บทที่ 6 แต่งงาน

แต่งงาน

ภายในร้านพรีเวดดิ้งที่ผนังเป็นกระจกใส คนภายนอกสามารถมองทะลุข้างในได้ชัดแจ๋ว ชุดสีขาวฟูฟ่องบนหุ่นหันโชว์คนเดินผ่านไปมาบ่งบอกว่านี่คือร้านที่บริการเกี่ยวกับงานแต่ง ชุดเจ้าสาวที่ตัดเย็บอย่างประณีตมีตั้งแต่ชุดไทยไปยันชุดกระโปรงสีขาวพองฟูเหมือนขนมถ้วยแขวนเรียงรายบนตู้โชว์ ภายในร้านมีคู่บ่าวสาวประปราย กลางห้องรับแขกมีคู่บ่าวสาวนั่งอยู่บนโซฟาหรูพร้อมพนักงานที่พร้อมจะอธิบายและแนะนำแพ็คเก็จ

“พี่ภูว่าแบบไหนสวยคะ” เธอยื่นแบบของชำร่วยให้อีกฝ่ายดูเพื่อการตัดสินใจ เขานั่งนิ่งตัวแข็งเป็นหุ่นยนต์จนลูกหว้านึกอายพนักงานของร้าน เธอเป็นเพื่อนเจ้าของที่นี่ก็จริง แต่ยัยนั่นติดธุระข้างนอก คนที่บริการตนตอนนี้จึงเป็นผู้จัดการสาวซึ่งดูท่าทางน่าจะแก่กว่าเธอสักสี่ห้าปีได้

“เอาไรก็เลือกๆ ไปเถอะ จะได้รีบกลับ” น้ำเสียงนิ่งเรียบบอกปัดๆ ไม่แม้แต่จะชายตาแลสิ่งที่อยู่ตรงหน้า สิ่งที่ดึงดูดเขาได้ดีที่สุดคือมือถือที่กำลังพิมพ์ตอบโต้กับใครอีกคน ผู้ที่กุมหัวใจของไว้ทั้งดวง ถ้าเลือกได้ผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาในร้านพรีเวดดิ้งนี้ก็อยากให้เป็นเธอ ไม่ใช่ลูกหว้า!!!

“เห้ย โทษทีมาสาย” เสียงหนึ่งดังขึ้นเหนือศีรษะพวกเขา เฟย์ เจ้าของร้านในชุดทะมัดทะแมงเดินโบกมือระบายความร้อนมาทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ผู้เป็นเพื่อน

“พี่ภู สวัสดีค่ะ” คนมาใหม่ยกมือไหว้ว่าที่สามีเพื่อนซึ่งเขาเพียงพยักหน้าตอบรับ น้ำถูกเสิร์ฟทันทีเมื่อก้นสัมผัสความนุ่มของโซฟา หล่อนพยักหน้าขอบใจพนักงาน

“นี่วัดตัวเสร็จยัง”

“วัดเสร็จแล้ว กำลังช่วยกันเลือกของชำร่วยอยู่น่ะ ส่วนการ์ดเลือกแล้ว” หล่อนหยิบตัวอย่างการ์ดแต่งงานน้ำเงินเข้มล้อมด้วยกรอบดอกไม้อ่อน ตรงกลางเป็นชื่อย่ออักษรคู่บ่าวสาว

“เลือกได้ดี”

“เพื่อนเธอมาแล้ว งั้นก็ให้เพื่อนเธอช่วยเลือกไปแล้วกัน เป็นถึงเจ้าของร้านคงเลือกได้ดีกว่าฉัน คงกลับบ้านเองได้นะ” ภูวดลเหลือบตามองสองสาวก่อนตัดสินใจกลับโดยไม่แคร์อีกฝ่าย เพราะอยู่ไปก็คงไม่มีประโยชน์ เรื่องอะไรที่เขาต้องทนอยู่เลือกของไร้สาระพวกนี้ ยอมมาด้วยก็บุญแล้ว วันนี้เป็นวันหยุดเขาทั้งทีแทนที่จะได้พักผ่อนกลับต้องมาเป็นหุ่นให้พวกช่างวัดนุ่นนี่ตั้งแต่เช้า ขนาดออกปากว่าให้เวลาแค่ชั่วโมงเดียวแต่โดนยัยนั่นกักตัวไปเกือบสามชั่วโมง เพราะมัวแต่อิดออดไม่ตัดสินใจเลือกสักที

“พี่ภู เดี๋ยวก่อนสิ นี่มันงานแต่งเรานะจะให้คนอื่นเลือกได้ไง” ลูกหว้าลุกตามหมายจะเกาะแขนรั้งร่างสูงไว้ทว่าอีกฝ่ายไหวตัวทันเบี่ยงแขนหลบ เธอจึงได้แต่คว้าอากาศ พนักงานในร้านที่มองอยู่ถึงกับอึ้งแต่เมื่อโดนสายตาตำหนิจากเจ้าของร้านก็พากันเบือนหน้าหนีก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ตัวเองต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ฉันว่าฉันพูดชัดเจนแล้วนะลูกหว้า” น้ำเสียงเด็ดขาดเย็นชาหันมามองหล่อนเต็มตา จนอีกฝ่ายไม่กล้าพูดอะไรต่อนอกจากยืนนิ่ง เมื่ออีกฝ่ายสงบเขาจึงหันหลังเดินจากไม่แม้แต่จะหันตามเสียงที่เพียรพยายามเรียก

“พี่ภู กลับมาเดียวนี้นะ พี่ภู” คนที่ถูกว่าที่เจ้าบ่าวทิ้งได้แต่ยืนระงับโทสะที่กำลังคุกรุ่นอยู่ในอก ลูกหว้ารู้สึกทั้งโกรธทั้งเสียใจ อยากจะกรี๊ดให้ลั่นร้านแต่ทำได้แค่กระทืบเท้า มือบางกำแน่นเข้าหากันด้วยความไม่ได้ดั่งใจ

“ใจเย็นๆ ลูกหว้า” เฟย์เดินเข้ามาตบไหล่เพื่อนให้กำลังใจ ตอนนี้เธอไล่พนักงานออกไปจากตรงนั้นแล้ว โชคดีที่ลูกค้าคู่อื่นเดินขึ้นไปลองชุดชั้นสอง ไม่อย่างนั้นเพื่อนเธอคงได้อายคนมากกว่านี้

“เป็นแกจะใจเย็นได้ไหมเฟย์”

“ก็แกเลือกเองที่จะทำแบบนี้ ก็คงต้องรับกับสิ่งที่เลือกแล้ว”

“ฉันต้องทำไงเขาถึงจะรักฉัน” เธอเงียบไปหลายนาทีกว่าจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาหวิว คล้ายถามตัวเองมากกว่าจะถามผู้เป็นเพื่อน

ภายในห้องบอลรูมของโรงแรมหรูใจกลางกรุงถูกเนรมิตประดับตกแต่งด้วยช่อดอกไม้โทนสีฟ้าขาวด้วยธีมงานที่ฝ่ายเจ้าสาวเป็นคนเลือกสรร แขกเหรื่อที่ร่วมงานต่างเป็นคนใกล้ชิดสนิทสนมทั้งฝั่งเจ้าสาวและเจ้าบ่าว

"วันนี้เจ้าหญิงของพี่สวยที่สุดเลยค่ะ" ชินดนัยเอ่ยปากชมเจ้าสาว พี่คนโตเห็นน้องสาวในชุดกระโปรงบานกรอมเท้าสีขาว ปักเพชรระยิบระยับยามต้องแสง แล้วจู่ๆ เกิดความรู้สึกใจหายขึ้นมา น้องน้อยที่เลี้ยงมาตั้งแต่แบเบาะ คอยดูแลราวกับไข่ในหิน เฝ้าคอยวันที่หล่อนเติบโตอย่างทะนุถนอม วันนี้จะออกเรือนย้ายไปมีชีวิตครอบครัวของตัวเอง

"พี่ชายหนูทั้งสองก็หล่อมากเลยค่ะ ว่าแต่เมื่อไหร่จะถึงคิวพี่ชายใหญ่ละคะ" หล่อนส่งสายตาไปยังคนที่ยืนอยู่ข้างชินดนัย ทำเอาว่าที่พี่สะใภ้ยืนหน้าร้อนผ่าวทันทีเมื่อถูกถามเรื่องตัวเอง

"ต้องถามน้องแก้มแล้วละค่ะ เมื่อไหร่จะตอบตกลงแต่งกับพี่สักที" เขาก้มลงสบตาคนข้างกายอย่างมีความหมาย

"พี่ไม่รีบร้อนค่ะน้องลูกหว้า พี่ขอทำงานก่อนนิดหนึ่ง" คนถูกคาดคั้นปฏิเสธพัลวัน เธอพึ่งได้ทำงานแค่ไม่กี่ปี กำลังสนุกกับมันเลยยังไม่คิดเรื่องครองคู่ แม้จะเห็นใจแฟนอยู่บ้าง เพราะชินดนัยขอเธอแต่งมาสองรอบแล้ว

"เหมือนเห็นคนแถวนี้กินแห้วนะครับ" น้องชายคนรองอย่างเชนรีบแซวทันทีเมื่อมีโอกาส

"เหอะ นายเองก็เถอะ รีบหาได้แล้วแฟนน่ะ หรือไม่มีใครเอา"

"โถ่ น้องชายพี่หล่อขนาดนี้ มีหรือจะหาไม่ได้" ไม่อยากบอกหรอกว่าแหม่มร่วมคลาสต่อแถวรุมจีบจนแทบปฏิเสธไม่หวาดไม่ไหว

สองสาวได้ยินพี่น้องกัดกันก็ได้แต่ขำ ต่างจากเจ้าบ่าวที่ยืนหน้าตูมข้างๆ พอพี่ชายคนโตวัดสายตาไปมองก็รู้สึกเย็นยะเยือกที่ท้ายทอยโดยไม่ทราบสาเหตุ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป