บทที่ 8 เรื่องนี้มันแปลกๆ

"พี่ไม่รีบร้อนค่ะน้องลูกหว้า พี่ขอทำงานก่อนนิดหนึ่ง" คนถูกคาดคั้นปฏิเสธพัลวัน เธอพึ่งได้ทำงานแค่ไม่กี่ปี กำลังสนุกกับมันเลยยังไม่คิดเรื่องครองคู่ แม้จะเห็นใจแฟนอยู่บ้าง เพราะชินดนัยขอเธอแต่งมาสองรอบแล้ว

"เหมือนเห็นคนแถวนี้กินแห้วนะครับ" น้องชายคนรองอย่างเชนรีบแซวทันทีเมื่อมีโอกาส

"เหอะ นายเองก็เถอะ รีบหาได้แล้วแฟนน่ะ หรือไม่มีใครเอา"

"โถ่ น้องชายพี่หล่อขนาดนี้ มีหรือจะหาไม่ได้" ไม่อยากบอกหรอกว่าแหม่มร่วมคลาสต่อแถวรุมจีบจนแทบปฏิเสธไม่หวาดไม่ไหว

สองสาวได้ยินพี่น้องกัดกันก็ได้แต่ขำ ต่างจากเจ้าบ่าวที่ยืนหน้าตูมข้างๆ พอพี่ชายคนโตวัดสายตาไปมองก็รู้สึกเย็นยะเยือกที่ท้ายทอยโดยไม่ทราบสาเหตุ

เขาเคยไปบ้านเชนบ่อยครั้งและรู้จักพี่ชายเพื่อนดี ตอนแรกชินดนัยก็ดูมีท่าทีเป็นมิตรอยู่มาก แต่พอเขาเพิ่มสถานะจากเพื่อนน้องชายมาเป็นน้องเขย ความเป็นมิตรจากดวงตาคู่นั้นก็เริ่มแข็งกร้าว มันคงจะดีถ้านั่นมันเป็นอาการหวงน้องสาวของคนทั่วไป แต่ภูวดลรู้เบื้องลึกผู้ชายคนนี้ดี เพราะเขาก็ไม่ต่างอะไรจากพวกมาเฟีย ดูได้จากการเลี้ยงลูกน้องอยู่เต็มบ้าน ไปไหนมาไหนก็มีบอดี้การ์ดรอบล้อมข้างกายเต็มไปหมด โชคยังดีที่เพื่อนเขามันไม่เป็นแบบพี่ชายของมัน รวมไปถึงว่าที่ภรรยา ไม่งั้นเขาคงระแวงในการใช้ชีวิตจนไม่เป็นอันทำงานทำการ แต่นี่ไม่ใช่สาเหตุเดียวของท่าทางต่อต้านนั่น สาเหตุหลักๆ คงเป็นเพราะที่มาของการแต่งงานครั้งนี้

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความชื่นมื่น แขกเหรื่อที่มาร่วมแสดงความยินดีมากหน้าหลายตา เนื่องด้วยฝ่ายเจ้าสาวค่อนข้างมีอิทธิพลในแวดวงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจยิบย่อยอื่นๆ อีกเกือบสิบ ไหนจะแขกจากฝ่ายเจ้าบ่าว รวมทั้งผองเพื่อนที่รู้จักทั้งสองฝั่ง ฮอลล์แห่งนี้จึงดูคับแคบไปถนัดตา

"ยินดีด้วยนะครับ คุณชาญวิทย์" หนึ่งในคู่ค้าคนสนิทเดินมาจับมือกับบิดาเจ้าสาวเพื่อแสดงความยินดี

"ครับผม ขอบคุณมาร่วมงานลูกสาวผมนะครับ เชิญตามสบายเลย กินดื่มให้เต็มที่" แม้จะไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานของลูกสาวเท่าไหร่นักเพราะเขามีคนที่หมายมั่นปั้นมือให้มาเป็นลูกเขยอยู่แล้ว กำลังอยู่ในขั้นตอนเจรจา นึกไม่ถึงว่าลูกสาวตัวดีจะสะบั้นความหวังผู้เป็นบิดาลงด้วยการทำเรื่องงามหน้าซะก่อน ดูทรงแล้วผู้ชายก็คงไม่คิดอะไรกับลูกสาวตน มีแต่คนของเขาเองนั่นแหละที่ระริกระรี้อยากแต่ง แต่เพื่อความสุขของลูกสาวเขาจึงไม่อาจขัด ได้แต่ตามน้ำ อย่างน้อยลูกเขยคนนี้ก็เป็นเพื่อนลูกชายคนรองมาก่อน เห็นหน้าค่าตามานาน ก็พอทุเลาใจได้บ้าง ดีกว่าไปคว้าผู้ชายที่ไหนไม่รู้มาเป็นสามี

แม้ในใจจะไม่ยินดียินร้ายกับงานมงคลแต่ก็ไม่อยากขายหน้า ชาญวิทย์จำเป็นต้องดูแลแขกให้ดี ชื่อเสียง ศักดิ์ศรีมันค้ำคอ

เมื่อเจ้าสาวถูกเพื่อนๆ ในงานแย่งตัวไปเซลฟี่หน้าแบคดรอป เพราะเธอเป็นคนแรกในกลุ่มที่ได้แต่งงานจึงพากันตื่นเต้น เชนจึงแยกตัวเจ้าบ่าวมาพูดคุยอีกฝั่ง

"ภู กูฝากน้องลูกหว้าด้วยนะ ถึงน้องกูจะเอาแต่ใจไปหน่อย แต่ก็เป็นคนจริงใจ เป็นคนตรงไปตรงมา และรักมึงมาก ได้มึงเป็นน้องเขยกูก็เบาใจหน่อย แต่ถ้าวันไหนมึงไม่ต้องการน้องกู ก็พาลูกหว้ามาส่งที่บ้านก็พอ อย่าทำร้ายเธอ" เชนไม่รู้เรื่องที่ภูวดลมีใจให้ปริมเพราะเขาไปเรียนต่อยังเมืองนอกเลยพูดไปแบบนั้น โดยไม่ทันได้สังเกตสีหน้าเจ้าบ่าว

"เออ" คนถูกฝากฝังไม่สามารถพูดสิ่งใดออกไปได้เมื่อเห็นความเชื่อมั่นในตัวเขาจากแววตาผู้เป็นเพื่อนนอกจากตอบรับไปแบบส่งๆ เพราะรู้ว่ามันต้องวันนั้นแน่ๆ วันที่เขาไปส่งยัยนั่นที่บ้าน

ภูวดลไม่มีความคิดที่จะอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับว่าที่ภรรยาไปตลอดชีวิตแน่ ไม่งั้นคงอกแตกตายวันละหลายสิบรอบ ใครมันจะอยู่กับคนที่ไม่ได้รักได้นานขนาดนั้นกันละ

“กูไม่คิดเลยว่าไอ้ภูจะแต่งกับยั่ยนั่นจริงๆ” คิมควงแก้วไวน์ในมือหมุนไปมา วันนี้เขาสวมชุดสูทสีขาวเข้ากับธีมของงาน

“ไม่ใช่แค่มึงหรอก พวกกูก็ด้วย กูละสงสารมัน” ซีพูดเพราะเขารู้ดีเนื่องจากเคยตามจีบเจ้าสาวของงานมาก่อนและรู้กิตติศัพท์ดี

“พวกมึงนี่ยังไงกัน นินทาผู้หญิง” วัฒน์ดุเพื่อนเพราะเขาเองไม่ได้อะไรกับบุคคลที่เพื่อนจับกลุ่มสนทนา อีกอย่างชนัญชิดาก็เป็นน้องสาวไอ้เชนเพื่อนในกลุ่มที่บินลัดฟ้ามาร่วมงานซึ่งตอนนี้ไปช่วยต้อนรับแขกด้านหน้า

“ถ้าเป็นคนอื่นกูไม่ว่าหรอกแต่เป็นยัยนี่กูละเอือม อดไม่ได้จริงๆ ว่ะ เสียดายความสวยแต่ไม่น่าทำตัวแบบนี้เลย” ซีออกความเห็น พูดไปในสิ่งที่คิด

“แบบนี้แบบไหน” เธียรถามเพื่อนบ้าง อยากรู้ว่าไอ้ซีจะคิดเหมือนอย่างที่เขาคิดหรือไม่

“ก็ตามตื๊อไอ้ภูจนลดคุณค่าในตัวเองนี่ไง นี่เธอไม่รู้เหรอว่าผู้ชายเขารำคาญแค่ไหน ขนาดเด็กอนุบาลยังมองออกว่าไอ้ภูไม่เล่นด้วยแถมมันยังชอบน้องปริมคนสวยนั่นอีก พูดแล้วกูก็สงสารคู่นี้ กำลังจะได้ลงเอยกันแล้วแท้ๆ ลูกหว้านางมารมาแย่งไปซะงั้น”

“มึงก็พูดเกินไป ถ้าไอ้ภูมันไม่อยากแต่งแล้วมันจะยอมแต่งแต่แรกทำไม” กราฟตั้งข้อสงสัยให้เพื่อนคิดตาม จริงอยู่ที่รู้ว่าเพื่อนเขาชอบพอกับน้องรหัสไอ้เธียร แต่มันเรื่องอะไรกันละที่ต้องหนีไปแต่งงานกับผู้หญิงอีกคน

“กูว่าเรื่องนี้มันแปลกๆ” ซีหรี่ตามองคู่บ่าวสาวที่กำลังไหว้ต้อนรับแขกในงาน ใบหน้าเจ้าสาวนั้นยิ้มแย้มด้วยความปรีดา ทว่าเจ้าบ่าวนั้นกับหน้าอมทุกข์ประหนึ่งถูกบังคับเข้าพิธี เอ๊ะหรือว่ามันถูกบังคับจริงๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป