บทที่ 2 ใครเชิญ
หลังๆ ยัยนี่จะวิ่งตามตอแยภูวดลแต่ทว่าเพื่อนเขาก็ไม่ได้มีทีท่าจะเล่นด้วยซะหน่อย อีกอย่างตอนนี้มันกำลังคุยๆ กับน้องปริม มันไม่มีทางชวนเธอมาแน่ๆ
แล้วเธอมาทำไม นั่นเป็นคำถามที่ทุกคนในงานคาใจอย่างยิ่ง
ยกเว้นภูวดล ใบหน้าหล่อเหลาที่เมื่อครู่ยังยิ้มแย้มกับปริม หล่อนเป็นน้องรหัสเธียร แต่เมื่อยัยนั่นเหยียบย่างเข้ามาที่นี่ ปรากฏกายต่อหน้าเพื่อนเขาทุกคน ชายหนุ่มกลับนิ่งขรึมลงอย่างเห็นได้ชัด
มาทำไม ใครเชิญ?
“สวัสดีค่ะ คุณป้าวานให้ลูกหว้ามารับพี่ภูกลับบ้านค่ะ” ลูกหว้าหรือชนัญชิดาไหว้ทุกคนที่รู้จักหน้าคร่าตามาบ้างยกเว้นผู้ชายคนนั้นเธอไม่คุ้นแต่ไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไร หล่อนปรายตามองไปยังชายหนุ่มร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนสวมคู่กับกางเกงสแล็คดำ
เขาคนนั้นเอาสะโพกพิงโต๊ะสนุกเกอร์ ในมือถือแก้วใสบรรจุน้ำสีเหลืองอำพัน คนยืนข้างๆ เขานั้นเป็นหญิงสาวสวย ใบหน้าหวานราวกับตุ๊กตา เพียงเห็นพวกเขายืนหยอกล้อราวกับคู่รักกันก็ทำให้คนอย่างลูกหว้าใจกระตุกวาบ ก้อนแข็งๆ จุกอยู่ที่คอแต่เธอก็สลัดมันทิ้งเสียอย่างรวดเร็ว
ดวงตากลมโตพราวระยิบคู่นั้นของหญิงสาวข้างภูวดลตวัดมองชนัญชิดาอย่างไม่ค่อยเป็นมิตรในคราแรกหากแปรเปลี่ยนยิ้มทักทาย อาการเมื่อคู่ไม่รอดสายตาเฉียบแหลมของคนมาใหม่ได้
“กลับอะไรกัน พึ่งจะห้าทุ่มเอง ให้มันอยู่ต่ออีกหน่อยแล้วกัน” เธียร เจ้าของวันเกิดแย้ง เขาไม่ค่อยชอบชนัญชิดาเท่าไหร่นักเพราะชื่อเสียงกิตติศัพท์ที่ไม่ค่อยจะดีของเธอเอง
“งั้นอีกชั่วโมงค่อยกลับก็ได้ค่ะ ลูกหว้าจะรอ” แม้จะรู้ว่าคนที่นี่ไม่ต้อนรับแต่เธอจะรอ ใครจะทำไม
แต่พอเอาจริงรู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนกันแฮะ
“อ้อ ตามใจ” เธียรตอบปลงๆ และจงใจไม่เชื้อเชิญแขกมาใหม่นั่ง เขายังรู้สึกงงๆ ว่าเหตุใดมารดาเพื่อนถึงให้เธอมารับไอ้ภูกลับบ้าน
แค่กลับบ้านทำไมต้องลำบากให้ยัยนี่ถ่อสังขารมารับด้วยวะ คนขับรถบ้านมันก็มี
“เอ้า มานั่งนี่สิน้องลูกหว้า ไอ้คิมขยับไปนั่งนู้นไปมึง” กราฟ หนุ่มหล่อหน้าใสผู้เป็นสีสันของกลุ่มชวนหญิงสาวที่ยืนเคว้งกลางห้อง ไม่มีใครคิดจะชวนเธอนั่ง เลยเดือดร้อนคิมหนุ่มสำอางต้องระเห็จตัวเองสละที่นั่งให้น้องสาวเพื่อน แม้จะไม่เคยจีบหล่อนอย่างที่เพื่อนๆ เคยทำ แต่ชื่อเสียงของเธอก็ทำเอาผู้ชายอย่างเขาหลอนหูหลอนตา ไม่ใช่ว่าไม่เคยเจอผู้หญิงนิสัยเหวี่ยงวีน แต่เธอคนนี้สุดเกินกว่าจะรับมือไหว อยู่ห่างๆ ไว้ดีกว่า
“ขอบคุณค่ะ” ลูกหว้าเริ่มใจชื้น อย่างน้อยเพื่อนพี่ชายกลุ่มนี้ก็ไม่ได้รังเกียจเธอจนไม่อยากร่วมหายใจ ก็เธอเล่นใหญ่ขนาดนั้น สี่ในสิบคนนี้เคยจีบเธอมาแล้วแต่ไม่มีสักคนที่เอาชนะใจหญิงสาวได้ เมื่อปรากฏตัวสายตาที่มองมาจึงเต็มไปด้วยความไม่เป็นมิตรตามคาด แต่ถามว่าแคร์ไหม ก็ไม่ คนเดียวที่คนอย่างลูกหว้าให้ความสนใจคือภู ภูวดลเท่านั้น
“ดื่มไรครับ พี่ชงให้” ยังคงเป็นกราฟที่ชวนคุย เขาเป็นคนเดียวที่คิดจะพูดกับเธอ
“น้ำเปล่าค่ะ อ้อ ลูกหว้าขับรถมาเอง” อธิบายเพิ่มเมื่อกราฟทำหน้าฉงนเล็กน้อยเมื่อเธอขอแค่น้ำเปล่า
“พี่ถามหน่อยสิ ทำไมคุณป้าให้น้องลูกหว้ามารับไอ้ภูกลับบ้านล่ะ” วัฒน์หนุ่มมาดเข้มตัดสินใจถามในสิ่งที่ทุกคนสงสัย เขาไม่ได้รู้สึกเกลียดเธออย่างที่ทุกคนรู้สึกจึงยอมปริปากถาม
คำถามนั้นทำให้ผู้คนต่างเงียบอย่างพร้อมเพรียงราวกับนัดกันมา ปริมกำแก้วในมือแน่นอย่างรอคอยเช่นกัน
“อ้อ วันนี้ลูกหว้าไปทานข้าวกับคุณป้ามาค่ะ คุณป้าเลยวานให้ลูกหว้ามารับพี่ภู กลัวว่าจะขับรถกลับไม่ไหว” ดวงตากลมช้อนมองคนที่เอ่ยถึง แต่เขากลับยืนนิ่งไม่สบตาหล่อน
“พี่ภูคะ มานั่งนี่สิคะ” เธอสั่งตามนิสัยเคยชิน เขาคนนั้นยอมเดินมาแต่โดยดี แม้ใบหน้าจะนิ่ง ไม่ยินดียินร้ายที่เธอปรากฏตัวแต่อย่างน้อยเขาก็ยังรักษาหน้าลูกหว้าด้วยการทรุดตัวนั่งลงข้างๆ
ปริมเห็นดังนั้นก็เริ่มคิดไม่ตก มือไม้สั่น เมื่อครู่ภูวดลยังยืนอยู่ข้างเธอ เพียงแค่ยัยนี่สั่งให้เข้าไปนั่งใกล้ๆ เขาก็ทำตามอย่างว่าง่าย นี่มันเรื่องอะไรกัน
“กูว่าเรื่องนี้มันแปลกๆ สรุปพวกมึงคบกันเหรอวะ” ประโยคนั้นของคิมทำเอาทุกคนเงียบเพื่อรอคอยคำตอบ
ทุกคนในที่นี้ต่างรับรู้กันดีว่าชนัญชิดากำลังตามจีบภูวดลอย่างไม่ลดละความพยายาม แต่พวกเขาก็รู้เช่นกันว่าเพื่อนตัวเองไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอ ออกจะรำคาญด้วยซ้ำไป แถมยังเคยกันหล่อนไม่ให้เข้าหาไอ้เพื่อนมากเสน่ห์อีกด้วย
“ว่าไงคะพี่ภู” เสียงหวานหันไปถามชายหนุ่ม ประหนึ่งจะโยนให้อีกฝ่ายเป็นผู้รับหน้าที่ตอบคำถามแทน
ภูวดลพึ่งเข้าใจจุดประสงค์ลูกหว้าก็วินาทีนี้นี่เอง หล่อนต้องการเปิดตัว ร่างสูงนั่งนิ่ง ในมือถือแก้วสีใสแน่นจนสั่นเห็นเส้นเลือดชัด แม้ใบหน้าจะเรียบเฉยทว่าภายในใจเขาแทบคลั่ง ลูกหว้ามาที่นี่ทำไม ใครอนุญาตให้หล่อนเสนอหน้ามา เขายังไม่พร้อมที่จะพูดเรื่องอัปยศนี้กับใครๆ แม้แต่เพื่อนสนิท แถมเธอคนนั้นยังอยู่ที่นี่อีกต่างหาก
ปริม พี่ขอโทษ เขาจ้องมองหญิงสาวร่างบอบบาง ฝากคำขอโทษผ่านทางสายตา เขาทำอะไรไม่ได้นอกจากเก็บซ่อนเธอไว้ในส่วนลึกของหัวใจแล้วทำในสิ่งที่เรียกว่า “ฝืน”
“อือ” นานกว่าคำตอบนั้นจะผ่านริมฝีปากด้วยความยากเย็น เธอคนนั้นก็มองเขาเพื่อรอคอยคำตอบเช่นกัน เพียงภูวดลยอมรับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเขากับลูกหว้า แววตาของปริม หญิงสาวที่บอบบาง อ่อนโยนน่าทะนุถนอมผู้นั้นกับฉายแววผิดหวังจนหัวใจเขากระตุก
ทำไมเขาจะไม่รู้สึก แต่ไม่มีทางเลือก ยังไงวันนี้ก็มาถึง ถ้าย้อนกลับไปได้ คืนนั้นภูวดลจะไม่มีวันตกหลุมพรางช่วยลูกหว้าเป็นอันเด็ดขาด เขาไม่น่าซวยเจอชนัญชิดาเลยจริงๆ ป่านนี้ความรักเขากับปริมคงรุดหน้าไปไกลแล้ว
“เห้ย พวกมึงแอบไปคบกันตอนไหนวะ” คราวนี้เป็นซี หนุ่มที่เคยจีบฝ่ายหญิงเมื่อสี่ปีแล้วพรวดเข้ามาถามด้วยสีหน้างงงวย ก็ไอ้ภูมันไม่เคยปริปากเล่าเรื่องว่ากำลังคบกับลูกหว้าให้ฟังเลยสักนิด จู่ๆ มาบอกคบกัน ใครมั่งไม่งง
“นั่นดิ” เธียรซักด้วยความสงสัย คิ้วขมวดเข้าหากัน ใบหน้าขาวตี๋เคร่งเครียดกว่าปกติ เขารู้แค่ว่าหมู่นี้ความสัมพันธ์ระหว่างภูวดลกับปริม น้องรหัสเขากำลังไปได้ดี แต่เรื่องอะไรที่จู่ๆ ไอ้ภูมันไปคบกับผู้หญิงนิสัยเสียอย่างยัยนั่น เธียรเริ่มฉุนนิดๆ ที่เพื่อนกำลังจับปลาสองมือ เลือกทำร้ายผู้หญิงดีๆ อย่างปริม
ลูกหว้ายิ้มแก้มปริเมื่อวันนี้ทำเป้าหมายสำเร็จ ที่เธอมาก็แค่จะประกาศให้เพื่อนของภูรับทราบความสัมพันธ์ของเธอเท่านั้น เรื่องมารับก็แค่บังหน้า หล่อนกวาดสายตามองไปทั่วจนไปสะดุดกับผู้หญิงคนนั้น
ปริมสบตากับภูวดลนานจนหล่อนเริ่มมั่นใจว่าคนทั้งคู่คงไม่ใช่รุ่นพี่รุ่นน้องสาขากันธรรมดาแน่ๆ ประสบการณ์เตือนให้รู้ว่าพวกเขา มีใจให้กัน! แต่ลึกแค่ไหนลูกหว้าก็สุดแล้วแต่จะรู้ เพียงรู้ว่าผู้ชายคนที่เธอรักแอบมีใจให้คนอื่นก็รู้สึกชาวาบไปทั้งตัว หล่อนรู้สึกหนักอึ้งเหมือนมีอะไรกดทับบนอก เมื่อย้อนนึกถึงเมื่อคู่ สายตาอ่อนโยนของภูวดลสานสบกับปริมนั้นหล่อนไม่เคยได้รับจากเขาเลยสักครั้งเดียว
ความริษยาเกาะกุมจิตใจจนอยากจะเอาชนะอีกฝ่ายด้วยการกรีดนิ้วข้างซ้าย แหวนเพชรเม็ดงามแวววาวระยิบบนนิ้วนางข้างซ้ายเพื่อตอกย้ำสถานะ
“ไม่รู้ดิ” ภูวดลตอบตามตรง ไม่รู้ว่าคบกับยัยนั่นตอนไหน รู้แค่ว่าเขาคงถอยไปไหนไม่ได้แล้ว รักหรือก็ไม่ เขาไม่เคยรู้สึกอย่างนั้นกับเธอเลยสักนิด ไม่เคยและไม่แม้แต่จะคิด ผู้หญิงคนเดียวเท่านั้นที่เขารู้สึก
ปริม
“ไหนๆ ก็รู้กันหมดแล้ว งั้นลูกหว้าขอโอกาสนี้ชวนพี่ๆ ไปร่วมงานแต่งพวกเราเดือนหน้าด้วยนะคะ เดี๋ยวการ์ดก็คงจะตามมา”
แต่งงาน!!!!
ช็อกกว่าที่รู้ว่าคบกันคือคำว่า “แต่งงาน”
บรรยากาศของความอยากรู้อยากเห็นในความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ถูกแช่แข็งด้วยประโยคเชิญชวนของชนัญชิดา เพื่อนในกลุ่มต่างช็อกไปตามๆ กัน
สายตาของทุกคนมองไปยังภูวดลเชิงเป็นคำถามโดยไม่ได้นัดหมายว่า "พวกมึงไปรักกันตั้งแต่ตอนไหน"
เพล้ง!!!
