บทที่ 4 ของขวัญ
“ทำไรกันน่ะ” ก่อนที่จะเหวี่ยงแขนลงไปเสียงทุ้มห้าวก็ดังแทรกขัดจังหวะฟาดฟันของสองสาวทำเอาชนัญชิดาสะดุ้งตกใจหันไปมองตามเสียง ชายคนแปลกหน้าคนนั้นเดินดุ่มๆ เข้ามาในห้องน้ำหญิง ใบหน้าขาวสะอาดสไตล์ผู้ชายสำอางทว่าดวงตาดุดันเมื่อตวัดมองมาทางเธอทำเอารู้สึกหวั่นๆ ในใจ
“มะ ไม่มีไรหรอกมีน แค่เข้าใจผิดกันนิดหน่อย” ปริมเสียงสั่นรัว ดวงตาแดงระเรื่อ พยายามปรับสีหน้าให้ดูน่าสงสารราวคนกับอ่อนแอกำลังเป็นผู้ถูกกระทำ เธอเดินไปหลบหลังเขาคนนั้นเมื่อเดินมาถึงทำให้ต้องเผชิญหน้ากันอย่างจัง
ชนัญชิดาได้แต่มองละครฉากใหญ่ที่อีกฝ่ายกำลังเปิดม่านทำการแสดง และอีกไม่นานเธอก็จะตกเป็นผู้ร้ายในสายตาของใครหลายๆ คนอย่างที่ผ่านมา
“ไม่มีอะไรแล้วทำไมจะลงไม้ลงมือกันด้วย” เขาถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจที่เห็นผู้หญิงตรงหน้ากำลังจะตบเพื่อนสาวของเขา เธอร้ายกาจสมคำร่ำลือจริงๆ เสียดายความสวยเจ้าหล่อน นิสัยแย่ๆ แบบนี้ไงรุ่นพี่เขาถึงได้ไม่พอใจเมื่อรู้ว่าภูวดลกำลังจะแต่งงานกับเธอ
ชนัญชิดาไม่ตอบอีกฝ่าย ได้แต่ยืนกำหมัดแน่นที่ข้างลำตัว เธอไม่คิดว่าจะมีใครเดินเข้ามาเห็นเหตุการณ์เข้า จึงทำได้แค่ยืนสบตาผู้ชายที่ชื่อมีนนิ่ง ไม่เกรงสายตาดุทรงอำนาจคู่นั้นที่จ้องหล่อนอย่างเอาเรื่อง เมื่อทำอะไรไม่ได้ลูกหว้าจึงหันหลังเดินกลับออกมา
“เป็นอะไรหรือเปล่าปริม ผู้หญิงคนนั้นทำไรตรงไหนไหม” น้ำเสียงร้อนรนเป็นห่วงเป็นใยของมีนแว่วดังพอให้ลูกหว้าได้ยิน เธอจึงหยุดเดินเพื่อรอฟังยัยนั่นเล่นละครอีกครั้ง
“เราไม่เป็นหรอก ขอบใจนะที่เข้ามา ไม่อย่างนั้นคงหน้าชาไปแล้ว น้องเขาเข้าใจเราผิดน่ะ”
เข้าใจผิดงั้นเหรอ ฉลาดพูดดีเหมือนกัน ชนัญชิดาแสยะยิ้มเมื่อได้ยินดาราท่านหนึ่งสวมบทบาทนางเอกแสนซื่อผู้ถูกกระทำ
“เข้าใจไรผิดงั้นเหรอ งั้นต่อไปถ้ายัยนั่นทำไรปริมอีก บอกเรานะ”
“อือ”
“ลูกหว้ารอที่รถนะคะ” ร่างงามสะโอดสะองเดินนวยนาดมานั่งลงข้างว่าที่เจ้าบ่าว กระซิบเบาๆ ได้ยินกันแค่สองคนก่อนลุกเดินจากไปโดยไม่ลืมที่จะล่ำลาคนอื่นๆ
“ลูกหว้าขอตัวก่อนนะคะ เบิร์ดเดย์ค่ะ พี่เธียร” เธอหยิบเอากล่องของลูกหว้าเล็กๆ ในกระเป๋าขึ้นมายื่นให้เจ้าของวันเกิด แม้ลึกๆ จะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ชอบขี้หน้าเธอสักเท่าไหร่ก็ตาม
“ขอบคุณครับ” เธียรปรายตามองกล่องสี่เหลี่ยมสีทองเหลือบม่วง มีโบเล็กๆ สีฟ้าติดอยู่ด้านหน้า เขาไม่ได้รู้สึกยินดีเมื่อได้รับสิ่งนั้นมาอยู่ในมือ แต่ก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยปากขอบคุณ เขาแปลกใจมากกว่าที่คนอย่างเธอจะมีมารยาทพอจะสรรหาของขวัญมาให้เขา นึกแล้วก็อยากจะรู้ว่าอะไรอยู่ด้านใน
ไม่ใช่แค่เธียรที่มองมายังกล่องเล็กจิ๋วนั่น แต่ทุกสายตาต่างจ้องมองมันราวกับสิ่งของประหลาด ชนัญชิดาทำได้แค่ยิ้มมุมปากนิดๆ พร้อมเดินจากโดยไม่หันหลังกลับมามอง ซึ่งตอนนี้ทุกคนต่างเดินมารุมล้อมเจ้าของงานที่กำลังถือกล่องของขวัญนั่นราวกับมันเป็นสิ่งแปลกปลอม
“เห้ย เปิดดิ กูอยากรู้ว่ายัยนั่นให้ไรมึง” คินเร่งซึ่งทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วยรวมทั้งภูวดล
“คงไม่ใช่อะไรพิลึกๆ หรอกนะ” ซีว่าทำหน้าขยาด ใจเริ่มกลัวแทนเพื่อน หลี่ตามองยังของในมือเธียร
เธียรถอนหายใจเฮือกใหญ่ ลงมือเปิดกล่องออกด้วยความตื่นเต้น ลุ้นในใจลึกๆ เขาเองก็อยากรู้เหมือนกัน แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็ปรากฏแก่สายตา ตั๋วคอนเสิร์ตนักร้องชื่อของดังต่างประเทศนอนแอ้งแม้งอยู่ภายใน บัตรราคาเกือบครึ่งแสนอยู่ตรงหน้าเขาอย่างไม่น่าเชื่อ
“เห้ย กูว้าวมาก” กราฟเป็นคนแรกที่พูด เขาปรี่เดินมาแย่งกระดาษแข็งๆ จากมือเจ้าของไปชูให้เห็นชัดๆ ให้ทุกคนดู
“ยัยนั่นรู้ได้ไงว่ามึงชอบนักร้องคนนี้” แทนหันไปถามเธียรที่ตอนนี้นั่งนิ่ง สงสัยมันช็อกไปแล้วมั้ง
“เออนั่นดิ แม่งเจ๋งวะ กูนั่งรอกดบัตรตั้งแต่ตีห้ายังไม่ได้เลย แต่ยัยนั่นดันประเคนบัตรหน้าเวทีโซนวีไอพีให้แกได้สบายๆ มาเป็นของขวัญ นี่กูประเมินยัยนั่นต่ำไปสินะ” ซีว่าซึ่งนั่นก็ทำให้ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย
“ว่าแต่ แฟนมึงพอจะมีตั๋วอีกสักใบไหมวะภู” กราฟปรี่เดินมาเกาะแขนภูวดล ส่งสายตาออดอ้อนเพื่อนจนอีกฝ่ายขนลุก
“นั่นดิ กูขอด้วยคน” แทนขอบ้าง เขาเองก็อยากไปดูคอนเสิร์ตนักร้องคนนี้เหมือนกัน แต่ดันลืมวันที่ต้องกดบัตรซะงั้น
ซวยซ้ำซวยซ้อนจริง
“ขอเองดิ” ภูวดลบอกปัดไม่สบอารมณ์ เรื่องอะไรที่เขาต้องแบกหน้าไปขอร้องยัยนั่น
ส่วนเธียรนั่งมองกล่องที่ยังมีการ์ดใบเล็กๆ ติดมาด้วย เขาไล่สายตาอ่านข้อความด้วยลายมือหวัดๆ ที่บ่งบอกถึงความตั้งใจของเจ้าตัว
(หวังว่าจะชอบของขวัญของลูกหว้าชิ้นนี้นะคะ) ลงชื่อ ลูกหว้า
ภูวดลรอเวลาเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นร่างบางกำลังเดินกลับมาในงาน เขาจ้องมองเธอตลอดแต่อีกฝ่ายกลับเมินหน้าหนี ไม่ยอมสบตา แถมยังมีเพื่อนหล่อนเดินตามแจ ผู้ชายอย่างเขาชักหงุดหงิดใจ
มีนกับเขาไม่ได้สนิทกันเท่าเธียร หมอนี่เป็นแค่นักร้องในวงดนตรีสมัยมหาลัยที่เธียรเป็นหัวหน้า เคยพูดคุยด้วยนิดหน่อยยามเพื่อนเขาลากมันมาสังสรรค์ด้วยเท่านั้น ไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนถือตัว แต่เป็นเพราะต่างฝ่ายต่างเป็นคนพูดไม่เก่ง แถมยังสนใจผู้หญิงคนเดียวกันอีกต่างหาก เลยรู้สึกเขม่นกันเล็กน้อย แต่ก็ไม่เป็นปัญหากวนใจอะไรเพราะปริมเคยบอกเขาว่าคิดกับมันแค่เพื่อน
