บทที่ 13 ทำได้แค่ร้องไห้

"งั้นเธอก็ไปคนเดียวเลยสิ" พูดจบก็หันหลังออกจากบ้านทันทีทั้งที่พึ่งมาถึง ก้นยังไม่แตะพื้นด้วยซ้ำ กลับบ้านมาเหนื่อยๆ แทนที่จะได้ผ่อนคลาย กลับต้องมาเจอเรื่องไม่เป็นเรื่อง ภูวดลยกมือขึ้นนวดขมับ มืออีกข้างถือเสื้อสูทพาดไหล่ เดินตรงไปยังโรงรถ

นี่เขาคิดผิดหรือคิดถูกที่ยอมตามใจแม่แต่งงานกับยัยนั่น

คนถูกทิ้งไว้ข้างหลังได้แต่มองตามท้ายรถที่แล่นออกจากบ้านด้วยความเร็วบ่งบอกอารมณ์คุกรุ่นคนหลังพวงมาลัย เธอยืนนิ่งจังงังอยู่ในห้องรับแขก ทรุดตัวลงนั่งช้าๆ ด้วยใจที่ปวดหนึบกับเหตุการณ์เมื่อครู่ เธอนั่งปล่อยให้น้ำตาไหลเงียบๆ คนเดียวสักพักใหญ่ๆ จนได้ยินเสียงเฮ่า

โฮ่งๆๆ

เสียงเห่าเจ้าชาช่า สุนัขพันธุ์ไซบีเรียนเพศผู้สีขาวแกมดำวิ่งกระโจนเข้าใส่ร่างเล็กแทบจะหงายหลัง

"ชาช่า เบาๆ ชาช่า ม๊าเจ็บ" เธอพยายามทรงตัว ดุเจ้าขนฟูนุ่มที่ซุกไซร้พยายามจะเลียหน้าเจ้านาย อารมณ์จมดิ่งเมื่อครู่พลันแปรเปลี่ยนได้เพราะสัตว์เลี้ยงตัวโปรด

"อาบน้ำแล้วเหรอ หอมจัง" กลิ่นหอมสบู่สำหรับสุนัขลอยฟุ้งเมื่อมันใช้สองขาหลังยืน สองขาหน้าตะปบกอดหญิงสาวไว้

ชนัญชิดาพาเจ้าสี่ขาแสนซนออกมาวิ่งเล่นในสวนหย่อมหน้าบ้าน โยนลูกบอลให้มันคาบเล่นจนเหงื่อท่วมกายก่อนนั่งแปะบนพื้นด้วยความเหนื่อยล้า มองมันวิ่งวุ่นไปมา ทะเลาะกับตัวเองจนเธอเผลอหัวเราะออกมาเสียงดัง

ในวันที่เศร้าใจอย่างน้อยเธอยังมีเจ้าชาช่าพลอยทำให้อารมณ์ดีได้บ้าง แม้จะเป็นเพียงชั่วครู่ก็ตาม เธอเลี้ยงมันมาได้เกือบสี่ปี ตั้งแต่ตัวเท่าลูกแมว ตอนนี้ตัวโตแทบอุ้มไม่ขึ้น พอย้ายมาอยู่ที่เรือนหอลูกหว้าก็พามันมาด้วย

เตือนภัย

"ฮัลโหลพี่ชาย ว่างไหมคะ" อารมณ์ดิ่งทีไรเป็นอันต้องโทรหาพี่ชายคนโตเมื่อนั้น หลังจากเล่นกับเจ้าชาช่าจนเหนื่อยเธอก็ขึ้นมายังบนห้อง

"คะ น้องลูกหว้า ตอนนี้พี่กำลังจะเข้าประชุมค่ะ" ชายหนุ่มมองเข็มปัดซึ่งในอีกห้านาทีข้างหน้าเขาจะต้องนั่งอยู่หัวโต๊ะประชุมแล้ว ทว่าสายของน้องสาวทำให้เขายังต้องนั่งอยู่ที่เดิม

"อย่างงั้นหรอกหรือคะ งั้นพี่ทำงานเถอะค่ะ ลูกหว้าแค่โทรมาคุยด้วย คิดถึงพี่ชายใหญ่นะคะ" หล่อนพยายามควบคุมน้ำเสียงสั่นๆ ให้เป็นปกติที่สุด ซึ่งมันทำได้ยากเหหลือเกิน

"มีไรหรือเปล่าคะ น้ำเสียงไม่ค่อยดีเลย ให้พี่ไปหาไหม พี่จะสั่งเลขาเลื่อนประชุมเดี๋ยวนี้" แค่ได้ยินน้ำเสียง พี่ชายคนโตก็รู้ทันทีว่าน้องสาวอยู่ในห้วงอารมณ์แบบไหน เลี้ยงมาเองกับมือขนาดนี้มีหรือจะพลาด

“หนูไม่เป็นอะไรสักหน่อย ไม่ต้องมานะคะ เสียการเสียงานหมด" หล่อนรีบห้ามคนปลายสายทันที เธอแค่อยากคุยกับพี่ชายให้หายเหงาก็แค่นั้นเอง

"เอางั้นก็ได้ค่ะ เดี๋ยวประชุมเสร็จพี่จะไปรับไปดินเนอร์นะคะ คิดถึงน้องน้อยจะแย่แล้ว" ตั้งแต่แต่งงานออกไปชินดนัยก็ไม่ค่อยได้เจอหน้าค่าตาน้องสาว ไม่เขาที่ยุ่งเรื่องงานเกินไปก็เป็นชนัญชิดาเองที่ไม่มีเวลามาเจอกัน เห็นอวดกับคุณป๋าว่าช่วงนี้เข้าคอร์สเรียนทำอาหาร

"ได้ค่ะ แต่งตัวรอนะคะ สุดหล่อ" ตอนแรกแค่จะโทร.มาเล่นด้วย ไม่คิดว่าพี่ชายใหญ่จะออกปากนัดเสียเอง แค่รู้ว่าเธอไม่ได้ตัวคนเดียวความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจก็เหมือนยกออกจากอกทันที เธอยังมีคุณป๋า พี่ชายที่รักทั้งสองคน คิดถึงตรงนี้ใบหน้าที่บึ้งตึงก็คลี่ยิ้มสว่างไสว

"ครับผม เจ้าหญิง"

"คุณหนูคะ" วางสายปุ๊บเสียงแม่บ้านก็ดังอยู่หน้าห้อง เธอหันหน้าออกไปมองแล้วตะโกนออกไป

"ไม่ได้ล็อกค่ะ เข้ามาเลย"

"ป้าวันมาพอดี วันนี้ไม่ต้องตั้งโต๊ะนะคะ ลูกหว้าจะออกไปกินข้างนอกค่ะ" หญิงสาวรีบบอกแม่บ้านคนสนิททันทีเมื่อป้าเดินเข้ามาในห้องเรียบร้อยแล้ว

"ค่ะ คุณหนู" วันดียิ้มรับคำ หล่อนกำลังเดินขึ้นมาถามเมนูมื้อเย็นพอดี

เมื่อห้องปราศจากผู้คน ชนัญชิดาทำการล็อกห้อง เตรียมตัวอาบน้ำ ชำระเหงื่อไคล แต่งตัวออกไปดินเนอร์กับพี่ชายทันที

ยังไม่ถึงสองชั่วโมงดีรถหรูสีดำมันปลาบก็แล่นเข้ามาจอดเทียบเทอเรสหน้าบ้าน การ์ดคนสนิทเปิดประตูให้ผู้เป็นนายอย่างเคยชิน

"ประชุมเสร็จเร็วจังเลยค่ะ" ชนัญชิดาแต่งตัวเสร็จนานแล้วจึงลงมานั่งรออยู่ในห้องรับแขกอยู่ พอได้ยินเสียงรถก็รีบเดินออกมาโดยไม่รอให้คนเสียเวลามาเรียก

"ไม่มีประเด็นอะไรสำคัญเท่าไหร่จ๊ะ แค่ประชุมไตรมาส อีกอย่างใครจะกล้าให้คนสวยของพี่หิ้วท้องรอจนดึกละคะ ไหนมาให้พี่กอดทีสิ ไม่เจอกันตั้งนาน" พูดจบก็รวบร่างเล็กของน้องน้อยเข้าสู่อ้อมกอดคุ้นเคยด้วยความคิดถึง ก่อนจรดปลายจมูกลงกลุ่มผมนุ่มอย่างเคยทำเป็นประจำ ชินดนัยจะแสดงความรักกับน้องสาวอย่างนี้เสมอจนกลายเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าคนนอกไม่ล่วงรู้ความสัมพันธ์เกี่ยวกับพวกเขาอาจจะคิดว่าเป็นคู่รักคู่หนึ่ง ซึ่งนั่นทำให้ไม่ค่อยมีใครกล้ามาจีบเธอสักเท่าไหร่

แน่ล่ะ พี่ชายอย่างเขาหวงน้องสาวอย่างกับอะไรดี

"เหนื่อยไหมคะ ทำไมไม่ชวนพี่แก้มมาทานกับเราด้วยละคะ หนูเองก็ไม่ได้เจอพี่เขานานแล้วเหมือนกัน" เธอเข้ามานั่งอยู่บนรถแล้ว เลยอดถามหาว่าที่พี่สะใภ้ไม่ได้

"น้องแก้มไปทำงานต่างจังหวัดจ๊ะ เลยมาด้วยไม่ได้ ไว้นัดวันหลังนะคะ"

"ได้ค่ะ"

"สรุปมีเรื่องอะไรเหรอเรา ไอ้ภูมันทำอะไรหนูหรือเปล่า" เขาเดาไว้ว่าทั้งคู่ต้องทะเลาะกันแน่นอน ตาคมกริบจึงหรี่ตามองราวกับจับผิด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป