์ เข้าไอจีส่องความเคลื่อนไหวอีกฝั่ง แล้วภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำเอาใจหล่อนชาวาบ ยัยปริมลงรูปดินเนอร์สุดหรู แม้จะไม่เห็นว่าคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามเป็นใคร แต่เธอจำได้ดีแม้เห็นแค่แขน ข้อมือแข็งแกร่ง เสื้อเชิ้ตสีขาวถูกพับไว้ที่ข้อศอก อวดนาฬิกาเรือนละเจ็ดหลักที่คุ้นตา

ภูวดล

เขาปฏิเสธทานข้าวกับเธอเพราะจะไปดินเนอร์บนโรงแรมกับยัยนั่น!!! ชนัญชิดากำโทรศัพท์แน่น ปามันทิ้งบนที่นอนด้วยความโกรธเกลียดอีกฝ่าย แล้วความคิดบางอย่างวูบเข้ามาทำให้หล่อนตั้งสติ เผยรอยยิ้มน้อยๆ ไว้ที่มุมปาก ในเมื่อเธอทำอะไรเขาไม่ได้ อย่างน้อยภูวดลคงไม่ปฏิเสธคุณนายภาริณีซึ่งเป็นแม่ตัวเองแน่

ตระกูลบวรวัฒน์กิจ

"ตายจริง นี่พวกลูกๆ ยังไม่เตรียมตัวไปฮันนีมูนกันหรือจ๊ะ แล้วเมื่อไหร่แม่จะได้อุ้มหลานสักทีล่ะ ไม่ได้ๆ ใช้ไม่ได้เลย แต่งกันมาตั้งเดือนแล้วมัวทำอะไรกันอยู่ เดี๋ยวแม่จัดการเอง" ภาริณีตกใจเมื่อรู้ว่าลูกชายกับลูกสะใภ้ยังไม่วางแผนไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กันสักที โดยไม่ทันสังเกตุเห็นรอยยิ้มที่มุมปากด้วยความพอใจของอีกคน

"ช่วงนี้พี่ภูทำงานหนักค่ะ หนูว่าไปตอนนี้คงไม่สะดวก เอาไว้พี่ภูว่างค่อยไปก็ยังไม่สายดีกว่าค่ะคุณแม่" แม้จะออกปากพูดแบบนั้นแต่ในใจกับลิงโลดเมื่อแม่สามีมีท่าทีเป็นเดือดเป็นร้อนเมื่อพวกเธอยังไม่มีโอกาสไปเที่ยวด้วยกันสองต่อสองหลังแต่งงาน

"มันจะยุ่งแค่ไหนกันเชียว หนูลูกหว้าก็ตามใจพี่ภูเกินไป" ว่าแล้วก็เอ็ดลูกสะใภ้ เธอจะต้องมีหลานเพื่อเป็นหลักประกันแก่ตระกูลบวรวัฒน์กิจ อย่างน้อยถ้ามีอะไรเกิดขึ้นในภายภาคหน้าเธอยังมีหลานพอที่ต่อรองอีกฝ่ายได้ การแต่งงานครั้งนี้หาใช่แค่เรื่องคนสองคนไม่ แต่มันรวมไปถึงชื่อเสียงและธุรกิจ ถ้าไม่ได้ครอบครัวลูกสะใภ้ช่วยซื้อหุ้นพยุงบริษัทเอาไว้ ป่านนี้ครอบครัวเธอคงได้กลายเป็นคนล้มละลายแน่

"แต่ว่า…"

"ไม่มีแต่ แม่จองทริปให้เองลูก แต่มันกะทันหันเกินไป ปีนี้เอาในประเทศไปก่อนะจ๊ะ ปีหน้าแม่จะจัดทริปเลิศๆ ต่างประเทศให้" ปากว่า มือก็ไถหน้าจอโทรศัพท์ไปด้วยความคล่องแคล่ว ไม่นานปากแต่งแต้มสีแดงสดก็คลี่ยิ้มกว้าง จองทริปวันสุดท้ายทันพอดี อะไรจะเหมาะเจาะขนาดนี้

"นี่จ๊ะ แม่จองทริปภูเก็ตให้ลูก ดูสิจ๊ะ สวยไหม แต่ถ้าไม่ชอบแม่จองที่อื่นได้นะ" คุณนายเจ้าของบ้านยื่นหน้าจอให้ลูกสะใภ้ดูอย่างเอาใจ

"รบกวนคุณแม่เปล่าๆ ค่ะ เอาภูเก็ตนี่แหละค่ะ สวยดี คุณแม่ไปด้วยกันนะคะ" เธอกล่าวอย่างเกร็งใจอีกฝ่าย มันเกินคาดกว่าที่คิดไปมาก ชนัญชิดานึกไม่ถึงว่าแม่สามีจะด่วนจองทริปในทันทีทันใด

"รบกวนอะไร เราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว อีกอย่างพวกหนูไปฮันนีมูนนะ ชวนแม่ไปเป็นก้างขวางคอทำไมกันจ๊ะ"

"ขอบคุณคุณแม่มากนะคะ ค่าทริปที่จองไปเดี๋ยวหนูโอนคืนให้นะคะ" เธอรู้สถานการณ์ครอบครัวฝ่ายสามีดีจึงไม่อยากรบกวน

"จ๊ะ" ภาริณียิ้ม ถือว่าลูกสะใภ้คนนี้รู้ความอยู่บ้าง

เธออยู่ทานข้าวเป็นเพื่อนคุณภาริณีต่อสักพักก็ขอตัวกลับบ้านในช่วงบ่ายโมงตรง ความขึ้งเคียดที่แบกไว้ตลอดหนึ่งเดือนเต็มจึงถูกปลดปล่อยออกมาให้คลายใจ ถ้ารู้ว่าจะง่ายขนาดนี้ ชนัญชิดาคงเข้าทางแม่สามีตั้งนานแล้ว เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายชื่นชอบเธอมากเป็นพิเศษ

ไหนๆ ก็จะไปเที่ยวทะเลแล้ว ซื้อบิกินีก่อนกลับบ้านด้วยดีกว่า ไวเท่าความคิด หล่อนตีไฟเลี้ยวหักพวงมาลัยขับเข้าห้างดัง ใช้เวลาไปเกือบสามชั่วโมงในการช็อปปิ้งก็ได้ของครบ ไม่ลืมที่จะซื้อเผื่อผู้เป็นสามีอีกหลายสิบตัว

อารมณ์ดีใจพองแน่นคับอกกับห่อเหี่ยวลงทันควันเมื่อเห็นสีหน้า แววตาไม่พอใจของภูวดลเมื่อเธอบอกเรื่องฮันนีมูนกับเขา

"นี่เธอว่าไงนะ" เสียงแข็งๆ เอ่ยปากถามภรรยาในนามด้วยความหัวเสีย นี่เขาทำเวรทำกรรมอะไรมาถึงได้มาเจอผู้หญิงหน้าด้านๆ กันนะ

"ทริปฮันนีมูนค่ะ" ชนัญชิดาพยายามทำใจดีสู้เสือ เอาน้ำเย็นลูบไฟโทสะที่กำลังลุกแผดเผาศีรษะสามีในตอนนี้

"ฉันไม่ไป เธอก็รู้ว่าฉันงานยุ่ง" เขาปฏิเสธแบบไม่ต้องคิดให้เสียเวลา

คำว่ายุ่งจะใช้กับเธอเสมอ แต่เพียงแค่ยัยปริมออกปาก เขาจะวิ่งแจ้นไปหาทันที ช่างเลือกปฏิบัติเสียจริง

"งั้นพี่ภูก็ไปบอกคุณแม่เองเถอะค่ะ ทริปนี้คุณแม่เป็นคนจัดการให้พวกเรา" หญิงสาวรู้จุดอ่อนคนตรงหน้าดี เลยยกเรื่องแม่มาบังหน้า

"นี่เธอร้ายกว่าที่ฉันคิดไว้อีกนะลูกหว้า ไม่มีปัญญาเข้าหาฉันก็ให้คุณแม่ออกหน้าให้ น่าสมเพชสิ้นดี คิดจะจับผู้ชาย แต่กลับให้คนอื่นช่วย" เขาละเชื่อหล่อนจริงๆ

สายตาจ้องเขม็งพร้อมวาจาร้อนแรงสาดกระทบความรู้สึกเธออย่างจัง ทำเอาขอบตาร้อนผ่าว ความขมปร่าตีตื้นจนจุกอกแน่น

"ก็ช่วยไม่ได้ ในเมื่อพี่เป็นคนบีบบังคับให้ลูกหว้าทำแบบนี้เอง" ความอ่อนหวาน อ่อนโยน เอาใจใส่ ดูแลทุกเรื่องของเขาตั้งแต่อาหารการกิน เสื้อผ้า ถุงเท้า รองเท้า เรียกได้ว่าตั้งแต่หัวจรดเท้าทุกอย่างล้วนผ่านมือเธอแทบจะทั้งสิ้น เกิดมาผ้าไม่เคยรีด ไม่เคยซักเองก็ต้องทำ ครัวไม่เคยเข้าก็ไปหัดเรียน ทุกอย่างก็ทำเพื่อเขาทั้งนั้น นิสัยอะไรที่เขาไม่ชอบเธอก็พยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองเพียงแค่หวังว่าชายหนุ่มจะเห็นความตั้งใจเธอบ้าง แต่ไม่เลย ทุกอย่างว่างเปล่า เขาไม่เห็นค่ามันเลยด้วยซ้ำ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป