บทที่ 3 ทำไรกันน่ะ

เพล้ง!!!

เสียงแก้วดังกระทบพื้นลั่นแข่งกับเสียงเพลงด้านล่าง ทุกคนหันไปมองยังจุดเกิดเหตุ เธอผู้นั้นลนลานก้มศีรษะเพื่อกล่าวคำขอโทษซ้ำๆ วนไปมา

“ขอโทษค่ะ ปริมซุ่มซ่าม เดี๋ยวปริมเก็บให้นะคะ” หญิงสาวร่างบอบบางในชุดเดรสสีขาวบริสุทธิ์ เสมือนกลีบดอกไม้ที่พร้อมจะบอบช้ำเมื่อมีแรงกระทบก้มลงเก็บเศษแก้วที่แตกกระจายลงพื้น

“ระวัง เดี๋ยวเราเก็บเอง” ผู้ชายแปลกหน้าสำหรับชนัญชิดาคนนั้นฉุดรั้งเพื่อนสาวลุกขึ้น เป็นฝ่ายเก็บกวาดเศษแก้วด้วยตนเอง

“ปริมเป็นอะไรไหมครับ” ภูวดลถลาตัวเข้าไปถามไถ่อาการด้วยแววตาร้อนรน ทว่ากลับโดนเธียรผลักมือที่จับแขนน้องรหัสออกอย่างไม่ไยดี

ว่าที่เมียนั่งอยู่ทนโท่ ยังจะมีแก่จิตแก่ใจมาห่วงน้องกูอีก ไอ้เพื่อนเชี่ย

“กูดูแลน้องปริมเอง มึงไปอยู่กับคนของมึงเถอะ” เจ้าของงานเสียงแข็ง ปรายตามองมาทางลูกหว้าอย่างไม่ชอบใจ ว่าแล้วเชียว เจอหน้ายัยนี่ทีไรได้เรื่องทุกที ยัยลูกหว้ามหาภัยเอ๊ย เธียรแอบตั้งฉายาแขกไม่ได้รับเชิญในใจ

“ปริมไม่เป็นไรค่ะ ปริมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ” เธอรีบผละจากทุกคนแล้ววิ่งไปห้องน้ำด้านหลัง ทิ้งให้บรรยากาศโดยรอบอึมครึมลงถนัดตา งานที่ดูว่าจะสนุกก็พลอยทำให้ทุกคนหมดอารมณ์

“เห้ยไอ้มีน พอแล้วไม่ต้องทำ เดี๋ยวเรียกเด็กขึ้นมาจัดการ” เธียรตะโกนแข่งกับเพลงบอกรุ่นน้องหนุ่ม

“เอางั้นก็ได้ครับ” คนที่ถูกเรียกว่ามีนยอมรามือกับการง่วนเก็บเศษของมีคม เขาคนนั้นผู้มีดวงตาคมกริบ ใบหน้าเนียนขาวจัด รูปปากได้ทรงสวยแดงระเรื่อ จมูกโด่งเป็นสัน องค์ประกอบทั้งห้ารับกันอย่างหมดจด นี่มันลูกรักพระเจ้าชัดๆ

หล่ออย่างกับว่าดาราจีนแน่ะ

ลูกหว้าแอบชมอยู่ในใจลึกๆ ว่าผู้ชายคนนี้ผิวสวย ว่าแต่เขาเป็นใคร เพื่อนพี่เชนงั้นเหรอ แต่ทำไมไม่เคยเห็นหน้า

“ฝากไปดูปริมทีนะ” พี่รหัสอย่างเขายังคงห่วงความรู้สึกรุ่นน้องสาว เธอและเขาสนิทกันมากจึงชวนมาร่วมงานปาร์ตี้แม้เธียรและเพื่อนๆ จะจบมาแล้วเกือบสามปีแต่ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องร่วมสาขายังคงแน่นแฟ้นไม่เสื่อมคลาย

คลาย เขาตบบ่ามีนรุ่นน้องในวงดนตรีสมัยเรียนมหาลัย เขาชวนมาเพราะมันขึ้นมาทำธุระที่กรุงเทพจึงถือโอกาสดื่มฉลอง และที่เธียรรู้อีกอย่างก็คือมีนเป็นอีกคนที่แอบชอบปริม

“ครับ เดี๋ยวผมไปดูให้เอง”

“เออ ฝากด้วย”

“ครับ

“เรากลับกันเถอะค่ะ คุณป้ารออยู่” ลูกหว้าโน้มตัวลงกระซิบข้างหูภูวดล เมื่อบรรยากาศของงานปาร์ตี้เริ่มมีท่าทีจะล่ม

“พี่ขออีกห้าที” เขาต่อรองเพราะใจยังคงเป็นห่วงใครอีกคนที่เดินหายไปห้องน้ำเมื่อครู่ ถ้าเป็นไปได้ชายหนุ่มจะเดินไปหาเธอด้วยตัวเอง แต่นี่เขาคงทำได้แค่คิด เพราะสายตาของเพื่อนหลายคู่จับจ้องมาที่เขา

“ถ้างั้นลูกหว้าขอตัวเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”

“อืม”

ร่างเพรียวระหงเดินตรงปรี่ไปยังห้องน้ำ เธอไม่ได้ปวดหนักปวดเบาอยากทำธุระอะไร เพียงแค่อยากจะเห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นให้ชัดๆ

“เธอ” เพียงแค่ลูกหว้าก้าวเข้าไปยังห้องน้ำหญิง เสียงคนที่อยู่ก่อนก็เอ่ยต้อนรับทันที คนมาใหม่เลยฉีกยิ้มกว้าง

“คะ” หญิงสาวมีโอกาสได้สำรวจหญิงสาวร่างเล็กตรงหน้า เธอคนนั้นสวย ใบหน้าจิ้มลิ้มราวกับตุ๊กตา แต่งหน้าโทนอ่อนเป็นธรรมชาติส่งเสริมให้ดูบอบบางน่าปกป้อง ไม่แปลกถ้าจะมีผู้ชายหลายคนชอบเธอ

“ยินดีด้วยนะคะ เรื่องแต่งงาน” นัยน์ตาแดงระเรื่อเอ่ยคำยินดีกับว่าที่เจ้าสาว ปริม กลืนก้อนแข็งๆ ลงลำคออย่างยากลำบาก ปรับเปลี่ยนสีหน้าให้ดูเป็นปกติที่สุด ทำไมเจ้าสาวภูวดลถึงไม่ใช่เธอทั้งๆ ที่มาก่อนแท้ๆ ผู้หญิงตรงหน้าคนนี้ต่างหากที่มาทีหลัง ความสัมพันธ์เธอและเขากำลังไปได้ดีแล้วเชียว แต่จู่ๆ ผู้หญิงคนนี้ก็ปรากฏตัวพร้อมกับเรื่องที่ทำให้เธอช็อกจนแทบประคองสติไม่อยู่

“ขอบคุณนะคะ หวังว่าวันงานจะได้เจอกัน” ว่าที่เจ้าสาวยิ้มหวานแม้ใจยังคงตงิดๆ ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาแน่ ชนัญชิดาเชื่ออย่างนั้น

“ฉันไปแน่ แต่ระวังเจ้าบ่าวคุณไว้ให้ดีนะคะ เพราะช่วงนี้เขาติดฉันแจเชียว ที่บอกก็เพราะว่าหวังดี เห็นเป็นผู้หญิงด้วยกัน” น้ำเสียงบ่งบอกถึงความสะใจหวังให้อีกฝ่ายเจ็บใจเล่นๆ

“เอ๊ะ นี่จะประกาศว่ายินดีสมัครเป็นเมียน้อยสามีชาวบ้านเหรอคะ ด้านกว่าที่คิดไว้เยอะนะคะเนี่ย สงสัยฉันต้องประเมินความหนาของหน้าเธอใหม่แล้ว” เอามือทาบอกแสดงท่าทีตกใจตามการแสดงอีกฝ่ายพร้อมกับสาดวาจาร้อนแรงกึ่งขำขันไม่หวั่นไหวกับคำพูดของปริมที่พยายามยั่วยุ

สองสาวยืนประจันหน้าอย่างไม่มีใครยอมใคร ไม่มีใครในนี้นอกจากพวกเธอ ปริมจึงกล้าที่จะแสดงธาตุแท้ออกมา ใบหน้าสวยหวานเริ่มบิดเบ้ ดวงตาแดงก่ำด้วยโทสะ มือบางบีบแน่นเข้าหากัน หล่อนกล้าดียังไงมาตราหน้าว่าเธอเป็นเมียน้อยทั้งๆ ที่เธอมาก่อนยัยนี่ด้วยซ้ำ

“จริงๆ คำว่าเมียน้อยนี่น่าจะเป็นเธอมากกว่านะ ใครๆ ในที่นี้ก็รู้กันทั่วว่าฉันกับพี่ภูกำลังดูใจกันอยู่ แต่จู่ๆ มีผู้หญิงหน้าด้านมาฉกไปหน้าตาเฉย สังคมจะเห็นใจใครก็ไม่รู้ด้วยสิทีนี้ มาก่อนที่ได้ใจ กับแย่งไปได้แต่กระดาษ” น้ำเสียงเน้นย้ำทุกคำที่คิดว่าจะทำร้ายอีกฝ่ายได้ ซึ่งก็ได้ผล ยัยนั่นมีท่าทีฮึดฮัด แววตาแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชัง ปริมยิ้มสะใจที่เห็นคนตรงหน้าเริ่มโกรธเพราะนั่นหมายถึงว่าเธอชนะ

ลูกหว้ายกมือเตรียมจะฟาดลงไปยังใบหน้าที่ดูแสนจะใสซื่อ ไร้เดียงสา ยัยนี่แสดงเก่ง ต่อหน้าแสร้งทำเป็นผู้หญิงบอบบางไร้มารยา แต่ยามลับหลังผู้คนกลับดูร้ายลึกกว่าที่เธอประเมินไว้มาก

“ทำไรกันน่ะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป